ครบรอบ 10 ปี Tangerine ภาพยนตร์แตกแตนเยี่ยวราด ของผู้กำกับ Sean Baker กับการท้าทายระบบด้วยการถ่ายทำด้วยกล้อง iPhone ทั้งเรื่อง ทั้งยังนำเสนอด้วยเรื่องราวของคนชายขอบอย่าง Transgener ผิวดำ และ Sex Worker รสชาติแปลก แหวกแนว แต่ทว่ามีสไตล์ชัดเจน จนสร้างชื่อให้เขาในฐานะผู้กำกับที่เข้าใจเรื่องราวของ Sex Worker ได้ดี ต่อยอดจนเขาสามารถคว้ารางรางวัลออสการ์ปีล่าสุดจากภาพยนตร์เรื่อง Anora ได้ในที่สุด
Sean Baker ผู้กำกับที่เกือบหลับ แต่กลับมาได้
ทว่า Baker ไม่ใช่ผู้กำกับหน้าใหม่เสียทีเดียว ตัวเขากำกับภาพยนตร์แนวอินดี้ ทุนไม่หนามาหลายเรื่อง นับตั้งแต่ Scarlet ในปี 2012 ซึ่งเป็นเรื่องราวความวายป่วงของหญิงสาวที่บังเอิญพบเงินโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งหนังอินดี้ที่ Baker กำกับมานั้นใช้ทุนสร้างไม่เยอะ อยู่ที่หลักแสนหรือสองแสนเหรียญสหรัฐเท่านั้นเอง ซึ่งเรื่อง Scarlet ก็ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างพอสมควรตามเนื้อหนังทุนต่ำทั่วไป แต่นั่นก็ทำให้ Baker ต้องเจอกับจุดเปลี่ยนที่ยากลำบาก เพราะหนังเรื่องต่อมาที่เขาต้องเริ่มทำ ได้ทุนน้อยลงไปอีก จนเหลือแค่สองแสนเหรียญเท่านั้น
และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Tangerine หนังที่เริ่มโปรเจ็คด้วยการพยายามประหยัดงบ เพราะ Baker ตัดสินใจที่จะถ่ายเรื่องนี้ด้วย iPhone รุ่น 5S แทนกล้องขนาดใหญ่ ซึ่งในขณะนั้นแม้ทุกคนจะทราบถึงคุณภาพของมือถือสุดล้ำจาก Apple เป็นอย่างดีอยู่แล้วในเรื่องของกล้อง แต่พอเป็นการใช้ iPhone เพื่อถ่ายภาพยนตร์จริง ๆ หลายคนก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจในคุณภาพของไฟล์ที่จะได้มาเท่าไหร่นัก แต่ก็เพราะ Baker ไม่เหลือทางเลือกมากนัก เขาจึงต้องใช้ทรัพยากรเท่าที่ตัวเขาจะมีนั่นเอง
พล็อตแบบเรื่องเกิดในวันเดียว นักแสดงก็หาเอาแถวนั้น
เมื่อหลักคิดคือการประหยัดงบ นอกจากจะใช้กล้อง iPhone แล้ว เนื้อเรื่องยังถูกเขียนเพื่อให้เกิดขึ้นและจบลงในวันเดียว เพื่อให้นักแสดงใช้เสื้อผ้าเพียงแค่ชุดเดียวตลอดทั้งเรื่อง และพล็อตสุดจะเผ็ดร้อนก็งอกออกมาเป็นเรื่องราวของ “ซินดี้” กะเทยผิวดำนางหนึ่ง ที่เพิ่งจะพ้นโทษออกจากคุก นางนัดทานข้าวกับ “อเล็กซานดร้า” เพื่อนกะเทยด้วยกัน ซึ่งก็ดันปากสว่าง เล่าว่าแฟนหนุ่มชายแท้ของเธอ ดันไปมีผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งเป็นผู้หญิงแท้ไปแล้ว และนั่นทำให้ซินดี้เลือดขึ้นหน้า นางตัดสินใจออกตามล่านังชะนีคนนั้นทั่วแอลเอ และสาบานว่าจะตบนังนั่นให้คว่ำ ฉลองวันคริสต์มาสไปเลย ตามคำโปรยของภาพยนตร์สุดเผ็ดแสบ “Merry Christmas, B*tch”
ซึ่งเนื้อเรื่องที่แตกแตน อลม่าน และเป็นเรื่องราวของคนชายขอบผิวดำ ที่อยู่ชั้นล่างสุดของเมืองใหญ่แบบนี้ กลับเข้ากันได้ดีกับการถ่ายด้วยกล้อง iPhone อย่างเหลือเชื่อ มุมภาพที่สั่นคลอนเล็กน้อย คล้าย ๆ กับจะเป็นการแอบถ่ายอยู่แล้ว เข้ากับการออกล้างแค้นของนักแสดงกะเทยที่ Baker หาแคสต์ได้เอาแถวนั้น เธอกลับแสดงได้เป็นชาวบ้านมาก ๆ พ่นคำหยาบตลอดทั้งเรื่อง แบบไม่มีฟิลเตอร์ เป็นธรรมชาติ ยิ่งทำให้ Tangerine กลับเข้าถึงผู้ชมได้เป็นอย่างมากจนทำรายได้ไปกว่า 840,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
สะท้อนตลาดล่าง สู่ รางวัลระดับตลาดบน
จากความสำเร็จของ Tangerine ได้เปลี่ยนบริบทการเล่าเรื่องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้เห็นชัดขึ้น Baker สามารถพิสูจน์ได้ว่าการถ่ายทำด้วย iPhone ที่ชวนท้าทาย ว่าสามารถใช้กับ “หนังใหญ่” ได้สำเร็จ แต่ต้องประสานเข้ากับการเล่าเรื่องที่เหมาะสมไปด้วย เนื้อเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับวงการ Sex Worker กลับสร้างคุณค่าทางภาพยนตร์ได้ชัดขึ้นจนนำไปสู่ความสำเร็จของเขาใน Anora เช่นเดียวกับการการออกแบบการถ่ายด้วย iPhone สามารถต่อพ่วงอุปกรณ์ได้มากมาย ให้คุณภาพทางการเล่าเรื่องได้สมบูรณ์แบบไม่แพ้ภาพยนตร์สเกลอื่น ๆ ได้เช่นกัน
