“ศรัทธาของคุณทำมืดบอด และพระเจ้าก็ไม่ได้อยู่ที่นี่” – Silent Hill (2006)
เกมสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จและสร้างภาพจำความสยองขวัญ เขย่าจิตใจ และกลายเป็นชื่อที่คุ้นหูติดตามาตลอด 25 ปี ในชื่อ Silent Hill ถูกทำเป็นภาพยนตร์มาแล้วสองครั้ง ในชื่อ Silent Hill (2006) และ Silent Hill : Revelation (2012) ซึ่งภาพที่คุ้นตาของทุกคน คือเมืองร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นหมอก และหากเมื่อมีเสียงหวอเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จงหาที่หลบให้ดี เพราะทั้งเมืองจะเปลี่ยนเป็นนรกสำหรับผู้ที่มาเยือน
Silent Hill เป็นเมืองสมมติที่ในเส้นเรื่องของทั้งเวอร์ชั่นเกมและภาพยนตร์กล่าวไว้ตรงกัน คือตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนภูเขาในรัฐเวสต์เวอจิเนีย และมีเถ้าถ่านที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้ของเมืองที่เกิดจากเหตุไฟไหม้สยอง ทำให้เมืองทั้งเมืองนั้นอยู่ไม่ได้ สภาพเมืองร้างนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นพิษจากการเผาไหม้จากใต้ดิน แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือ เมืองนี้จะตอบสนองกับคนที่มีภาวะจิตใจดำมืด และจะพาทุกคนที่ผ่านเมืองนี้จมลงสู่นรกแห่งบาป
เอกลักษณ์อย่างนึงของเมืองคือ “ฝุ่น” เมื่อเหล่าตัวละครเข้ามาในเมือง Silent Hill สิ่งที่เห็นแต่แรก คือหมอกที่เกิดจากฝุ่นที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง แต่เมื่อไหร่ที่ตัวละครในเรื่องได้ยินเสียงหวอแจ้งเตือน เมืองทั้งเมืองจะพลิกจากฝุ่น กลายเป็นเมืองสนิม และเหล่าปีศาจที่น่ากลัวก็จะออกมาพลุกพล่านทันที
ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์มีการเพิ่มเติมรายละเอียดในเรื่องของฝุ่นมากกว่าเวอร์ชั่นเกม ด้วยการที่ตัวละคร Rose ได้ลองสัมผัสกับฝุ่นที่ตกลงมา พบว่าฝุ่นนั้นเกิดจากขี้เถ้า ส่วนเสียงหวอที่เกิดขึ้น คือเสียงแจ้งเตือนจากโบสถ์แห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเมือง ที่จะคอยแจ้งเตือนชาว Silent Hill ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ให้รีบเข้ามาหลบภัยนั่นเอง
ในเรื่องของเสียงหวอ และเมืองที่ขมุกขมัวและเต็มไปด้วยหมอก หากเราส่องดูตามประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่เป็นต้นกำเนิดบริษัท Konami ผู้ผลิตเกมเจ้าของ Silent Hill แล้ว ก็จะพบว่าสอดคล้องกับการแจ้งเตือนของฐานทัพทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เสียงหวอจะเป็นเสียงแจ้งเตือนก่อนที่กองทัพสหรัฐอเมริกาจะมาทิ้งระเบิดตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญ และเมื่อระเบิดลง เมืองทั้งเมืองก็ไม่ต่างจากนรก และผู้คนที่ได้รับผลจากสารกัมมันตรังสี ก็ต่างป่วยไข้ มีร่างกายที่เจ็บปวด บิดเบี้ยว เสมือนปีศาจในนรกที่ทุกทรมานเช่นเดียวกัน ซึ่ง Silent Hill ก็ได้ถ่ายทอดความเจ็บปวดนี้ออกมาในงานของภาพทั้งเกมและภาพยนตร์อย่างชัดเจน
นอกจากนั้นเนื้อหาของ Silent Hill ทุกภาค ยังพูดถึงความเชื่อในลัทธิที่จะนำพาผู้เจ็บปวดทางจิตใจให้หลุดพ้นไปสู่จิตวิญญาณใหม่ และความผิดพลาดของการไปสู่ความบริสุทธิ์ ก็นำพาซึ่งพลังประหลาดที่กัดกินจิตใจของผู้ที่ผ่านเมือง Silent Hill ให้ต้องจมลงในหลุมดำมืดของตัวเองอีกด้วย
การสอดแทรกสัญญะในแง่ของปีศาจนั่นเกี่ยวพันกับการพยายามพาสังคมไปสู่ความบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นแนวคิดของศาสนาและความเชื่อที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาไล่เลียกับการเกิดสงคราม ที่สังคมความเชื่อถูกแบ่งออกเป็นสองขั้ว คือการเชื่อเจตจำนงค์เสรีของตัวเอง กับการเลือกที่จะเชื่อและศรัทธาต่อความเป็นหนึ่งเดียว แต่ทว่าการผลักให้ความบริสุทธิ์เป็นทางรอดเดียว ก็เท่ากับการผลักให้คนที่เชื่อแตกต่างออกไปนั้นกลายเป็นปีศาจ ท่ามกลางความมืดมัวของหมอก Silent Hill นั้น ก็คือเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว รีบเร่งกำจัดสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเป็นบาป แต่หลงลืมไปว่าการพยายามกำจัดบาป ก็สามารถนำพาตัวเองให้กลายเป็นปีศาจได้ไม่ต่างกัน
“ความกลัวของพวกเขาเผาทุกอย่างที่เขาไม่เข้าใจ พวกเขาติดอยู่ในบาป ฉันก็เลยเข้ามาตอนนั้น เพื่อล้างแค้น และทั้งหมดที่ฉันต้องการ ก็คือ… ความพึงพอใจ
นอกจากนั้น ต้นฉบับเมือง Silent Hill ที่จริงแล้ว ถอดแบบมาจากเมือง Centralia ที่ตั้งอยู่ในรัฐเพนซิลวาเนีย ซึ่งเคยเกิดเหตุไฟไหม้ไปเมื่อปี 1962 แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายปีมากแล้ว แต่ด้วยความที่เมือง Centralia นั้นเคยมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านอุตสาหกรรมถ่านหิน การเกิดเพลิงไหม้แค่ครั้งเดียว จึงทำให้ถ่านหินที่อยู่ใต้เมืองนั้นครุกรุ่นเรื่อยมาจนปัจจุบัน จากเมืองที่เคยมีประชากรเล็ก ๆ ประมาณพันกว่าคน ล่วงเลยเวลามากว่า 60 ปี เมือง Centralia ก็กลายเป็นเมืองร้าง เพราะไม่มีใครสามารถอาศัยอยู่กับฝุ่นพิษที่เกิดขึ้นได้ และเหลือเพียงโบสถ์ Assumption of the Blessed Virgin Mary Ukrainian Catholic Church ของเมืองเท่านั้น ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตัวโบสถ์ถูกใช้เป็นต้นแบบของโบสถ์ในภาพยนตร์เรื่อง Silent Hill ในปี 2005 ด้วยนั่นเอง
ภาพ : วัชระ รอดวัตร์
AUTHOR
นักคิด นักเขียน นักสร้างคอนเทนต์ ตัวปัญหาของกระแส ชาวเกย์ผู้แปลกแยก และนักเล่าเรื่องในรูปแบบที่แตกต่าง หลงใหลวัฒนธรรม Pop ทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์และดนตรี และยังเป็นผู้กำกับอิสระ นักดนตรีและนักแต่งเพลง รวมถึงแอดมินเพจที่ประสบความสำเร็จในโซเชียลอีกด้วย เก่งซะไม่มี

