ในช่วงปลายฤดูกาลของการแข่งขัน เหล่าบรรดาแฟนบอลคงกำลังดื่มด่ำกับความสนุกและอาจจะกำลังรู้สึกใจหายกับการโยกย้ายหรือโบกมือลาสโมสรจากทั้งนักเตะและตัวผู้จัดการทีม ยังมีอีกหนึ่งคนที่กำลังเป็นที่พูดถึงคือ ‘มาร์โก รอยส์’ นักเตะสัญชาติเยอรมันที่จงรักภักดีและสังกัดอยู่กับทีม ‘โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์’ มาโดยตลอด ซึ่งในฤดูกาลนี้รอยส์กำลังจะโบกมืออำลาสโมสรในปีนี้ในวัย 34 ปี
รอยส์เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งด้วยความชื่นชอบตั้งแต่วัยเด็ก ในช่วงชีวิตที่พีคที่สุดของการเป็นนักฟุตบอลมีหลายสโมสรติดต่อให้รอยส์ไปร่วมทีมด้วย ไม่ว่าจะเป็น บาเยิร์น มิวนิค หรือบาร์เซโลน่า แต่ความโรแมนติกของรอยส์ที่มีต่อสโมสรดูเหมือนจะสูงกว่า เพราะเขาไม่เคยย้ายออกจากทีมดอร์ทมุนด์เลย แม้ในวันที่สโมสรย่ำแย่ที่สุดก็ตาม
ความผิดหวังกับการเป็นนักฟุตบอลเป็นของคู่กัน
รอยส์ไม่เคยคว้าแชมป์ลีคได้เลย เพราะในลีคบุนเดสลีกาเยอรมันมีเสือใต้ อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ครองแชมป์อยู่เป็นเนือง ๆ ดอร์ทมุนด์เป็นได้มากสุดก็แค่รองแชมป์ หรือแม้แต่ในยุคที่ดอร์ทมุนด์แข็งแกร่งที่สุดและมีผู้จัดการทีมเป็น ‘เยอร์เกน คล็อปป์’ ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ลีคได้ โดยในปี 2014 รอยส์ลงเล่นให้กับทีมชาติเยอรมัน แต่ก่อนที่ศึกบอลโลกจะเริ่มขึ้น รอยส์ได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวออกจากทีมชาติ และในปีนั้นเยอรมันก็ได้แชมป์โลกแบบไม่มีรอยส์ ต่อมาในปี 2016 รอยส์ติดทีมชาติอีกครั้งแต่ก็ต้องถอนตัวเพราะอาการบาดเจ็บเช่นเดิม รอยส์ติดทีมชาติอีกหนในปี 2018 แต่ก็ตกรอบในช่วงแบ่งกลุ่ม จนมาถึงปี 2020 รอยส์ประกาศถอนตัวจากทีมชาติเนื่องด้วยปัญหาด้านสุขภาพ และในปี 2022 รอยส์ก็ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าอีกครั้ง หรือแม้แต่การเข้าชิงถ้วย UCL ในปี 2021 – 2023 ก็เป็นอีกครั้งสองครั้งที่บาเยิร์น มิวนิคเป็นทีมที่ปัดดอร์ทมุนด์ทิ้งอย่างไม่ใยดี
สตอรี่ของการเป็นผู้ชายดวงตกแห่งวงการฟุตบอลของรอยส์สวนทางกับความสามารถของเขาโดยสิ้นเชิง เพราะตลอดอาชีพของการค้าแข้งรอยส์คว้าแชมป์รายการหลัก ๆ ได้น้อยพอสมควร จวบจนกระทั่งปีนี้ สตอรี่ของดอร์ทมุนด์กับรอยส์ดูเหมือนจะมีความหวังขึ้นมา เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปว่า รอยส์ต้องการที่จะโบกมือลาสโมสรในปีนี้แต่ดอร์ทมุนด์ได้ชนะปารีส แซงต์-แชร์กแมงในศึก UCL ปี 2024 จนได้เข้าชิงถ้วยใหญ่กับมาดริด ซึ่งถือเป็นการเข้าชิงในรอบ 11 ปี โดยจะแข่งขันกันในวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ที่จะถึงนี้ แถมในวันนั้นยังเป็นวันเกิดของรอยส์อีกด้วย
แน่นอนว่าสตอรี่ที่สุดแสนจะโรแมนติกขนาดนั้น ต้องทำเอาใจแฟนมาดริดหวั่นไหวกันบ้าง แฟนมาดริดบางคนรู้สึกว่า ยอม ๆ ให้ดอร์ทมุนด์ได้ถ้วย UCL บ้างดีไหม พวกเราได้มา 14 ถ้วยแล้ว ถือเป็นของขวัญวันเกิดและของขวัญอำลาของพี่รอยส์ด้วย แต่ก็มีแฟนมาดริดบางคนบอกว่า ใจเย็น ๆ ก่อนนะ ก่อนหน้าที่จะมีตำนานหนุ่มดวงตกอย่างรอยส์ ยังมีนักเตะอีกคนหนึ่งที่ดวงตกมาก่อนนะ ซึ่งชายผู้โชคร้ายคนนั้นก็คือ นายประตูในตำนานอย่าง ‘จันลุยจี บุฟฟอน’
‘จันลุยจี บุฟฟอน’ เป็นนายประตูสัญชาติอิตาลีที่มีความสามารถและเก่งอีกคนหนึ่ง เขามีความฝันที่อยากจะได้ถ้วย UCL แต่ตลอดอาชีพของการเป็นนักฟุตบอล บุฟฟอนไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยนี้กับเขาเลย สมัยที่บุฟฟอนอยู่ยูเวนตุส ทีมเคยเข้าชิง UCL ถึง 3 ครั้ง แต่ก็พลาดไปทั้ง 3 ครั้ง
โดยหนึ่งเรื่องที่ทำให้สตอรี่ของรอยส์และบุฟฟอนใกล้กันก็คือ ในช่วงปี 2016 – 2017 ยูเวนตุสได้เข้ารอบชิงชนะเลิศกับมาดริดใน UCL และในปีนั้นมีกระแสว่าหากบุฟฟอนได้ถ้วย UCL ปีนี้ก็มีโอกาสที่จะได้ลุ้นบาลงดอร์สูงมากและหากได้ เขาก็จะเป็นนายประตูคนที่ 2 ของโลกที่ได้รางวัลนี้ แต่มาดริดก็ดับฝันนั้นด้วยการจบที่สกอร์ 1 – 4 และในปี 2017 – 2018 บุฟฟอนในเสื้อยูเวนตุสได้ชนะท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในการแข่งขัน UCL มาด้วยความลำบากยากเย็น แต่ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายทีมที่ยูเวนตุสต้องเผชิญก็คือ มาดริด และทั้งคู่เสมอกัน 3 – 3 จากการแข่งขันทั้ง 2 นัด และมาดริดได้จุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้บุฟฟอนประท้วงการตัดสินของกรรมการจนโดนใบแดงและถูกไล่ออกจากสนาม รวมถึงโรนัลโด้ก็ยิงจุดโทษเข้าไปนาที 90+7 ทำให้สามารถเข้าไปแข่งในรอบตัดเชือกและทิ้งยูเวนตุสไว้กลางทาง ซึ่งคีย์สำคัญของการชิงถ้วยของบุฟฟอนและรอยส์ในปีนี้ก็คือราชันชุดขาวอย่าง ‘มาดริด’ นั่นเอง
ในท้ายที่สุด บุฟฟอนก็แขวนสตั๊ดในวัย 45 ปี โดยได้แชมป์ไปทั้งหมด 27+2 กับทั้งทีมยูเวนตุส, ปาร์มา, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง บวกกับอีก 2 แชมป์คือ กับทีมชาติอิตาลี และได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมในปี 2006 แต่ถ้วยที่ไม่ได้คือถ้วยใหญ่อย่าง UCL นั่นเอง อย่างไรก็ดี ถ้วย UCL ปีนี้จะตกเป็นของ ‘มาดริด’ หรือไม่? หรือ ‘ดอร์ทมุนด์’จะสามารถคว้าเอาถ้วยใหญ่มาเป็นของขวัญวันเกิดและของขวัญอำลาให้รอยส์ได้สำเร็จรึเปล่า? ติดตามความสนุกได้พร้อม ๆ กันสิ้นเดือนนี้!
