5 เพลงประจำร้านที่เป็น Music Marketing

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้การเดินเข้าร้านอาหารหรือร้านค้าใดสักร้านหนึ่ง แบรนด์เหล่านั้นต่างก็มีหลากหลายวิธีการมาทำให้เราอยากใช้เวลาอยู่ในร้านต่อไปให้ได้เรื่อย ๆ ทั้งทำสินค้ามาให้น่าหยิบจับ ทำบรรยากาศให้ออกมาน่าเดิน น่าวกเข้าโซนนั้นที โซนนี้ที ไม่ก็ซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารแล้วนั่งแช่อยู่นาน ๆ ก็ยังมี

และหลังจากที่พวกเขาเลือกใช้เวลาภายในร้านแล้ว ก็ถึงตาของแบรนด์ที่จะฝังหัวผู้ใช้บริการให้ยังคงจดจำกลิ่นอายของร้านกลับไปที่บ้านได้ อย่างการเปิดเพลงของแบรนด์วนภายในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิธีการทางการตลาดที่เรียกว่า ‘Music Marketing’ เหมือนอย่างการให้ศิลปิน T-POP ทำเพลงให้ หรือไม่ก็ทำเพลงมาเพื่อให้คนกดใช้แผ่นเสียงนั้นในวิดีโอของตัวเองต่ออย่างไรอย่างนั้น จนทำให้เพลงของแบรนด์ติดอยู่ในหัวผู้คนไปอีกนาน

วันนี้ SUM UP ขอพาคุณไปเดินเข้าร้าน และพื้นที่ให้บริการของแบรนด์ต่าง ๆ 5 แบรนด์ทั่วประเทศ ที่มีกระบวนการของการนำเพลงมาเปิดวนไปวนมาในพื้นที่ของตัวเองจนเราอาจจะเคยจดจำเพลงธีมเข้ามาในความทรงจำหลังจากเข้าร้านเหล่านี้มาแล้วก็ได้ มาดูกันว่ามีร้านค้าหรือบริการใดน่าสนใจกันบ้าง

เพลงประจำร้าน ‘สุกี้ตี๋น้อย’

“อร่อยกับมื้อเท่ ๆ ในแบบบุฟเฟต์ประทับใจ
สุกี้ตี๋น้อยจัดให้อิ่มได้ยาว
อร่อยได้มาตรฐาน อิ่มเอมเบิกบานทุกเรื่องราว
คุ้มค่าทุกคราวที่นี่ สุกี้ตี๋น้อย…”

หลังจากกินชาบูท่ามกลางเพลงเศร้ามาอย่างเนิ่นนาน สาวกร้าน ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ก็ได้ฟังเพลงสดใสบ้างเสียที เพราะนี่คือเพลงประจำร้านที่ใช้เปิดวนไปวนมาจนกลายเป็นภาพจำของเสียงเพลงภายในร้าน

‘สุกี้ตี๋น้อย’ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และคนส่วนใหญ่มักจำได้ว่าร้านสุกี้บุฟเฟต์แห่งนี้เลือกเปิดเพลย์ลิสต์เพลงเศร้า ๆ หรือเพลงแบบจังหวะช้า ๆ เพราะจริง ๆ ทางร้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงของ GMM GRAMMY ในช่วงยุค ’90 เอาไว้หลากหลายเพลงด้วยกัน จนคนคิดว่าร้านตั้งใจซื้อแต่เพลงเศร้ามาให้ลูกค้าฟัง

ขณะเดียวกันก็มีการศึกษาว่าร้านที่เปิดเพลงจังหวะช้าจะทำให้ลูกค้าใช้เวลาภายในร้านมากกว่าร้านที่เปิดเพลงจังหวะเร็ว อีกทั้งยังมีการบอกว่าเพลงจังหวะช้าจะช่วยเพิ่มยอดขายอาหารและเครื่องดื่มได้มากกว่ากันอีกด้วย โดยร้านที่เปิดเพลงจังหวะช้าจะทำให้ลูกค้าใช้จ่ายเงินเฉลี่ย 55.82 ดอลลาร์ ขณะที่ร้านที่เปิดเพลงจังหวะเร็วลูกค้าจะใช้จ่ายเงินเฉลี่ย 48.62 ดอลลาร์

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าเราอยากให้แบรนด์ของเรามีเพลงประจำร้านที่ช่วยส่งเสริมมุมมองเชิงบวก เพลงก็ต้องเป็นจังหวะเร็ว นั่นจึงทำให้เพลงประจำร้านสุกี้ตี๋น้อยกลายเป็นเพลงที่มีความสดใส เป็นมุมบวก ฟังแล้วเห็นภาพครอบครัวลอยมาในหัวเลย เพลงนี้แต่งขึ้นโดย ‘ธวัฐไชย ฤดีอมรเกียรติ’ นักทำเพลงที่อยู่ในวงการโฆษณามาอย่างยาวนาน และตั้งใจแต่งเพลงประจำร้านออกมาเพื่อเล่าเรื่องบรรยากาศภายในร้านแบบอบอุ่น ๆ ด้วยจำนวนผู้คนที่เลือกมากินร้านนี้เพื่อมอบรางวัลชีวิตยามเหนื่อย นัดสังสรรค์ กินข้าวกับแฟน หรือกินข้าวกับครอบครัว พร้อมบอกสรรพคุณอื่น ๆ ไว้ในเพลงอย่างครบถ้วน ฟังทีไรก็รู้สึกถึงความสุขได้ในเพลง

ฟังเพลงนี้ได้ที่นี่

เพลงประจำร้าน ‘Don Don Donki’

“ดอง ดอง ดอง ดองกิ ดอง ดอง ดองกิ
สวรรค์ที่แสนวิเศษ ที่นี่ช่างดีที่สุดสำหรับฉัน
ดอง ดอง ดอง ดองกิ ดอง ดอง ดองกิ
ออกไปค้นหาเถอะ ให้เจอสิ่งที่แปลกไปดูสักที…”

ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเราเป็นพนักงานร้านนี้ เราจะมีเพลงนี้ฝังในหัวไปอีกนานแค่ไหน เพราะทีไรที่เราก้าวเท้าเข้าไปใน ‘Don Don Donki’ หรือ ‘Don Quijote’ ในประเทศต้นทางของห้างญี่ปุ่นแห่งนี้ เราก็จะได้ยินเพลงที่พูดชื่อร้านวนไปวนมาจนคนที่เคยเข้าร้านนี้ล้วนจำเพลงนี้กันได้ทุกคน

เพลงธีมหลักของร้านมีชื่อว่า ‘Miracle Shopping’ แต่งขึ้นโดยพนักงานพาร์ตไทม์ของร้านอย่าง ‘ไมมิ ทานากะ (Maimi Tanaka)’ ผู้รับผิดชอบในการดูแลสินค้าแผนกอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า และสินค้าแบรนด์หรู พร้อมกับทำงานอดิเรกในด้านดนตรีที่ตัวเองชอบไปด้วย ไมมิจึงแต่งเพลงเกี่ยวกับร้านที่เธอทำงานขึ้นมา และเริ่มใช้เป็นเพลงประจำร้านตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 เป็นต้นมา

เนื้อเพลงในแต่ละท่อนเล่าถึงการชวนคนที่เหงา อยากหาที่เดินเล่นตอนกลางคืน แต่คิดไม่ตกว่าจะไปที่ไหนดี มาที่ห้าง Don Quijote สิ ดินแดนแห่งความฝันของขาช็อปกำลังรอคุณอยู่นะ ด้วยท่าทีที่สนุกสนาน และรูปแบบดนตรีเหมือนในการ์ตูนอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เวลาที่ผู้คนนึกถึงเพลงนี้ พวกเขาก็จะนึกถึงความสุขที่อยู่ล้อมรอบตัวภายในร้าน เหมือนกับการเดินใน Don Quijote ไม่มีผิด

ซึ่งจริง ๆ นอกจากเพลงที่คุ้นหูแล้ว Don Quijote ก็มีเอกลักษณ์อีกมากที่เราเคยเขียนไว้ในบทความเรื่อง ‘สำรวจสิ่งประกอบสร้างตัวตนที่ทำให้ Don Don Donki ครองใจคนไทยไว้อยู่หมัด’ สามารถกดอ่านบทความเต็มเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย
https://www.sumupth.com/don-don-donki/

ฟังเพลงนี้ได้ที่นี่

เพลงประจำร้าน ‘Moshi Moshi’

“moshi moshi moshi shitoshito ameni
mahouga kakattanara nijiga derukana
moshi moshi moshi anatawo omoi
negaiwo kaketanonara kanuyouna kiga shiteruno
(หากฝนปรอยมีเวทมนตร์ สายรุ้งคงจะมา
หากฉันคิดถึงเธอและขอพร ความปรารถนาก็จะเป็นจริง)”

สำหรับสายคนรักของกุ๊กกิ๊ก ทุกครั้งที่ไปเดินห้างคงไม่สามารถควบคุมขาทั้งสองข้างไม่ให้เดินเข้าไปยังร้านขายของน่ารัก ๆ อย่าง ‘Mochi Mochi’ ได้เลยแม้แต่น้อย ก็สีสันมันน่ารักเกิน ใครจะไปอดใจไหว เครื่องสำอางก็น่าลอง หมอนนุ่ม ๆ ก็น่าบีบ ตุ๊กตาก็น่าอุ้ม ขอแวะสักนิดก่อนแล้วกัน

ไม่ใช่แค่บรรยากาศของร้านที่ชวนดึงดูดให้เราอยากเข้าไปใช้เวลาภายในร้านด้วย แต่ ‘Mochi Mochi’ ธุรกิจร้านค้าส่งสินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2543 ก็ได้ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งการออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ สินค้าความงาม สินค้าไอที ของใช้แฟชั่น ไปจนถึงเครื่องใช้ในบ้านให้น่ารัก น่าใช้ และน่าซื้อ

รวมไปถึงการขยายสาขาไปยังห้างชั้นนำและโซนการค้าเด่น ๆ ตามย่านต่าง ๆ ทั่วประเทศ และการทำเพลงประจำแบรนด์เพื่อเปิดวนในร้าน ทาง Mochi Mochi ได้ให้ทีม ‘Soul Beaver (โซลบีเวอร์)’ เป็นผู้ออกแบบเพลงขึ้นมา จากโจทย์ที่ทีมผู้สร้างสรรค์เพลงตั้งใจให้ดูออกมาเป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ ฟังแล้วต้องดีต่อใจคนที่มาเดินในร้าน รวมถึงยังต้องทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์นี้ไม่ใช่แค่ร้านน่ารักทั่วไป แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่เหมือนมีชีวิตอีกด้วย

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เพลงนี้แทบไม่ได้เหมือนเพลงที่ทำโดยคนไทยเลยแม้แต่น้อย และทำให้เรานึกว่า Mochi Mochi กลายเป็นร้านค้าจากญี่ปุ่นไปเสียแล้ว!

ฟังเพลงนี้ได้ที่นี่

เพลงประจำรถโดยสาร ‘นครชัยแอร์’

“ก็ไม่ต้องกลัวจะเหงา
(ไม่ว่าการเดินทางมันจะนานเท่าไหร่)
ไม่ต้องกลัวว่าการเดินทางนั้นจะว่างเปล่า
สนุกจนใจฉันต้องร้อง ว้าว! กี่คราวก็สุขหัวใจ กับนครชัยแอร์”

บางครั้งความสุขของลูกค้าก็อาจจะไม่ได้มาจากการใช้บริการเพียงอย่างเดียว เพลงที่ถูกออกแบบมาได้อย่างรื่นหูก็เป็นอีกส่วนประกอบสำคัญทำให้เพลงที่ถูกใช้เปิดในร้านนั้น ๆ ส่งผลต่อลูกค้าได้อย่างจริงจัง

สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการรถโดยสารของ ‘นครชัยแอร์’ บริษัทผู้เดินรถส่งผู้คนเดินทางไปทั่วประเทศที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ซึ่งโดดเด่นด้วยการนำเสนอความสะดวกสบายบนรถ เหมือนในโจทย์หลักของแบรนด์ที่ต้องการให้ผู้ที่มาใช้บริการนั่งแล้วรู้สึกสบายตัว ไม่ปวดเมื่อยเมื่อถึงจุดหมาย รวมถึงรู้สึกถึงความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว จากการเพิ่มฉากกั้นห้องซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งโดยชัดเจน อีกทั้งการบริการของพนักงานขับรถ และบัสโฮสเตสที่ดูแลเอาใจใส่ผู้โดยสารเป็นอย่างดี จนมีคนมาใช้บริการกันมากมาย

และก็มีหนึ่งสิ่งที่ทุกคนที่เคยขึ้นน่าจะเคยได้ยิน ก็คือเพลงของแบรนด์ที่มักจะเปิดวนไปวนมาอยู่บนรถ แม้บางครั้งจะเสียงดังเกินไปจนรบกวนผู้โดยสารบ้าง หรือท่อนที่ร้อง “ว้าว!” จะเสียงแหลมจะรบกวนหัวใจลูกค้าไปบ้าง แต่ทางแบรนด์ก็ลดความดังของเสียงลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็เป็นเพลงประจำบริการรถโดยสารอีกหนึ่งเพลงที่มีเนื้อหาและทำนองน่าจดจำ จนกระทั่งลงรถและเดินทางกลับบ้านก็ยังร้องตามได้อยู่เลย

ฟังเพลงได้ที่นี่

เพลงประจำร้าน ‘Mixue’

“เธอรักฉัน ฉันรักเธอ มี่เสวียไอศกรีม และชา…”

ปิดท้ายด้วยเพลงที่ไม่พูดถึงเลยก็ไม่ได้ เพราะเพลงที่เปิดในร้านเครื่องดื่ม ไอศกรีม และชา ‘Mixue’ ฝังหัวชาวไทยมาแล้วหลายต่อหลายคน ด้วยเนื้อเพลงเพียงไม่กี่คำ แต่ก็ทำให้จำไปทั้งชีวิต

เท้าความก่อนว่าเพลงนี้แต่งขึ้นโดยใช้ทำนองของเพลง ‘Oh! Susanna’ แต่งขึ้นโดย ‘สตีเฟน ฟอสเตอร์ (Stephen Foster)’ มีเนื้อหาของเนื้อหาเพลงต้นทางบางแง่มุมที่ไปสะท้อนภาพการเหยียดเชื้อชาติของคนผิวดำ จากช่วงเวลาแห่งยุคตื่นทองของแคลิฟอร์เนีย (California Gold Rush) ที่มีคนอเมริกากว่าแสนคนแห่ไปยังชายฝั่งตะวันตกหลังจากพบว่าที่เชิงเขาแคลิฟอร์เนียมีทองคำอยู่จำนวนมาก อีกทั้งเพลงนี้ยังมักถูกใช้แสดงกับกลุ่มนักแสดงผิวขาวที่ทาหน้าดำเพื่อล้อเลียนชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันอีกด้วย

แต่อาจเป็นเพราะความสดใสของทำนองเพลงที่ถูกนำไปใช้ร้องครั้งแรก ๆ ที่ร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งในเมืองพิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกา ทำให้ทำนองดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบการประชาสัมพันธ์แบรนด์อีกหลากหลายแบรนด์ทั่วโลกในเวลาต่อมา หลังจากที่ลิขสิทธิ์ต้นฉบับของเพลงนี้กลายเป็นลิขสิทธิ์สาธารณะ ทั้งในโฆษณานมสดคันทรีเฟรช (2533) ไปจนถึงการกลายเป็นเพลงกล่อมเด็กโดยทั่วไป

เช่นเดียวกันกับแบรนด์ ‘Mixue’ ที่นำทำนองดังกล่าวมาแต่งเนื้อใหม่และกลายเป็นเพลงธีมของร้านในชื่อ ‘Mixue Bingcheng Theme Song’ และเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2020 ในร้านค้าทั่วประเทศจีนกว่า 1 หมื่นสาขาในตอนนั้น ก่อนที่ต่อมาในปี 2021 เพลงนี้จะถูกอัปโหลดขึ้นไปในแพลตฟอร์ม Bilibili และ TikTok จนกลายเป็นไวรัล ที่ทำให้ยอดผู้เข้าชมเพลงต้นฉบับของผู้อัปโหลดคนแรกทะลุ 2 พันล้านครั้งเลย และเมื่อเพลงกลายเป็นไวรัล เมื่อร้านกระจายต่อ และเพลงถูกเปิด ภาพความสดใสของร้านที่ส่งต่อมาจากเพลงก็ช่วยทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างที่เราเห็นกัน

และเราก็เคยเขียนเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นในภาพรวมของร้านไอศกรีมและชาแห่งนี้เอาไว้ด้วยในบทความ ‘เปิดข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ ‘Mixue’ จากจีน’ สามารถกดอ่านบทความเต็มเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย
https://www.sumupth.com/get-to-know-mixue-thailand/

ฟังเพลงได้ที่นี่

AUTHOR

Content Creator

พนักงานมือใหม่ที่สนุกกับการหาเรื่องมาเล่า ไม่มีสิ่งที่ชอบตายตัว มีแต่สิ่งที่ชอบแล้ว และกำลังหาสิ่งใหม่ที่ชอบต่อไป