เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

วันนี้ (16 พฤษภาคม 2569) ‘ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ’ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่กำลังจะถึงนี้ โดยมีการระบุข้อมูลสำคัญในหลายส่วน เริ่มจากงบประมาณที่ใช้สำหรับการจัดการเลือกตั้ง โครงสร้างการทำงาน ตลอดจนถึงรูปแบบบัตรเลือกตั้ง และข้อควรระวังที่เกี่ยวกับการหาเสียง

กรอบงบประมาณจัดการเลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ 2569 นี้ ตั้งงบประมาณเอาไว้ที่ 294 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าที่ใช้ไปประมาณ 280 ล้านบาท ซึ่งถูกเน้นนำไปใช้ในการบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้ง การจัดเตรียมอุปกรณ์ การจ้างบุคลากร และการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้มาใช้สิทธิ

โครงสร้างคณะกรรมการการจัดการเลือกตั้ง กทม.

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ ในฐานะ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพฯ จะทำหน้าที่ผู้กำกับการเลือกตั้งในภาพรวม ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่น กทม. จะมีจำนวนทั้งสิ้น 5 คน โดยมี ‘ปลัดกรุงเทพมหานคร’ ซึ่งปัจจุบันคือ ‘ณรงค์ เรืองศรี’ เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่น กทม. รวมถึงยังปฏิบัติหน้ารักษาการผู้ว่าฯ กทม. ไปพร้อมกันด้วย นอกจากนั้นก็ยังจะมีองคาพยพและคณะอนุกรรมการกระจายกำลังดูแลการเลือกตั้งในแต่ละเขตทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ

จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและจำนวนหน่วยเลือกตั้ง

จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้น 4,507,523 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับการเลือกตั้งระดับชาติ (สส.) ที่ผ่านมา โดยจะมีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 25 วันก่อนเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อของตนเอง ใครที่เป็น First Voter หรือผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกก็จะสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่มีการย้ายข้ามเขตและอยู่ในทะเบียนบ้านไม่ครบ 1 ปี จะยังไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น แตกต่างจากการเลือกตั้งระดับประเทศ (สส.) ที่กำหนดระยะเวลาเอาไว้เพียง 90 วัน อีกทั้งประชาชนสามารถยื่นคำร้องเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อได้ก่อนวันเลือกตั้งได้ตามขั้นตอนที่กำหนด

สำหรับจำนวนหน่วยเลือกตั้งจะมีทั้งหมด 6,629 หน่วย เพิ่มขึ้นจากหน่วยเลือกตั้ง สส. จำนวน 99 หน่วย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ในช่วงของฤดูฝน กกต. ได้พยายามใช้เต็นท์เป็นหน่วยเลือกตั้งให้น้อยที่สุด ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานเพื่อย้ายหน่วยเลือกตั้งเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคาร อาทิ โรงเรียน วัด หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางมาใช้สิทธิได้อย่างสะดวก และไม่ต้องเผชิญกับปัญหาฝนตก ในส่วนที่เป็นห้างสรรพสินค้ายังคงต้องหารือเพิ่มเติมเรื่องการเปิดสถานที่ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อรองรับผลการลงคะแนน

สถานที่และไทม์ไลน์การรับสมัคร

  • สถานที่รับสมัคร : อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง
  • 27 พฤษภาคม 2569 : ซักซ้อมกระบวนการรับสมัครเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย
  • 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 : เปิดรับสมัครผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. โดยจะให้มีการจับฉลากหมายเลขพร้อมกันทั้ง 51 จุดในวันที่เปิดรับสมัคร
  • 28 มิถุนายน 2569 : จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.

การจัดส่งบัตรเลือกตั้งและการรายงานผล

  • รูปแบบบัตรเลือกตั้ง : จะไม่มี QR Code บนบัตรเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและลดปัญหาข้อครหาด้านความลับของการลงคะแนน
  • การจัดส่งบัตรเลือกตั้ง : จะดำเนินการจัดส่งในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 โดยใช้บริการของไปรษณีย์ไทย และจะมีการจัดรถตำรวจนำขบวนเพื่อความปลอดภัยและความโปร่งใสขั้นสูงสุด
  • ศูนย์รายงานผลคะแนน : กำหนดให้ใช้ ‘ห้องรัตนโกสินทร์’ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่สำหรับรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งในครั้งนี้

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการหาเสียง

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของการมีผู้ช่วยหาเสียงนั้น สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่าง ผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงเอาไว้เหมือนกับการเลือกตั้ง สส. ที่ถูกกำหนดไว้ว่าต้องไม่เกิน 20 คน แต่ผู้สมัครจะต้องระมัดระวังไม่ให้การให้ความช่วยเหลือนั้น เข้าข่ายการซื้อเสียงหรือให้ประโยชน์ตอบแทนในลักษณะต้องห้าม แม้จะเป็นสามี ภรรยา หรือบุตรของผู้สมัคร ก็ต้องแจ้งรายชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงต่อ กกต. ให้ถูกต้อง เพราะถือเป็นผู้ช่วยหาเสียงตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่มี ‘อินฟลูเอนเซอร์’ หรือ ‘ยูทูเบอร์’ ออกมาสนับสนุนหรือเชียร์ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง ก็นับว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการหาเสียง หากมีการว่าจ้างหรือมีค่าใช้จ่าย ผู้สมัครจะต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และแม้จะไม่ได้จ่ายเงินกันจริง ๆ เป็นการช่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายก็จะยังถือเป็น “การรับให้” ที่ผู้สมัครต้องประเมินมูลค่าและแจ้งต่อ กกต. อยู่ดี

สำหรับการหาเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้สมัครจะต้องแจ้งบัญชีที่ใช้หาเสียงต่อ กกต. ก่อนดำเนินการ ตลอดจนการจัดเวทีปราศรัยหรือการโฆษณาทุกประเภท จะต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนเช่นเดียวกัน ซึ่งในทางกฎหมายมีการแยกกันชัดเจนระหว่างผู้ช่วยหาเสียงและผู้สนับสนุน หากมีการช่วยเหลือในลักษณะของการสนับสนุนก็อาจต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ เตือนว่า หากมีบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัครอย่างต่อเนื่องผ่าน LIVE หรือประชาสัมพันธ์ ที่ผู้สมัครรับรู้หรือยินยอม ผู้สมัครจะต้องนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมารวมอยู่ในบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างผู้สมัครทุกคน หากไม่ดำเนินการ อาจถูกมองว่าได้รับประโยชน์โดยไม่แจ้ง เสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งได้

นอกจากนั้นก็ยังมีข้อห้ามสำคัญอื่น ๆ อีก 5 ประการ ประกอบไปด้วย

  • ห้ามซื้อเสียง
  • ห้ามจัดยานพาหนะนำหรือรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนน ยกเว้นเป็นการดำเนินการของ กกต.
  • ห้ามหลอกลวง บังคับ ข่มขู่ ใช้อิทธิพล หรือใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
  • ผู้สมัครห้ามใช้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิ หรือไป Vote No
  • ห้ามผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง อาทิ เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เคยถูกถอดถอน หรือเพิ่งพ้นโทษจำคุกมาไม่ถึง 5 ปี เป็นต้น

เมื่อถามถึงเรื่องของนโยบาย ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ เน้นย้ำว่า จะต้องเป็นสิ่งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และทำได้จริง หากเป็นนโยบายที่เกินจริงและไม่สามารถดำเนินการได้ก็อาจเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนตามมาตรา 65 (5) ของกฎหมายเลือกตั้ง

การจัดทำโพลเลือกตั้ง

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ ระบุว่า การสำรวจความคิดเห็นสามารถทำได้ แต่จะต้องเป็นโพลทางวิชาการ มีหลักเกณฑ์และวิธีการที่ชัดเจน ไม่ควรจัดทำขึ้นมาโดยไม่มีที่มาหรือไม่มีหลักวิชาการมารองรับ รวมถึงหลักปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งด้วย และในช่วง 7 วันก่อนการเลือกตั้ง ห้ามเผยแพร่ผลการสำรวจจนกว่าจะถึงเวลา 17:00 น. ของวันที่ 28 มิถุนายน 2569 หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายจูงใจ หลอกลวง หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมของผู้สมัคร ก็เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดย กกต. จะพิจารณาจากพฤติการณ์และเจตนาเป็นสำคัญ

ที่มา