ภาวะหมดไฟ Burnout Syndrome

ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าระบบงานที่แย่ เพื่อนร่วมงานที่ไม่เอาไหน เป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ใครสักคนเดินหน้าเข้าสู่ ‘ภาวะหมดไฟ’ (Burnout Syndrome) ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก แต่สุขภาพใจของคนทำงานไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม และสิ่งที่เราพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ก็คือ การสังเกตอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ แล้วประเมินว่าเรากำลังตกอยู่ในภาวะหมดไฟหรือไม่ จากนั้นค่อยหาแนวทางการรับมือที่เหมาะสม 

ในบทความที่เขียนโดยนักจิตบำบัดอย่าง ‘Kaytee Gillis’ ได้เปิดให้เรามองเห็น 15 สัญญาณที่บอกอยู่เป็นกลาย ๆ ว่า เราอาจจะตกอยู่ในภาวะหมดไฟกับงานที่ทำอยู่จริง ๆ โดยประกอบไปด้วย 

  1. คุณรู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติ : หากความเหนื่อยที่ว่านี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาเรื่องการนอนหลับ หรือโรคทางการแพทย์อื่น ๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลามักเกิดจากความเครียดหรือภาวะหมดไฟ
  2. คุณรู้สึกหงุดหงิดกับงานที่ได้รับมอบหมายมากขึ้น : ทุกสิ่งรอบตัวจะดูน่ารำคาญไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอีเมล หรือข้อความจากเพื่อนร่วมงาน สายโทรศัพท์ที่โทรมาจากที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งเสียงเคาะประตูก็สามารถทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดได้
  3. คุณรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่รู้สึกถึงความท้าทายใด ๆ : หากงานที่ทำไม่มีความท้าทายมันก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยกับงานที่ทำมากขึ้น
  4. คุณรู้สึกว่าทุกอย่างมันน่าเบื่อหน่าย : ไม่ว่าจะเป็นการสแกนนิ้ว การรับสาย หรือการทำงานทั่ว ๆ ไปก็ดูเหมือนจะต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ
  5. คุณมักจะไม่พักกลางวันหรือพักเบรก : คนที่กำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟมักจะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานต่อ แทนที่จะลุกออกไปพักหรือกินข้าวกลางวัน
  6. คุณลางานบ่อยขึ้น มาสายบ่อยขึ้น : สาเหตุหลักมาจากการที่รู้สึกหมดแรง รวมถึงมีแรงจูงใจในการทำงานน้อยลงเรื่อย ๆ 
  7. คุณป่วยบ่อยขึ้น : ข้อนี้เป็นเพราะร่างกายต้องการส่งสัญญาณเตือนให้เรารับรู้ถึงสภาพร่างกายของตัวเอง
  8. คุณมักจะคิดถึงอาชีพอื่น ๆ ที่ภาระความรับผิดชอบน้อยลงกว่างานที่ทำอยู่ 
  9. คุณเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับลูกค้าหรือคนที่คุณต้องให้บริการหรือร่วมงานด้วย 
  10.  คุณรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงหรือไม่มีความสำคัญใด ๆ ข้อนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงภาวะหมดไฟอย่างชัดเจน
  11. คุณพยายามหาวิธีบรรเทาความเครียด : หลายคนรับมือกับความเครียดและภาวะหมดไฟด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
  12. คุณมีปัญหาในการนอนหลับ : เมื่อไหร่ก็ตามที่นอนไม่หลับ หรือไม่สามารถนอนได้อย่างต่อเนื่อง นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าความเครียดกำลังส่งผลกระทบต่อร่างกาย
  13. คุณรู้สึกไม่มีสมาธิหรือไม่สามารถจดจ่อได้ : ถ้านี่เป็นอาการที่เกิดขึ้นใหม่ คุณไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ให้ลองสำรวจว่าสาเหตุมาจากความเครียดในการทำงานหรือไม่
  14. คุณมีสุขภาพแย่ลง : คนที่มีความเครียดสูงมักมีแนวโน้มที่จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หรืออาจจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้
  15. คุณเริ่มหาข้อมูลที่เกี่ยวกับสัญญาณของอาการหมดไฟ 

นี่คือ 15 สัญญาณของอาการหมดไฟที่ตอกย้ำว่า ‘มนุษย์’ ก็คือมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ที่จะสามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้โดยไม่หยุดพักผ่อน และหากคุณสังเกตตัวเองแล้วพบว่า เรากำลังตกอยู่ในภาวะหมดไฟจริง ๆ สิ่งแรกที่พอจะทำได้ก็คือ การยอมรับว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหา เพราะถ้าหากเราไม่ยอมรับก็จะไม่สามารถเดินไปสู่กระบวนการเยียวยาได้ 

หลังจากนั้นค่อยกลับมาที่เรื่องพื้นฐานอย่าง ‘การพัก’ การฝืนทำงานต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าใจเราไม่ไหวแล้ว นอกจากจะทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพแล้ว สภาพจิตใจของเราก็คงย่ำแย่ลง ลองหาโอกาสลาพักร้อนยาว ๆ วางงานที่อยู่ตรงหน้า หรือสำหรับใครบางคนการลุกไปกินข้าวกลางวันช่วงพัก หรือการเลิกงานตามเวลาที่กำหนดไว้ก็ดูเหมือนจะเป็นการพักรูปแบบหนึ่ง อีกหนึ่งสิ่งที่พอจะช่วยได้ก็คือการฝึกสมาธิ การฝึกสติให้ใช้เวลาอยู่กับปัจจุบัน หรือการฝึกหายใจ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ความเครียดลดลงมาได้บ้าง อีกหนึ่งสิ่งก็คือ การพูดคุยกับตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่าละเลยตัวเอง และในท้ายที่สุด หากงานที่ทำอยู่ทำให้คุณเผชิญกับภาวะหมดไฟซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเปลี่ยนงานก็อาจจะเป็นทางออกที่เหมาะสม 

อ้างอิง