“ถ้าคุณสามารถแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดของคนที่คุณรักไว้ได้… คุณจะยอมทำมันไหม?”
เป็นคำถามให้ชวนคิดและมักเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตด้วยเช่นกัน มันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนถูกนำเล่าผ่านตัวละครหนึ่งใน ‘วันพีซ 🏴☠️’ อย่าง ‘บาร์โธโลมิว คุมะ 🐻’
‘จอมป่าเถื่อน’, ‘หนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด’, ‘หนึ่งในผู้บริหารกองทัพปฏิวัติ’, ‘แปซิฟิต้า Ex0’ และ ‘สุนัขรับใช้ของรัฐบาลโลก’ ฉายาที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นความสร้างสรรค์จากผู้แต่งอย่าง ‘อาจารย์เออิจิโร โอดะ 🇯🇵’ ทำให้ตัวละครนี้มีความลึกลับและซับซ้อนในเนื้อเรื่องช่วงก่อนฝึกฝนพลังของ ‘กลุ่มหมวกฟาง’ เป็นเวลาเกือบ 2 ปี
จนมาถึงภาคล่าสุด ‘เกาะเอ็กเฮด’ ที่ทำให้ผู้อ่านได้มารับรู้เรื่องราวความเป็นจริงของคุมะ โดยมีหนึ่งในตัวละครปัจจัยสำคัญอย่าง ‘จิวเวอรี บอนนี’ เป็นตัวขับเคลื่อนความเป็นมาต่าง ๆ ส่งผลต่อเนื้อหาส่วนสำคัญต่าง ๆ ในวันพีซ รวมไปถึงเบื้องหลังชีวิตที่แท้จริงของคุมะ เขาได้เสียสละอะไรบ้าง ? เพื่อให้ ‘พลังงาน’ บางอย่างเปลี่ยนเป็น ‘ความหวัง’ ในอนาคต ผ่าน ‘ความเจ็บปวด’ ที่เจ้าตัวได้แบกรับมันเอาไว้
วันนี้ SUM UP ขอนำผู้อ่านทุกท่านโดยเฉพาะผู้ชื่นชอบวันพีซ หรือแม้แต่ผู้พบเจอกับความเจ็บปวดต่าง ๆ ในชีวิต เจาะลึกประเด็นผ่านเรื่องราวของตัวละครอย่าง บาร์โธโลมิว คุมะ หากใครที่ไม่ได้อ่าน ‘มังงะ’ (แบบเขียน) แต่เน้นติดตามจาก ‘อนิเมะ’ (แบบเคลื่อนไหว) ในบทความนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (สปอยล์) จึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้สำหรับผู้ติดตามอนิเมะด้วยนะ 🙏🏻
เรื่องราวจะไม่ลงลึกถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของ บาร์โธโลมิว คุมะ แต่จะพาไปเข้าถึงตัวตนความเจ็บปวดที่อาจารย์โอดะได้เอามานำเสนอผ่านตัวละครนี้ อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุก ๆ คน แต่ตัวละครสมมตินี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอันแสนเจ็บปวด แม้กระทั่งพลังของเขาอย่าง ‘ผลนิกิวนิกิว’
หรือเรียกได้ว่า ‘อุ้งเท้าหมี’ เป็นพลังใน ‘การผลัก’ สิ่งของต่าง ๆ รวมไปถึง ‘ความเจ็บปวดในร่างกาย’ ก็สามารถถูกผลักออกมาได้ด้วยเช่นกัน
หลายคนอาจจำได้ดีในช่วงท้ายของภาค ‘ทริลเลอร์ บาร์ค’ การโผล่มาของคุมะที่ยังดำรงตำแหน่งเป็น ‘เจ็ดเทพโจรสลัด’ ได้มีข้อเสนอบางอย่างกับ ‘โรโรโนอา โซโร’ เขาได้แสดงพลังนี้โดยผลักความเจ็บปวดในกายของตัวเอกอย่าง ‘มั้งกี้ ดี ลูฟี่’ เป็น ‘กลุ่มก้อนพลังงาน’ มีลักษณะเป็นอุ้งเท้าหมีสีแดงขนาดยักษ์ ซึ่งความน่าสนใจคือก้อนพลังงานนี้สามารถย้อนกลับหาเจ้าของเดิมได้อีกครั้ง จึงควรมีผู้มาแบกรับความเจ็บปวดนี้ทดแทน ทำให้โซโรตัดสินใจจะเสียสละแบกรับสิ่งนี้ไว้เพื่อช่วยกัปตันอย่างลูฟี่ และเป็นการพิสูจน์ต่อคุมะคลายข้อข้องใจบางอย่างที่ส่งผลลัพธ์ตามมาในอนาคต
แน่นอนว่าความเจ็บปวดต้องการ ‘สิ่งของ’ หรือ ‘คน’ เข้ามาเยียวยามันให้ดีขึ้นกว่าเดิม และไม่มีใครจะเหมาะสมได้เท่ากับคุมะอีกแล้ว ซึ่งการเกิดมาของเขาเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของประเด็นนี้ เขาถูกค้นพบว่ามีสายเลือดของ ‘เผ่าบัคคาเนียร์’ ที่ยังไม่มีการยืนยันว่าเผ่านี้มีบทบาทสำคัญอะไรในวันพีซ
ความเจ็บปวดจากสายเลือด
เมื่อได้รับการยืนยันการมีอยู่ของคุมะ ซึ่งมี ‘กฎต้องห้าม’ จาก ‘รัฐบาลโลก’ หากใครมีสายเลือดนี้เท่ากับ “เป็นสายเลือดของผู้ต่อต้านโลกในอดีต” ทำให้เขาและครอบครัวถูกจับไปเป็นทาสให้กับชนชั้นสูงของโลกที่ถูกเรียกกันในนามว่า ‘เผ่ามังกรฟ้า’ เป็นกลุ่มตระกูลลูกหลานที่ถูกสรรเสริญว่าเป็นสายเลือดของผู้สร้างโลกในนามว่า รัฐบาลโลก
ครอบครัวคุมะมี พ่อ, แม่ และคุมะ พวกเขาถูกตราหน้าว่ากระทำผิดทั้งที่พวกเขาไม่ได้สร้างปัญหาอะไรเลยให้กับใครเลย แต่ตราบาปทางสายเลือดที่ถูกฝังในตัวทำให้แม่ของคุมะถูกแยกไปเป็นทาสรับใช้แล้วรับสภาพความทรมานไม่ไหวจนเสียชีวิต ส่วนพ่อก็ต้องมาเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาด้วยการเต้นระบำทางความเชื่อของคนในตระกูลว่า พวกเขามี ‘เทพพระอาทิตย์’ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ มีความเชื่อและความหวังว่าเขาคือ ‘ผู้ปลดปล่อยอิสรภาพ’ โดยถ้าการเต้นนี้เป็นกระแสในโลกความจริงก็จะถูกใส่แฮชแท็กว่า #NikaDance
พ่อของคุมะจึงเต้นในการบูชานี้เพื่อให้ลูกชายของเขาได้ร่าเริงขึ้นจากการสูญเสียแม่ไปก่อนหน้านี้ แต่โชคร้าย! เสียงนี้ดันไปรบกวนเหล่าชนชั้นสูง ทำให้เขาถูกยิงเพื่อปิดปากหยุดเสียงอันน่ารำคาญลง นี่จึงเป็นการสูญเสียผู้มีอุปการคุณที่คุมะต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวเป็น ‘ความเจ็บปวดแรก’ ที่ตัวเขาต้องรับไว้ให้ได้ในวัยเด็ก
ความเจ็บปวดจากการสูญเสียคนรัก
อย่างที่ทราบกันว่าคุมะได้มีเพื่อนนั่นก็คือ ‘จินนี่’ และ ‘เอ็มโพริโอ อิวานคอฟ’ โดยพวกเขาเคยอยู่ในเหตุการณ์เกมล่าชีวิตทาสใน ‘เกาะก็อดวัลเลย์’ เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้คุมะได้รับพลังนิกิวนิกิวเป็นครั้งแรก และเขาได้ใช้พลังนี้ช่วยชีวิตทาสที่เหลือรอดให้หนีพ้นจากเกมวิปลาสนี้ รวมถึงตัวเขาและเพื่อนทั้งสองคนด้วย นั่นเป็นการได้เริ่มต้นการมีชีวิตอย่างเป็นอิสรภาพครั้งแรก และพวกเขาต่างหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความปีติยินดีให้กับชีวิตใหม่หลังจากนี้
ในช่วงการเติบโตนี้คุมะก็ได้เรียนรู้การใช้พลังของเขา แล้วเป็น ‘บาทหลวง’ คอยดูแลรักษาชาวบ้านในหมู่บ้านที่เขาได้อาศัยอยู่ ทำให้คุมะค้นพบว่าพลังนี้สามารถชะล้างความเจ็บปวดได้ ซึ่งเขาก็ได้นำความเจ็บปวดทั้งหมดของผู้คนออกมารวมกัน แล้วในช่วงตกดึกหลังจากที่หลายคนได้แยกย้ายไปแล้ว ตัวเขาจะเข้าไปรับความเจ็บปวดเหล่านั้นแทน โชคยังดีที่ร่างกายจากสายเลือดของเขาสามารถทนรับสิ่งเหล่านี้ไว้ได้จึงทำให้เขาอาการไม่ถึงกับปางตาย แต่ก็สาหัสสำหรับใครที่ได้รับสิ่งเหล่านี้เข้าไปทดแทน
คนที่คอยอยู่เคียงข้างคุมะในขณะนั้นคือจินนี่ เธอคอยปกป้องและดูแลคุมะผู้มีจิตใจเมตตา จนทั้งคู่ก่อเกิดเป็นความรักที่มีต่อกัน แต่คุมะไม่กล้าที่จะมีความสัมพันธ์กับจินนี่ โดยเธอพยายามขอแต่งงานกับคุมะอยู่เสมอเพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจากชีวิตในอดีต แล้วต้องมาพบกับความลำบากอีกครั้ง แม้ว่าใจจริงแล้วคุมะเองก็ได้พบกับรักแรกของเขานั่นก็คือจินนี่ที่อยู่เคียงข้างมาตลอด
จนวันหนึ่ง อิวานคอฟได้ไปเจอกับชายคนหนึ่งชื่อว่า ‘มั้งกี้ ดี ดราก้อน’ ผู้ที่จะกลายมาเป็นผู้นำของ ‘กองทัพคณะปฏิวัติ’ ซึ่งเป็นศัตรูขั้วตรงข้ามกับรัฐบาลโลก และยิ่งไปกว่านั้นเขาคือชายผู้เป็นพ่อของตัวเอกอย่างลูฟี่ ทำให้พวกเขากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะปฏิวัติคอยทำสงครามเพื่อปกป้องประเทศที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลโลก
อยู่มาวันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น เมื่อจินนี่ถูกลักพาตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้เธอหายสาปสูญไป นั่นทำให้คุมะต้องสูญเสียคนที่รักไปจากเขาอีกครั้ง ความเจ็บปวดนี้ดูเหมือนจะเลวร้ายแล้ว แต่ที่มันเลวร้ายยิ่งกว่าคือการกลับมาอีกครั้งของจินนี่ที่ทำให้รู้ว่าเธอถูกจับไปเป็นภรรยาของเผ่ามังกรฟ้า และเป็นโรคปริศนาที่ชื่อ ‘ผิวไพลิน’ ซึ่งเมื่อโดนแสงอาทิตย์ผิวกายของผู้ป่วยจะเป็นก้อนเกล็ดสีน้ำเงิน โอกาสรักษาให้หายเป็นไปได้ยาก เมื่อเกล็ดขึ้นจนครบทั่วทั้งตัวแล้วผู้ป่วยจะเสียชีวิตทันที
บนเรื่องราวอันเลวร้ายสำหรับคุมะ กลับได้มอบบางสิ่งเข้ามาเติมเต็มแทนที่ให้กับเขา เมื่อเขาได้รู้ความจริงของจินนี่ว่าเธอเองก็มีลูกติดมาและก็เป็นโรคนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อปกป้องให้เด็กรอดพ้นจากความตาย เธอยอมสละตัวเองเพื่อหาคนที่เธอรักและจริงใจ ให้เขาได้มาดูแลเด็กคนนี้นั่นก็คือ ‘เจอเวอรี บอนนี่’ คุมะเสียใจกับการจากไปของจินนี่ พร้อมทั้งให้คำสัญญากับเธอไว้ว่า “ไม่ต้องห่วงนะจินนี่ ฉันจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้เอง”
“แลกความเจ็บปวดด้วยชีวิต เพื่อมอบความหวังใหม่ในอนาคต” โจทย์ใหม่ของคุมะคือการทำให้บอนนี่หลุดพ้นจากโรคภัยที่เธอต้องเผชิญ เขาเดินทางไปตามหาการรักษาทั่วทุกมุมโลกเป็นเวลาหลายปี เมื่อเขาได้รับคำแนะนำจากดราก้อนให้ลองไปรักษากับ ‘ด็อกเตอร์เวก้าพังค์’ อัจฉริยะที่ฉลาดสุดของเรื่อง เพื่อให้บอนนี่ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
แต่นั่น! คือจุดเริ่มต้นของคุมะที่ทำให้หลายคนได้รู้จักกันดี เนื่องจากเวก้าพังค์ยังทำงานให้กับรัฐบาลโลก ทำให้ตอนที่คุมะเดินทางพาบอนนี่มารักษาได้ถูกผู้นำสูงสุดของโลกอย่าง ‘ห้าผู้เฒ่า’ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘เซนท์ เจย์การ์เซีย แซทเทิร์น’ ดักฟังแล้วยื่นข้อเสนอให้กับคุมะ เนื่องจากการรักษานี้ถือเป็นเรื่องนอกเหนือจากงานของรัฐบาลโลก ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้เกิดเป็นข้อตกลงโดยให้คุมะต้องยอมแลกชีวิตตัวเองจากการเป็นสายเลือดของบัคคาเนียร์ ให้สละชีวิตมาเป็นหุ่นไซบอร์กสำหรับการวิจัยของเวก้าพังค์และรัฐบาลโลก โดยมีการรักษาบอนนี่ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้เป็นตัวประกัน
เวก้าพังค์ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เขามองว่ามันเป็นเรื่องที่เกินจรรยาบรรณของมนุษย์มากไป แต่สำหรับชายคนหนึ่งที่ตามหาหนทางในการช่วยเหลือเด็กคนนี้ทั่วทุกมุมโลก เมื่อรับรู้ว่าโอกาสของการรักษาโรคอันแสนเจ็บปวดนี้จะหายไปก็ทำให้เขาตัดสินใจจะรับมันไว้ ด้วยความปีติยินดีว่า “ขอบใจนะ ถ้ามันจะช่วยให้บอนนี่หายป่วยได้ละก็ ไม่ว่าจะเป็นชะตากรรมแบบไหน ฉันก็พร้อมรับมันอยู่แล้วละ”
การตัดสินใจนี้เป็นผลประโยชน์ที่เข้าทางรัฐบาลโลก แต่คุมะกลับเลือกแบกรับชะตากรรมของชีวิตเพื่อให้ ‘ความหวัง’ เล็ก ๆ อย่างการมีชีวิตของบอนนี่ได้รอดพ้นจากโรคภัยและได้ใช้ชีวิตต่อไป เป็นการเสียสละอันมีค่าที่จะส่งผลต่อเรื่องราวสำคัญต่าง ๆ ในวันพีซ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมีจุดเริ่มต้นมาจากการตัดสินใจในครั้งนี้
การเปลี่ยนแปลงทำให้เขาได้มาเป็นเจ็ดเทพโจรสลัด จนถูกเรียกว่าเป็น “สุนัขรับใช้ของรัฐบาลโลก” การได้เดินทางเพื่อค้นหาการรักษาของบอนนี่รวมไปถึงการเดินทางในนาม ‘คณะปฏิวัติ’ ทำให้เขาได้พบกับลูฟี่ และมีความเชื่อว่าเด็กคนนี้คือลูกชายของเพื่อนร่วมอุดมการณ์และวิสัยทัศน์บางอย่างที่เขาได้เห็น ทำให้เชื่อได้ว่าลูฟี่คือความหวังในอนาคต จึงทำให้คุมะได้ไปอยู่ในเหตุการณ์ช่วยเหลือกลุ่มหมวกฟางในภาค ‘หมู่เกาะชาบอนดี้’ ส่งผลให้เหล่าตัวละครหลักมี ‘ทักษะ’ และ ‘ความสามารถ’ ในการรับมือกับศัตรู จนล่าสุดได้กลายมาเป็น ‘สี่จักรพรรดิ’ ผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงท้ายของเรื่อง
ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวละครอย่างคุมะ แต่การได้รับรู้ถึงสิ่งที่คุมะได้ทำให้กับผู้คน จะเห็นได้ว่าตัวเขาคือ ‘ผู้มีพระคุณ’ จากหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องวันพีซ ทั้งกับกลุ่มหมวกฟางหรือแม้แต่ชีวิตของบอนนี่เองก็เช่นกัน การมีใครสักคนผ่านพ้นจากประสบการณ์ความเจ็บปวดในชีวิต ได้ฝ่าฟัน ผ่านพ้นสิ่งเหล่านั้นจนกล้าหาญยอมเสียสละเพื่อมอบบางสิ่งที่ดีกว่าเพื่อใครสักคนได้รับมันไป
แล้วคุณล่ะ !? ทำได้แบบที่คุมะทำให้เห็นบ้างหรือเปล่า ? หรือเจอใครเป็นแบบคุมะบ้างไหมในชีวิต ? มันอาจไม่จำเป็นต้องทำตามทุกอย่างที่คุมะได้ทำลงไป แต่หากคุณได้พบเจอใครสักคนที่พร้อมจะโอบรับความเจ็บปวดเพื่อแบ่งเบาภาระเหล่านั้นจากคุณ อย่างน้อยคุณได้มีใครสักคนเป็นผู้มีพระคุณ หรืออาจเป็นคนสำคัญในชีวิต หากเสียเขาไปคุณอาจจะไม่ได้พบเจอกับคนที่มี ‘คุณค่า’ แบบนี้อีกเลยก็ได้นะ อย่าลืมรักษาและเก็บมันไว้ให้ดีล่ะ ❤️
อ้างอิง
- https://onepiece.fandom.com/wiki/Bartholomew_Kuma
- https://www.instagram.com/reel/DKS6eJjS887/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=MzRlODBiNWFlZA==
- https://onepiece.fandom.com/wiki/Jewelry_Bonney
- https://onepiece.fandom.com/wiki/Ginny
- https://onepiece.fandom.com/wiki/Sabaody_Archipelago_Arc
- https://onepiece.fandom.com/wiki/Thriller_Bark_Arc
- https://fandomwire.com/eiichiro-oda-finally-revealed-what-made-kuma-save-the-straw-hats-in-one-piece/
