CTC 2026, CREATIVE TALK CONFERENCE 2026

‘เล่าไปเรื่อย’ @laopaireuay คือช่องคอนเทนต์ออนไลน์สไตล์เล่าเรื่องราวรอบตัว ที่มีผู้คนติดตามมากกว่า 1.8 หมื่นคนใน Instagram, 2.7 แสนคนใน Facebook และ 7.16 แสนคนใน TikTok ที่มีความน่าสนใจคือ การลงไปเล่าเรื่องนั้นในพื้นที่จริง ซึ่งทำให้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เหมือนกำลังถูกเล่าอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบัน แบบเหมือนเพื่อนเดินเล่นกับเราแล้วหยุดยืนเล่าให้ฟังง่าย ๆ อย่างไรอย่างนั้น

เหตุผลที่คอนเทนต์ดูสนุกขนาดนี้ได้ไม่ใช่แค่เพียงวิธีการนำเสนอ แต่จุดเด่นในฐานะผู้สร้างสรรค์เนื้อหาแนวประวัติศาสตร์ใกล้ตัว คือการค้นหาข้อมูลที่หยิบมาเล่า และการรู้ว่าเราควรจะลงไปเล่นกับข้อมูลในสนามไหน

Session ของ CTC 2026 เรื่อง “หาข้อมูลเรื่องเล่ายังไง ให้เหนือกว่า AI” โดย ‘สุรัตน์ บัณฑิตลักษณะ’ CEO Polar Web Application, นักเล่าเรื่องในตำนาน จำกัด เจ้าของช่อง ‘เล่าไปเรื่อย’ ได้หยิบเอาสูตรสำเร็จที่เคยทำไว้ใน Channal ของตัวเองมานานกว่า 2 ปี มาเล่าเพื่อตอบคำถามที่มีคนถามเขาเยอะมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา นั่นคือ เขาหา ‘ข้อมูล’ หรือ ‘รูปภาพ’ ประกอบเนื้อหาที่ ‘น่าสนใจ’ มาได้อย่างไร

เริ่มต้น ให้จำไว้ก่อนว่าการจะหา ‘ปลาพันธุ์ใหม่’ จาก ‘น่านน้ำเดิม’ นั้นยาก ถ้าอยากตกปลาพันธุ์แปลกและแตกต่าง เราก็ต้องรู้จักหนีน่านน้ำเดิม ๆ ไปยังน่านน้ำใหม่ที่ล่องเรือไปได้ยากกว่า เมื่อนั้นเราก็จะกลายเป็นคนแรก ๆ ที่เข้าถึงพื้นที่นั้น และมีสิทธิตกปลาน่าสนใจเหล่านั้น

นี่คือ 5 วิธีการเข้าสู่น่านน้ำแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ ที่ช่องเล่าไปเรื่อยทำตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

1. ค้นอินเทอร์เน็ตแบบใหม่ ให้ ‘ลึก’ กว่าเดิม

เพราะการค้นข้อมูลแบบเดิม ๆ ต้องมีแทคติกมากขึ้น การค้นหาข้อมูลผ่าน Google search ทั่วไปอาจจะยังได้ข้อมูลที่ไม่ลึกมาก วิธีที่สุรัตน์ใช้คือ การค้นหาข้อมูลแบบกำหนดเวลาเฉพาะ เพื่อทำให้ข้อมูลที่ตรงตามช่วงเวลาจริงมากขึ้น หรือการไปค้นหาใน Facebook Group ของคนที่สนใจในเรื่องนั้น ๆ เช่น กลุ่มภาพเก่าในอดีต หรือกลุ่ม The Wild Chronicles Group สองกลุ่มนี้จะมีภาพเก่าที่หายากในช่วงเวลาต่าง ๆ และประเด็นต่าง ๆ เต็มไปหมด หากค้นคีย์เวิร์ดดี ๆ เราอาจจะเจอข้อมูลสำคัญที่ปะติดปะต่อกันได้

ลึกไปกว่านั้นคือ การค้นหาตามระบบสืบค้นที่ต้องลงทะเบียนทั้งหลาย เช่น กรมที่ดิน ที่สุรัตน์ใช้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินต่าง ๆ ผ่านการคัดสำเนาข้อมูลที่น่าสนใจมาเล่าต่อ หรืออย่าง DBD (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ก็เป็นช่องทางที่ทำให้เราทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเงินของบริษัทต่าง ๆ ได้ ไปจนถึงการอ่านคอมเมนต์ สังเกตมุมมองและเรื่องเล่าเฉพาะตัวของคนที่มาตอบในเรื่องต่าง ๆ ตามช่องทางการสืบค้นออนไลน์ทั่วไป เราก็อาจจะเจอเรื่องราวที่มันลึกกว่านั้นได้ด้วยเช่นกัน

2. เปิดหนังสือเก่า คลังข้อมูล ‘สำคัญ’ ที่บันทึกในยุค ‘อดีต’ 

สำหรับหนังสือเก่าจะมีประโยชน์มากในการพบเจอข้อมูลที่เราอาจไม่สามารถหาได้ในอินเทอร์เน็ต เช่น การค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทที่ปิดตัวไปแล้ว หรือสถานที่ที่ปิดตัวไปแล้วเพื่อเอามาเล่า การค้นหาข้อมูลจาก ‘แหล่งข้อมูลเก่า’ ที่บันทึกช่วงเวลานั้น หรือเวลาที่ใกล้เคียงกว่าตอนนี้เอาไว้ จะช่วยนำเสนอข้อมูลในช่วงเวลานั้นได้ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น คอนเทนต์ “โรงงานไทยเมล่อน” การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของที่ดินเก่าย่านรังสิตนั้นยากมาก ค้นยังไงก็ไม่เจอ จนสุรัตน์ได้ไปพบกับหนังสือ ‘เจ้าสัว Yesterday โศกนาฏกรรมนายทุนไทย’ ที่มีการเล่าเรื่องของเจ้าของพื้นที่นี้อย่างครบถ้วน ก็ทำให้สืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ในที่สุด รวมถึงยังเจอเรื่องลึก ๆ ที่ไม่มีการบันทึกไว้ในปัจจุบัน ซึ่งช่วยเพิ่มความเซ็กซี่ให้เนื้อหาได้

@laopaireuay

อาณาจักรไทยเมล่อนฯ อดีตเจ้าของที่ดินแปลงสวยในย่านรังสิต ที่เซ็นทรัลกำลังมีโครงการพัฒนา ที่มาของอาณาจักรสิ่งทอ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นอย่างไร #ไทยเมล่อน #เซ็นทรัล #รังสิต #อาณาจักรสิ่งทอ #ผู้กองธรรมนัส #ที่ดิน #ที่ดินรังสิต #ประวัติศาสตร์ #เรื่องเล่า #เล่าไปเรื่อย #tiktokuni #tiktokuni_th #longervideos

♬ เสียงต้นฉบับ – เล่าไปเรื่อย – เล่าไปเรื่อย

ที่สำคัญที่สุดคือ มีหนังสือบางประเภทที่เรียกได้เต็มปากเลยว่าเป็นขุมทรัพย์ทางชุดข้อมูลเก่า อย่างหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ ที่จะมีชุดข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสำคัญต่าง ๆ หนักแน่น ครบถ้วน ถูกต้อง ชัดเจน ภาพประกอบเยอะ ซึ่งถ้าหากอยากค้นหาข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถไปสืบค้นได้ที่ห้องสมุดเฉพาะในพื้นที่ต่าง ๆ นั่นเอง

3. ขุดค้นกับ ‘คนต้นเรื่อง’ คลังข้อมูลที่มีชีวิต

กรณีนี้อาจจะง่ายถ้าเป็นงานจ้าง คนจากแบรนด์ หรือเจ้าของก็จะลงมาให้ข้อมูลเอง ทำให้ได้เนื้อหาที่มีความพิเศษมากขึ้น หรือหากไม่ใช่งานจ้าง การได้ข้อมูลประกอบจากแหล่งต้นเรื่องก็จะทำให้เรื่องราวสนุกขึ้นเป็นกอง

ตัวอย่างเช่น คลิปที่สุรัตน์เล่าเรื่องของที่มาชื่อ “แยกเหม่งจ๋าย” ที่คลิปแรกเล่าในฐานะทฤษฎีสมคบคิดทั้งหลาย ว่าที่มาของชื่อแยกนี้มาอย่างไรกันแน่

พอเผยแพร่คลิปไป ก็มีลูกสาวของ ‘ภัตตาคารเหม่งจ๋าย’ มาส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้ว่า ที่มาของชื่อแยกมาจากชื่อภัตตาคารที่เธอเป็นทายาทอยู่นั่นเอง เลยเป็นคลิปถัดมาที่เล่าเรื่องต่อกัน และมีคนให้ความสนใจเยอะมาก ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่สนุกทั้งในแง่คนทำและคนดู

4. สำรวจพื้นที่จริง สัมผัส ‘ข้อมูล’ ในบริเวณต้นทาง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่จะลึกไปกว่าการไปพื้นที่ตรงนั้นจริง ๆ สำรวจพื้นที่ทางกายภาพ พูดคุยกับผู้คน สอบถามที่มาที่ไปกับพวกเขาอย่างเป็นมิตร ก็จะได้ข้อมูลที่น่าสนใจกลับมาได้ หรืออาจจะใช้วิธีการสังเกตผ่านป้ายข้อมูล หรือประกาศต่าง ๆ ในพื้นที่ ไปจนถึงการขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็จะทำให้ข้อมูลมีความเฉพาะตัว และมีเรื่องราวของการค้นหาเรื่องราวที่ฟังสนุกขึ้นอีกทอดหนึ่ง

เหมือนอย่างในคลิปเล่าเรื่อง “ตึกร้างเคหะบางพลี” ที่สุรัตน์ลงพื้นที่สำรวจด้วยตัวเอง เพื่อตอบความสงสัยของผู้ชมว่าใครเป็นคนสร้างตึกนี้กันแน่ สุรัตน์เลยตรงไปตามหาข้อมูลที่การเคหะแห่งชาติ จนได้เจอกับเอกสารปึกใหญ่ที่เก็บข้อมูลของตึกนี้เอาไว้ครบถ้วน และนำมาตอบคำถามของผู้คนในแบบของตัวเองได้ในที่สุด

5. ย้อน ‘ความทรงจำ’ มาเล่าให้คนอิน

วิธีการสุดท้ายคือ การกลับมายังตัวเองหรือคนใกล้ตัว เพราะความทรงจำเป็นเรื่องที่แต่ละคนต่างมีรายละเอียดในแบบของตัวเอง ซึ่งนั่นคือคอนเทนต์ที่ดีที่สุดที่มันอยู่กับตัวเราอยู่แล้ว จากการอ่าน การฟัง การสอบถามพูดคุย การได้ยินคนอื่นเล่ามาในชีวิต หรือการเคยอยู่ในช่วงเวลาของประวัติศาสตร์นั้น ๆ ด้วยตัวเอง เมื่อสิ่งเหล่านี้แทบจะอยู่ในเนื้อตัวของเรา มันจะทำให้เราเล่าเนื้อหาต่าง ๆ ได้สนุกและออกรสออกชาติมากขึ้น ยิ่งถ้าเป็นความทรงจำร่วมที่ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยง ก็จะทำให้คอนเทนต์นั้น ๆ มีคนสนใจมันมากขึ้นได้อีกด้วย หรือในกรณีของความทรงจำในเชิงประสบการณ์ที่น้อยคนจะรู้ และถ้าเรารู้เรื่องนั้น มันก็จะเพิ่มความพิเศษไปอีกขั้นในเนื้อหา

จะเห็นได้ว่า ทุกน่านน้ำที่สุรัตน์ล่องเรือเพื่อค้นหาข้อมูล ล้วนทำให้เขาได้ข้อมูลสายพันธุ์หายากหลากหลายแบบ ที่แค่นำมาโชว์ก็น่าดูแล้ว แต่ด้วยความน่าสนใจในวิธีการเล่าของช่อง เล่าไปเรื่อย ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการปรุงข้อมูลดิบให้คนอยากกินจนหมดจาน ดูจนจบคลิป และติดตามผลงานจานต่อ ๆ ไปของเขามาจนถึงวันนี้

ฉะนั้นแล้ว หากจะประกอบอาชีพนักเล่าเรื่อง ไม่เพียงแค่ต้อง “เล่าเรื่อง” ได้ดี แต่ต้อง “ค้นหา” ข้อมูลได้เป็น เพื่อทำให้ “วัตถุดิบ” และ “ฝีมือ” ประกอบรวมกันเป็น “ความสำเร็จ” ในสายงานนี้นั่นเอง

AUTHOR

Content Creator

พนักงานมือใหม่ที่สนุกกับการหาเรื่องมาเล่า ไม่มีสิ่งที่ชอบตายตัว มีแต่สิ่งที่ชอบแล้ว และกำลังหาสิ่งใหม่ที่ชอบต่อไป