Apple, The Under Dogs, Out of Office

สืบเนื่องจากกรณีดราม่า Apple ปล่อยวิดีโอชุด ‘The Underdogs’ ออกมาเพื่อโปรโมต iPhone และมีการนำเสนอประเทศไทยที่ดูล้าหลัง วุ่นวาย และด้อยพัฒนาเกินกว่าความเป็นจริง ทำให้คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ในสายตาชาวโลก ล่าสุดทาง Apple ได้ลบคลิปวิดีโอตัวดังกล่าวออกไปแล้ว พร้อมแถลงการณ์ขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นประเด็นนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุผลว่าทำไม Apple เลือกนำเสนอประเทศไทยในรูปแบบนี้

ความเป็นประเทศโลกที่ 3 และการตีความจากภาพจำ

ต้องยอมรับว่าประเทศไทยถูกมองว่าเป็น ‘ประเทศโลกที่ 3’ ในสายตาชาวโลกอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาไปไกลมากแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทต้นสังกัด Apple รวมถึงสตูดิโอที่ถูกจ้างมาถ่ายทำวิดีโอตัวนี้ อย่าง SMUGGLER ยังเป็นบริษัทจากประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ถึงแม้จะเป็นสตูดิโอดังระดับโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาทำงานบนพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยไม่ต่างจากบริษัท Apple เมื่อรวมกับบรีฟที่ได้รับมอบหมายมา จึงไม่แปลกที่พวกเขานำเสนอวิดีโอชิ้นนี้ในแบบที่ต่างจากความเป็นจริงไปเสียหน่อย

ประกอบกับภาพจำประเทศไทยจากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด อาทิ The Haveover ภาค 2 ที่ออกฉายในปี 2011 มีโลเคชั่นการถ่ายทำหลักที่กรุงเทพฯและภูเก็ต ซึ่งมีฉากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ รวมถึงโทนสีส้มที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองร้อน กลายเป็นภาพจำที่คนทั่วโลกมองเห็นเวลานึกถึงประเทศไทย แน่นอนว่ามันคล้ายกับภาพในวิดีโอ The Underdogs ที่ปล่อยออกมา มองแล้วดูมีความร้อนและแห้งแล้งอย่างที่เห็น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดประเทศไทยออกมาในลักษณะนี้ ถึงแม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมีการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยหลายเรื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการมาถ่ายทำเพื่อนำไปอ้างเป็นประเทศอื่น เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Extraction ในปี 2020 ที่ถ่ายทำในประเทศไทย แต่ภายในหนังเล่าว่าเป็นประเทศบังกลาเทศ

วิดีโอเพื่อการขายของไม่ใช่วิดีโอเพื่อการท่องเที่ยว

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าวิดีโอชุด The Underdogs ของ Apple มีจุดประสงค์คือการ ‘โปรโมต’ โทรศัพท์ iPhone ดังนั้นภาพทุกอย่างที่ถูกนำเสนอออกมาจึงเป็นการเชิดชูการทำงานของไอโฟนมากกว่าสิ่งอื่น แน่นอนว่าการคำนึงถึงความเหมาะสมในส่วนต่าง ๆ จึงถูกลดทอนความสำคัญไปตามลำดับ ประกอบกับจุดประสงค์ที่ต้องการนำเสนอความสะดวกสบายในการใช้ไอโฟนเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน การเซ็ตฉากเรื่องราวในประเทศโลกที่ 3 อย่าง ประเทศไทยจึงดูเหมือนจะลงตัวที่สุด เพราะนี่ไม่ใช่วิดีโอเพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นวิดีโอเพื่อการขายของ

การนำเสนอเรื่องจริงที่เหนือจริงไปเสียหน่อย

ในส่วนที่เป็นประเด็นดราม่าต่อมาคือภาพสถานที่และผู้คนที่ดูล้าหลังไม่พัฒนา ซึ่งมีที่มาจากภาพจำและมายาคติที่ฉาบคลุมผู้ผลิตวิดีโอไว้ ประกอบกับจุดประสงค์ในการอยากนำเสนอสินค้าที่ชัดเจน ทำให้ภาพที่ออกมาเป็นอย่างที่เห็น สนามบินเก่า แท็กซี่เพี้ยน รถติด โรงแรมโทรม ผู้คนวุ่นวาย ที่มันดูจะเกินจริงไปเสียหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับไร้ซึ่งความจริงขนาดนั้น ถึงแม้สนามบินของไทยจะไม่ได้ทรุดโทรมเหมือนในวิดีโอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยนั่นต่ำจริง สังเกตจากกรณีที่เคยมีอุบัติเหตุเกิดในสนามบินอยู่หลายครั้ง หรือแม้แต่แท็กซี่ที่ในความเป็นจริงไม่ได้ดูเพี้ยน ประดับประดาไปด้วยดอกดาวเรืองแบบนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการดีดราคาสำหรับนักท่องเที่ยวที่พุ่งสูงเกินไป และกลิ่นการบูรที่รุนแรงเหลือเกิน ก็เป็นหนึ่งในความเพี้ยนที่พบเจอได้ในประเทศไทยจริง 

โดยสรุปแล้ววิดีโอชุดนี้จัดทำขึ้นโดยมีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับเมืองไทยที่ไม่เป็นปัจจุบัน เนื่องจากติดภาพจำประเทศไทยแบบประเทศที่ยังไม่พัฒนา ประกอบกับแรงจูงใจที่อยากจัดฉากให้ประเทศไทยดูเป็นเมืองที่อยู่อาศัยลำบาก เพื่อเอื้อเฟื้อต่อการขายของ ดังนั้นสิ่งนี้อาจไม่การันตีว่าจะทำให้คนต่างชาติจะมองประเทศไทยไม่ดีหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่พวกเขาติดภาพจำแบบนั้นไปแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามดราม่าระดับโลกในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างซอฟต์พาวเวอร์รูปแบบหนึ่ง

AUTHOR

ไม่ชอบคนข้างล่าง