Into the New World - SNSD

วันนี้เมื่อ 18 ปีก่อน (วันที่ 5 สิงหาคม) เมื่อปี 2007 มิวสิควิดีโอเพลง “Into The New World” ของวง Girls’ Generation จากค่าย SM Entertianment ได้ถูกปล่อยสู่สาธารณชน ในฐานะเพลงเดบิวต์ของวงเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ที่ชื่อสมาชิกแต่ละคนยังไม่เป็นที่รู้จัก โดยสมาชิกทั้ง 9 คนประกอบไปด้วย แทยอน เจสสิก้า ทิฟฟานี่ ซันนี่ ยูริ ฮโยยอน ซอฮยอน ซูยอง และยุนอา โดยเพลงเปิดตัวนี้ไม่มีใครคาดคิดว่า 18 ปีต่อมา จะกลายเป็นหนึ่งใน “ไบเบิ้ล” สำคัญของวงการ K-POP ทั้งในแง่ดนตรี ความทรงจำ และอุดมการณ์

เพลงเปิดตัวที่ “ไม่ป๊อป” แบบสูตรสำเร็จ

วง Girls’ Generation ต่อยอดสูตรความสำเร็จมาจากวงไอดอลฝั่งผู้ชายในค่ายเดียวกัน ด้วยการคัดเลือกเด็กสาวที่มีความสามารถหลากหลายในด้านการร้อง เต้น และแสดง มารวมตัวกันในระบบสมาชิกที่มีจำนวนมากถึง 9 คนในสมัยนั้น ซึ่งนับเป็นความแปลกใหม่ต่อผู้ชมเป็นอย่างมาก รวมถึงเพลง Into The New World ไม่ใช่เพลงที่มาในสูตรสำเร็จ K-Pop ของปลายยุค 2000s ที่เน้น “เซ็กซี่” หรือ “แบ๊ว” แต่มันเป็นเพลงป๊อปที่มีโครงสร้างแบบ Operatic จังหวะเร็ว ร้องประสานหลายชั้น เนื้อหาเต็มไปด้วยความหวัง ความฝัน และพลังบวกที่สาดใส่ผู้ฟังทันที

ซึ่งเมื่อประสานเข้ากับ Live Performance ที่เป็นท่าเต้นทรงพลัง ออกท่าทางคล้ายกับการออกกำลังกายในชุดที่เหมือนชุดเล่นกีฬาของผู้หญิง เมื่อทักษะการร้องสดที่แข็งแรง แม้จะยังต้องเต้นแรงตามไปด้วย ทำให้เพลง Into The New World กลายเป็นที่จดจำของแฟน ๆ ได้ในทันที กลุ่มเด็กสาวทั้ง 9 คน คือตัวแทนของกลุ่มผู้หญิงที่มีพลังเหลือล้น กลายเป็นเด็กสาวที่พร้อมจะเปลี่ยนโลกด้วยใจบริสุทธิ์ตามเนื้อหาของเพลง

การเปิดตัวด้วยเพลงนี้จึงเหมือนเป็น “คำประกาศ” จาก Girls’ Generation ว่า พวกเธอไม่ได้มาเพื่อลอกเลียนแบบใคร แต่จะเป็นภาพแทนของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเดินไปข้างหน้า แม้จะยังไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไรก็ตาม

ไบเบิ้ลของ K-POP เพื่อเฟ้นหา Girl Group ที่มีคุณภาพ

กระทั่งตลอดเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา วง Girls’ Generation เติบโตและโด่งดังในระดับโลก กลายเป็นปลายทางของสาว ๆ ทั้ง 9 ที่แม้จะมีบางสมาชิกบอกลาและแยกทางไป จนเหลือสมาชิกปัจจุบัน 8 คนนั้น แต่ Girls’ Generation ก็เติบโตอย่างสง่างาม สำเร็จอย่างมีศักดิ์ศรีไปในเส้นทางของแต่ละคน ด้วยเสียงที่แท้จริงของความเป็นหญิง เพลงดังของวงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลง GEE ที่ปลุกกระแสเรียวขายาวในกางเกงยีน เพลง Genie กับการนำชุดทหารที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของเพศชายให้กลายมาเป็นขาสั้นสุดเซ็กซี หรือแม้แต่เพลง I Got A Boy ที่ในหนึ่งเพลงมี 3 แนวรวมอยู่ในเพลงเดียว สามารถเขย่าโครงสร้างการเขียนเพลง K-POP ในยุคต่อ ๆ ได้อย่างสิ้นเชิง

แต่ความสำเร็จทั้งหมดที่ผ่านมา Into The New World เพลงเดบิวต์อันทรงพลังเพลงนี้ยังคงถูกขับร้องในหลายเวที ทั้งในรายการแข่งขันต่าง ๆ ที่เฟ้นหาไอดอลรุ่นใหม่ ให้ลองร้องและแสดงไปพร้อมกัน นอกจากเพื่อแสดงความเคารพและยกย่องกับรุ่นพี่เกิร์ลกรุ๊ประดับตำนานแล้ว บางคนถึงกับกล่าวว่า “ถ้าคุณเป็นไอดอล K-POP แล้วไม่เคยร้องเพลงนี้ คุณยังไม่ใช่ไอดอลหน้าใหม่ตัวจริง” เพราะเพลงนี้ถือเป็นเพลง “ปราบเซียน” ว่าคุณจะร้องอย่างมีคุณภาพ ไปพร้อมกับเต้นอันทรงพลัง และลงจบพร้อมท่าหอบเหนื่อยอย่างสง่างามได้หรือไม่

นอกจากนั้น เพลงนี้ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของยุคเปลี่ยนผ่านใน K-POP ที่ผู้หญิงเริ่มเป็นศูนย์กลางความนิยมในระดับโลก นำโดย Girls’ Generation, Wonder Girls, Kara รวมถึงวงเกิร์ลกรุ๊ปอื่น ๆ อีกมากมายใน Gen ต่อ ๆ มาที่ขึ้นอยู่ในระดับศิลปินระดับโลกไปแล้วอย่าง BLACKPINK ก็ตาม Into The New World จึงกลายเป็นเพลงที่เหมือนปูความหมายการก้าวไปในโลกใหม่ การวางรากฐานของพื้นที่ผู้หญิงยุคนั้นให้กล้าที่จะมีความหวัง ต่อสู้เพื่อความฝัน และยืนหยัดว่าผู้หญิงมีสิทธิ์จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมและสังคมเกาหลีใต้ ที่คลาคล่ำไปด้วยพื้นที่ทางอำนาจของผู้ชาย ประเทศที่มีระบบชายเป็นใหญ่รุนแรงมากที่สุดสังคมหนึ่งของโลก

จากเพลงของไอดอล สู่เพลงแห่งการประท้วง

หนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่สุด คือการที่เพลงนี้ถูกนำมาใช้ในการประท้วงทางการเมืองของนักศึกษาและประชาชนในเกาหลีใต้หลายครั้ง โดยเมื่อปี 2016 นักศึกษามหาวิทยาลัยหญิงอีฮวา (Ewha Womans University 이화여자대학교) เคยร้องเพลง Into The New World ของ Girls’ Generation พร้อมชนกับ คฝ. ที่เข้ามาในมหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษาหญิงเหล่านั้นได้ประท้วงเกี่ยวกับนโยบายที่ไม่เป็นธรรมของมหาวิทยาลัยที่เกิดจากอธิการบดี

และการร้องเพลงในตำนานของ K-POP ครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการประท้วงขนานใหญ่ นำไปสู่การขยายผลเพื่อเปิดเผยการทุจริตระดับประเทศ ซึ่งมีต้นตอมาจากประธานาธิบดี พัค กึนเฮ (Park Geun-hye 박근혜) ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ที่ซุกเรื่องราวมากมายเอาไว้ใต้พรม จนสามารถถอดถอนเธอออกจากตำแหน่งได้ อีกทั้งเหตุการณ์ดังกล่าวยังเคยถูกนำไปทำเป็นซีรีส์ “Live” นับเป็น Soft Power ที่แข็งแรงของเกาหลีใต้อีกด้วย

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เพลงนี้ไม่เพียงแต่เป็นไบเบิ้ลของวงการ K-POP ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมบันเทิงเท่านั้น ทว่าในวันที่ผู้คนจุดเทียนนับล้านบนถนนใจกลางกรุงโซล เด็กหนุ่มสาวต่างร้องเพลง Into The New World ไปพร้อมกับน้ำตาและความหวังระหว่างการต่อสู้ มันไม่ใช่แค่เพลงของ Girls’ Generation อีกต่อไป แต่มันกลายเป็น “เพลงของประชาชน” สัญลักษณ์ของการรวมพลัง การไม่ยอมแพ้ และการมองไปข้างหน้าเพื่อสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่า

แม้โลกของ K-POP ในวันนี้จะเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง แนวเพลงที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี ศิลปิน K-POP สามารถเทียบเท่าการเป็นศิลปินระดับโลก รวมถึงมาตรฐานอุตสาหกรรมที่โหดขึ้นตามมา ทว่า “โลกใหม่” ในเพลง Into The New World ที่พูดถึงยังคงเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนชายขอบ คนรุ่นใหม่ และศิลปินที่ยังอยาก “เป็นตัวเอง” ในระบบที่พยายามหล่อหลอมพวกเขาให้เหมือนกันตามแบบทุนนิยม K-POP Wave ก็ตามที

เพลงนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ใน Playlist แต่ยังอยู่ใน “จิตวิญญาณ” ของวงการ K-POP ที่ยังต้องเดินหน้าไปในโลกใหม่ใบเดิม โลกที่ยังคงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพลงแห่งความหวังที่ไม่ได้แยกออกจากวิถีชีวิตที่ต้องสู้บนท้องถนน ยังคงทิ้งคำถามอยู่ในใจของแฟน ๆ ทั่วโลกตลอดไปว่า

“เราจะเดินต่อไปยังไง โดยไม่หลงลืมว่าเราเป็นใคร”

AUTHOR

นักคิด นักเขียน นักสร้างคอนเทนต์ ตัวปัญหาของกระแส ชาวเกย์ผู้แปลกแยก และนักเล่าเรื่องในรูปแบบที่แตกต่าง หลงใหลวัฒนธรรม Pop ทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์และดนตรี และยังเป็นผู้กำกับอิสระ นักดนตรีและนักแต่งเพลง รวมถึงแอดมินเพจที่ประสบความสำเร็จในโซเชียลอีกด้วย เก่งซะไม่มี