ถ้าต้องเข้าป่าลึกไปตามหา “สมิง” พร้อมปืนคู่ใจหนึ่งกระบอก “เทวิน” น่าจะเป็นหนึ่งในคนที่พร้อมสำหรับภารกิจนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เรียนจบมาจากเมืองนอก เขายังเป็นกูรูที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ รู้เรื่องอาวุธปืน มีความช่างพูดอยู่หน่อย ๆ ถ้ามีเวลาพอให้เขาได้เล่าถึงสิ่งที่ตัวเองรู้ เทวินจะเป็นชุดความรู้แบบ expert level หาตัวจับยากคนหนึ่งทีเดียวเชียวล่ะ คาแรกเตอร์ที่มีสีสันแบบนี้ทำให้เทวินกลายเป็นอีกหนึ่งสมาชิกที่น่าสนใจ เมื่อจักรวาล “ธี่หยด” กำลังจะพาคนดูออกจากเรื่องราวที่คุ้นเคย แล้วเดินลึกเข้าไปผจญภัยกับเรื่องราวลี้ลับในป่า “เขาขวาง” ณ พื้นที่ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 

จะด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตาม หลายอย่างในตัวเทวินกลับมีส่วนคล้ายกับ “ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส สุเมตติกุล” อยู่ไม่น้อย เพราะไบเบิ้ลเองก็ชอบประวัติศาสตร์ ชอบกีฬายิงปืน และหลงรักธรรมชาติอย่างไม่มีเงื่อนไข ความสนใจที่มีอยู่เดิมของไบเบิ้ลจึงกลายเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมในการสร้างเทวินขึ้นมาให้จับต้องได้ และเมื่อคุยกันนานขึ้น เรากลับพบว่า เรื่องของ “เทวิน” พาเราออกจากป่าไปไกลกว่านั้น เพราะเบื้องหลังความสนุกของการได้สร้างตัวละครที่มีหลายอย่างใกล้เคียงกับตัวเอง คืออีกช่วงเวลาหนึ่งของการเติบโตที่ไบเบิ้ลกำลังค่อย ๆ เรียนรู้ว่า เขาอยากเป็นนักแสดงแบบไหน มาตรฐานของคำว่า “มืออาชีพ” สำหรับตัวเองคืออะไร และยังมีอะไรอีกบ้างที่ต้องเรียนรู้ระหว่างทาง 

ขณะเดียวกัน ชีวิตนอกกองถ่ายของเขากลับมีความสุขอยู่กับเรื่องธรรมดา ตั้งแต่การได้เข้าห้องเวิร์กช็อป นั่งทำงานคราฟต์ มีเวลาให้กับสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ไปจนถึงการมีผู้คนกลุ่มหนึ่งที่ยังคอยอยู่ข้าง ๆ และเติบโตไปพร้อมกับเขาเสมอ

ก่อนจะเข้าไปเจอ “เทวิน” ใน “ธี่หยด สมิงเขาขวาง” SUM UP จึงชวนไบเบิ้ลพูดคุยกัน ตั้งแต่ความสนุกของการได้หยิบสิ่งที่ตัวเองชอบมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวละคร ประสบการณ์จากภาพยนตร์ที่พาเขาเข้าไปเจอโลกการทำงานอีกแบบ การเติบโตบนเส้นทางนักแสดง ไปจนถึงความสุขและตัวตนของไบเบิ้ลในวันนี้

THE FIRST STEP : การมาของ “เทวิน” ใน ‘ธี่หยด สมิงเขาขวาง’

เส้นทางของไบเบิ้ล – วิชญ์ภาส สุเมตติกุล ในการเข้ามาเป็นส่วหนึ่งในจักรวาลธี่หยด สมิงเขาขวาง เริ่มต้นจากวิธีเบสิกที่สุด นั่นคือการเดินเข้าห้องแคสต์เหมือนนักแสดงทั่วไป

“เราก็ต้องไปแคสต์ แคสติ้งของเรื่องนี้ก็ติดต่อมา ทางค่ายก็ดูว่ามีใครที่จะส่งไป ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แล้วก็ไปลองแคสต์ดู หลังจากนั้นก็รอแล้วก็โชคดีที่ได้ รู้สึกเหมือน success เพราะว่าเราอยากเล่นหนังมานานแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าโชคดีจังที่ได้ พอหลังจากที่แคสต์ผ่านแล้ว แล้วก็ได้ไป match queue พอได้บทมา เราก็เดินตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ จนถึง read through, fitting แล้วก็ถ่ายครับผม”

โมเมนต์แรก เราเหมือน eager ตื่นเต้นที่จะทำการบ้าน เราก็เลยอ่านบททั้งเรื่อง แล้ว default ตัวละครไปใน way ที่เราคิดว่าน่าจะถูกต้อง แต่ว่าพอไปคุยกับผู้กำกับ จริง ๆ แล้วมันไม่ค่อยไปใน way ที่เขาต้องการเท่าไหร่ ก็เลยมาปรับกัน ได้คุยกันว่าจริง ๆ ตัวละครเทวินไม่ได้เป็นผู้ร้ายนะ เขาไม่ได้มีพิษมีภัยกับใครด้วย แต่สิ่งที่เขาแสดงออกมาก็ด้วย nature ของเขาที่ทำให้คาแรกเตอร์ของเขาเป็นแบบนี้”

สิ่งแรกไบเบิ้ลค้นเจอแล้วรู้สึกว่าเข้าใจ และเป็นเทวินได้ คือสิ่งไหน

“คงเป็นเรื่องความเนิร์ดเฉพาะทางที่เทวินมี คือเรื่องอาวุธปืนและประวัติศาสตร์อย่างยุค Wild West ยุค Frontier หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งยุคนั้นคนต้องมีปืนไว้ล่าสัตว์และป้องกันตัว พอดีตัวผมเองก็พอมีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ปืนพวกนี้อยู่บ้าง มันเลยเชื่อมโยงกันง่าย แล้วปืนมันก็ถูก develop ต่อมาจนถึงยุค 60s ซึ่งกลายมาเป็น ‘ปืนคู่ใจ’ ของเทวินในเรื่อง การที่เขาเรียนจบเมืองนอก ได้ไปสัมผัสวัฒนธรรมคาวบอยตะวันตกแล้วหลงใหลจนเอากลับมา มันเข้ากับคาแรกเตอร์เด็กเนิร์ดของเขามาก และในเรื่องก็อธิบายได้อย่างชัดเจนเลยว่าทำไมเขาถึงมีปืนที่หายากขนาดนี้ในประเทศไทยยุคนั้น”

“ผมทำการบ้านอย่างเยอะ เพื่อให้เข้าใจตัวละครจนถึงจุดหนึ่งจริง ๆ พอถึงจุดนั้นแล้วเราแทบไม่ต้องคิดแทนเลย เพราะทุกอย่างจะกลายเป็นสัญชาตญาณของตัวละครไปเอง เพราะเราเข้าใจเขามาก ๆ แล้ว”

73 / 5

“สิ่งที่ผมทำคือการเตรียมคาแรกเตอร์แบ็กกราวนด์ มันคือวิธีที่ทีม develop กันมาจนสมบูรณ์แบบแล้ว หน้าที่ของเราคือการต้องสร้างเทวินให้เป็นมนุษย์ขึ้นมาคนหนึ่งจริง ๆ เขาโตมายังไง พ่อแม่เป็นใคร ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นแบบไหน เขาเป็นคนคิดยังไง มีนิสัยแบบนี้เพราะอะไร หรือมันเป็น nature ของเขา ซึ่งตรงนี้มันต้องอาศัย human psychology เข้ามาช่วยดูว่า คนคนหนึ่งจะตัดสินใจทำอะไรแบบนี้เพราะอะไร แล้วเราก็ต้อง justify ให้เขาใน way ที่เราเข้าใจ

ผมก็เริ่มปั้นภาพขึ้นมาว่า เทวินเรียนจบเมืองนอก พ่อเป็นใคร แล้วมารับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต่อ ทุกอย่างนี้ต้องถูกใส่ไว้ในตัวละคร แล้วเราก็เอาไปคุยกับผู้กำกับว่าเขาต้องการภาพเทวินแบบไหน เพื่อที่จะ work ด้วยกันและดีไซน์ร่วมกัน

เพราะสุดท้ายแล้ว การแสดงมันคือการรีแอ็กกับสถานการณ์ การเอาตัวเราเข้าไปยืนอยู่ในจุดนั้น มันไม่เหมือนกับการเอาเทวินเข้าไปยืน เราต้องรู้ว่าเทวินรู้สึกอะไร แล้วทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น ยิ่งเรื่องนี้เป็นภารกิจที่วิกฤต ต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง มาอยู่ในความอันตราย ใน crisis mode เขาจะรีแอ็กยังไง เราก็ต้องมองย้อนกลับไปที่จิตวิทยาของเทวินว่า เวลาเจอวิกฤต เขาจะหนีมั้ย มันคือ fight or flight แล้วถ้าเขาเป็นคนแบบนี้ เราจะต้องเล่นออกมาเลเวลไหน เพื่อให้ตรงกับภาพที่ผู้กำกับเขาต้องการมากที่สุดครับ”

BULLETS & BOOKS : อาวุธ ประวัติศาสตร์ และการเป็นตัวเอง

“จริง ๆ ผมชอบประวัติศาสตร์ แล้วมันมีเรื่องอุปกรณ์ที่มนุษย์ต้องใช้เอาชีวิตรอดอย่างยุคหินใหม่ (Neolithic) ที่ต้องประดิษฐ์ค้อน มีด ขวาน ขึ้นมาใช้ แล้วก็ develop มาเป็นปืนยุคแรก ยุค Frontier ที่ต้องมีไว้ปกป้องตัวเองเพราะบ้านเมืองมัน Wild West มาก จนเข้าสู่ยุคสงครามที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผมชอบ aspect นี้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ส่วนเรื่องปืน ผมชอบเป็นการกีฬาครับ”

ไบเบิ้ลอยู่กับกีฬายิงปืนมานานรึยัง

“ไม่นานมากครับ เล่นมาได้ประมาณปีกว่า ๆ เป็นการฝึกแบบ IDPA (International Defensive Pistol Association) มีหลักสูตรให้เรียนและมีแข่ง แต่ผมยังไม่ได้ลงสนามแข่งจริงเพราะต้องซ้อมจริงจังกว่านี้ พอเราไปฝึกมา มันก็ช่วยให้มีไอเดียในหัวว่า เทวินน่าจะอยากอวดเก่ง อวดว่ากระบอกนี้พิเศษยังไง ให้พวกพลทหารที่ไม่เคยเห็นได้รู้

เมื่อถามว่าไบเบิ้ลนำความรู้ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์และปืนที่มีอยู่ มาดีไซน์พฤติกรรมของเทวินในกองถ่ายอย่างไรบ้าง คำตอบของเขาไม่ได้ซับซ้อน แต่เริ่มต้นจากความรู้สึกพื้นฐานของคน

ผมคิดว่า ถ้าคนคนหนึ่งเขารู้สึกอินกับอะไรมาก ๆ เขาจะจับหรือเทกแคร์มันยังไง ในหนังอาวุธของเทวินคือ ‘ปืนคู่ใจ’ ผมก็นึกย้อนไปว่าเรามีอะไรที่เรารักหรือหวงขนาดนั้นไหม แล้วก็พยายาม develop ต่อกับตัวละคร รวมถึงเรื่องการอวดความรู้ ด้วยความที่เทวินเรียนมาสูง มีความรู้เรื่องป่าไม้เยอะมาก ถ้ามีใครถาม เขาก็อยากให้ความรู้ แต่มันอาจจะดูขี้อวดไปหน่อยจนคนหมั่นไส้ได้ การได้เป็นเทวินที่มีจุดร่วมตรงกับตัวผมเองในหลายมิติ ทำให้การทำงานในโปรเจกต์นี้กลายเป็นพื้นที่ที่ทั้งสนุกและท้าทายมาก การที่ผมได้มารับบทเป็นเทวิน เป็นเรื่องที่สนุกมากครับ เรารู้สึกว่าเทวินเป็นตัวละครที่มีความคล้ายตัวผมเอง ผมเลยได้เต็มที่กับมันมาก ๆ และในฐานะนักแสดง คือการได้เจออะไรใหม่ ๆ และได้ทำในสิ่งที่อยากทำจริง ๆ ครับ”

WHAT TEWIN LEFT BEHIND : ของขวัญจากการเป็นเทวิน

“เทวินทิ้งประสบการณ์ดี ๆ ไว้กับผมเยอะมากเลยครับ สำหรับผมใน “ธี่หยด สมิงเขาขวาง” สิ่งที่ได้มามากที่สุดคงเป็นเรื่องประสบการณ์การทำงานครับ เป็นการออกกองถ่ายที่ท้าทายมากสำหรับผมมากเป็นครั้งแรกด้วย มันอาจจะมีความคล้ายกับซีรีส์ แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว หนังเรื่องแรกนี้พาเราไปเจอนักแสดงหลาย ๆ คน ได้เจอวิธีการถ่ายทำแบบภาพยนตร์ และได้ถ่ายในซีนที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ถ่าย อย่างฉากลุยป่า มันทำให้เราเจอ challenge ใหม่ ๆ ตลอดเวลา”

“แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอการถ่ายแบบ night shoot คิวจะเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายยิงยาวไปจนถึงเช้า หนักสุดคือช่วงกลางคืน แต่เป็นประสบการณ์ที่ผมชอบนะ พอทุกคนต้องอยู่ด้วยกัน ลากยาวไปถึงตีสอง ตีสาม ตีสี่ บวกกับพล็อตที่เป็นแนว adventure ต้องทำภารกิจไปด้วยกัน เราเลยได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะมาก มันให้ฟีลเหมือนทุกคนได้มานั่ง camping กันมากกว่า

“ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับคนเก่ง ๆ ทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นพี่ ได้เล่นกับพี่แบร์ พี่โบว์ พี่แฉะ พี่แบงค์ พี่เดี่ยว พี่ปู พี่โจ๊ก พี่เบิร์ธ พี่แวน พี่ชายโน ถ้าถามว่าได้ไปเรียนรู้เทคนิคการแสดงอะไรจากพวกเขามั้ย ผมคงไม่ได้ไปนั่งขอเทคนิคมาใช้ตรง ๆ แต่เป็นการ observe มากกว่า การได้อยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้แล้วคอยเฝ้ามองเวลาที่แต่ละคนทำงาน มันมีอะไรดี ๆ ให้เราได้ซึมซับและเก็บเกี่ยวกลับมาเยอะมาก ซึ่งประสบการณ์พวกนี้มันมี benefit กับตัวเราแน่นอนครับ”

NATURE LOVER : ผมชอบป่าเพราะมันสวย

“ผมเป็นคนชอบธรรมชาติ ชอบป่าอยู่แล้ว การได้มาทำงานใน area ที่เราชอบมันเลยยิ่งอิน ยิ่งสนุกมาก ป่าเนี่ย ต่อให้เซตดียังไงมันก็ไม่ถึงถ้าไม่ใช่ป่าจริง ๆ แต่สำหรับเรื่องนี้ พอเราได้ไปอยู่ในสถานที่จริง ได้กลิ่นต้นไม้ ได้สัมผัสอากาศและบรรยากาศตรงนั้น มันช่วยเรื่องการแสดงของผมได้เยอะมากครับ

“ส่วนเรื่องความลี้ลับ ผมก็มีศึกษามาบ้างครับ จริง ๆ ไม่ใช่แค่สังคมไทย แต่ละ culture มักมีเรื่องเล่าคล้าย ๆ ‘สมิง’ บางที่อาจไม่ใช่เสือ แต่เป็นสัตว์ประหลาดสักอย่าง เรื่องการแปลงร่างหลอกคนไปกิน หรือเตือนว่าถ้าเจอคนในป่าให้ระวัง มันมีในหลายวัฒนธรรมมาก และทุกที่ที่อยู่ใกล้ป่ามักมีคำสอนตรงกันว่า ‘ถ้าเจออะไรอย่าไปทัก’ ซึ่งผมเชื่อว่ามันคือเรื่องเล่าที่สร้างขึ้นมาเพื่อเตือนสติ ไม่ให้คนประมาท และเอาชีวิตรอดกลับออกมาจากป่าให้ได้”

“อีกอย่างที่ผมชอบมากคือเซตป่าที่เขาทำ เราอาจจะมองในกล้องว่าเหมือนแค่ไปถึงโลเคชันแล้วเปิดกล้องถ่ายเลย แต่จริง ๆ คืนก่อนหน้านั้น ทีมงาน ทีมโปรดักชันเขาต้องเข้าไปเซตให้เป็นไปตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโลเคชันที่เห็นในทีเซอร์หรือที่กำลังจะได้ดูกัน ผมคิดว่าพอเขาเซตออกมาแบบนี้ ในฐานะนักแสดงมันทำให้เรารู้สึกอิน สามารถใช้จินตนาการต่อได้ทันทีว่าที่ตรงนี้กลายมาเป็นสภาพนี้ได้ยังไง หรือก่อนหน้านี้เคยเกิดอะไรขึ้นบริเวณมาก่อน ถึงหลายคนจะบอกว่าป่าตรงนั้นคือพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดสงคราม แต่ถ้าถามความรู้สึกผมตอนไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นจริง ๆ ผมไม่แน่ใจเรื่องประวัติศาสตร์เท่าไหร่ครับ (หัวเราะ) ผมแค่อินกับธรรมชาติมากกว่า ผมชอบเพราะว่ามันสวยจริง ๆ ครับ”

JUST ONE ELEMENT: นิยามคำว่า “นักแสดง” ของไบเบิ้ล

“สำหรับผม ‘นักแสดง’ คือหนึ่งในองค์ประกอบของการทำหนัง เป็นแค่องค์ประกอบอันหนึ่งเท่านั้น ถ้าเราจะทำหนังหรือซีรีส์ขึ้นมาสักเรื่อง มันต้องประกอบไปด้วยคนทั้งทีม ถามว่านักแสดงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมั้ย ก็สำคัญแหละ แต่ไม่ใช่สำคัญที่สุด เพราะทุกตำแหน่งสำคัญหมด ไม่ว่าจะเป็นช่างไฟ ทีมคอสตูม หน้า-ผม ผู้กำกับ DOP ตากล้อง ไลท์ติ้ง ยิ่งทำงานไปเรื่อย ๆ ผมยิ่งรู้สึกชัดขึ้นว่า นักแสดงเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งจริง ๆ หน้าที่ของเราคือแค่ต้องทำพาร์ตของตัวเองให้ดีที่สุด

พอต้องกระโดดจากภาพจำเดิมมาเล่นหนังเรื่องนี้ หลายคนอาจมองว่ามันพลิกบทบาทหรือแตกต่างไปเลย แต่สำหรับผมมองว่าไม่ต่าง จริง ๆ ซีรีส์ที่ผมเคยเล่น คนอาจจะจัด category ว่าเป็นซีรีส์วาย เพราะกลุ่มคนดูคือสาววาย แต่ส่วนตัวผมไม่ได้แบ่งแยกประเภทแบบนั้น ผมมองว่านั่นคืองานแสดงชิ้นหนึ่งที่เล่าถึง representation ของคอมมูนิตี้ LGBTQIA+ เล่าเรื่องของผู้ชายสองคนที่รักกัน และผมก็เชื่อว่าแฟนคลับของผมเองคงไม่ต้องปรับตัวอะไรมากเท่าไหร่ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของผมคือการเป็นนักแสดง การที่เขาได้เห็นเราในบทบาทใหม่ ๆ ในพื้นที่ใหม่ ๆ เขาก็น่าจะดีใจไปกับเรามากกว่าครับ”

BEYOND CONTROL: เรียนรู้จากสิ่งรอบตัว

“ถ้าถามถึงคำแนะนำหรือคนที่เป็นต้นแบบ…… ผมคิดว่าอาจจะไม่ได้มาจากคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากการที่เราได้ทำงานมาเรื่อย ๆ สักพักมากกว่า เราเริ่มเห็นสิ่งที่เราอยากเป็นและไม่อยากเป็น เห็นสิ่งที่เราอยากหยิบมาปรับใช้กับตัวเอง แล้วมันก็ทำให้เราค่อย ๆ วาดภาพชัดขึ้นว่า ภาพการเป็นนักแสดงในหัวของเราเป็นยังไง เราต้องทำตัวแบบไหน ต้อง develop ตัวเองยังไง

คำว่า ‘เก่ง’ หรือ ‘เล่นดี’ สำหรับผม มันเลยเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และมีมาตรฐานที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละนิดเสมอ พอทำงานไปเรื่อย ๆ เราก็เริ่มเห็นว่า นักแสดงที่เก่งต้องมีพาร์ตนี้ด้วยนะ แล้วพอไปเจออีกงาน ก็เจออีก element หนึ่งว่า “อ๋อ!!! มันต้องมีมุมนี้ด้วยเหมือนกัน”

ในหัวผมจะมีภาพอยู่เสมอว่า นักแสดงที่เป็น professional จริง ๆ คือคนแบบไหน และผมอยากเป็นคนแบบนั้นให้ได้ basic เลยคือคนที่มาถึงแล้วพร้อมทำงานทันที ไม่ทำให้ทีมงานคนอื่นต้องรอ ถ้าเรามองว่าการแสดงมันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของงาน ความเป็นมืออาชีพก็คือคุณต้องพร้อมทำ และทำได้เลยตรงนั้น”

“ผมเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าบางอย่างเป็นไปได้ยากที่จะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะงานแสดงมันทำงานด้วยใจ ทำงานด้วย mood บางวันเราอาจจะ control อารมณ์ตัวเองทั้งหมดไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการทำให้ดีที่สุด ต้องทำการบ้านล่วงหน้าให้ถึงที่สุด เพื่อที่ว่าพอเดินเข้าหน้าเซตปุ๊บ ทุกอย่างมันพร้อม แล้วก็ Let’s go ได้เลย ที่เหลือก็คือการฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ ครับ”

SMALL MOMENTS : ความสุขที่เรียบง่ายของไบเบิ้ล

“ความสุขของผมคือการได้ทำในสิ่งที่อยากทำครับ มันเป็นอะไรที่ simple มาก หลายคนน่าจะ get ฟีลนี้ว่าพอเราเริ่มโตขึ้น โดยเฉพาะยิ่งกำลังจะแตะเลข 30 ความรับผิดชอบก็จะเยอะขึ้นมาก ต้องเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ก็เลยทำให้ไม่ได้มีโอกาสในทุกช่วงที่เราจะเลือกทำในสิ่งที่เราอยากทำได้จริง ๆ พอมีช่วงเวลาสั้น ๆ แบบนั้นโผล่มา มันก็คือความสุขแล้ว

อย่างบางคน กลับบ้านมาได้นอนดูซีรีส์ ดูหนังที่ตัวเองชอบ ได้ดูคอนเทนต์ แค่นั้นเขาก็มีความสุขแล้ว หรือบางคน วันหยุดได้ไปกินของอร่อย ได้กินขนม ได้ไปลองร้านที่อยากไปมานาน นั่นก็คือความสุขเหมือนกัน ความสุขของผมเป็นอะไรง่าย ๆ อย่างนั้นเลย

ปัจจุบันความสุขในตอนนี้ของผม คือการได้ไปทำงานอดิเรกครับ ได้เข้า workshop ไปทำงาน craft ไปนั่งทำอุปกรณ์ นั่งประดิษฐ์โน่นนี่ แค่ได้เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นผมก็มีความสุขแล้วครับ”

THANK YOU FOR BEING THERE: คือความสุขที่ได้เติบโตไปด้วยกัน

“อย่างแรกเลยคือคำว่า ‘ขอบคุณครับ’ 
ขอบคุณที่ช่วยให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ 
ผมรู้สึกว่าถ้าไม่ได้มีพวกเขา ไม่ได้มีกันในรูปแบบนี้ 
ผมอาจจะไม่ได้เดินมาในเส้นทางนี้ด้วยซ้ำ 

“แฟนคลับคอยสนับสนุนให้ผมได้ pursue สิ่งที่ผมอยากทำจริง ๆ เขาไม่เคยบังคับเรา มันคือการซัปพอร์ตที่จริงใจมาก ๆ ทำให้เราสามารถเป็นตัวของตัวเอง และวิ่งไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ โดยที่มีพวกเขาคอยดันหลังอยู่แล้วบอกว่า ‘ไปให้ถึง ไปให้สุด’

สิ่งที่ผมเป็นอยู่ทุกวันนี้ แฟนคลับคือปัจจัยหลักเลยครับ ผมบอกพวกเขาเสมอว่าอยากเป็นนักแสดงที่เป็น professional อยากเป็น storyteller ที่ดี อยากเล่าเรื่องแล้วทำให้คนดูรู้สึกอิน แล้วเราจะเล่าให้ใครฟังล่ะ หนึ่งในนั้นก็คือแฟนคลับนี่แหละ การได้เล่น ได้ให้เขาเห็นเราในหลาย ๆ บทบาท นั่นคือหนึ่งในความสุขของผม และอีกหนึ่งความสุขคือการได้เห็นเขารู้สึกอินไปกับมัน เขาจะชอบ จะพูดถึง หรือแม้แต่จะเกลียดตัวละครนั้น แค่นั้นผมก็แฮปปี้แล้ว เพราะบางทีการทำให้คนดูไม่ชอบตัวละคร มันก็คือเป้าหมายของนักแสดงเหมือนกัน”

“สิ่งที่ประทับใจในตัวพวกเขามากที่สุด คือการที่เขาไม่เคยลืมเราเลย ในชีวิตคนคนหนึ่งมีหลายอย่างที่ต้องทำมาก ต้องรับผิดชอบ มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ต้องแบก ตัวผมเองยังเคยลืมเพื่อน ลืมคนสำคัญไปบ้างในเวลาที่ชีวิตยุ่งมาก ๆ แต่แฟนคลับเขาไม่เคยลืมเราเลย ต่อให้ยุ่งแค่ไหน เขาก็จะพิมพ์มาบอกว่า ‘เดี๋ยวกลับมาดูนะ’ ‘เดี๋ยวกลับมาเชียร์นะ’ เขายังคอยกลับมาทำให้เราเห็นว่าเขายังติดตามอยู่เสมอ

ผมอยากให้เขาได้ใช้ชีวิตของตัวเอง แค่แวะเข้ามากดไลก์ หรือคอมเมนต์นิดหน่อยแค่นั้นก็พอแล้ว แต่เขาก็ยังทำอะไรดี ๆ ที่ประทับใจให้ตลอด ยิ่งเวลาได้มาเจอกันตัวต่อตัวตามอีเวนต์หรือแฟนมีต บางคนมาจากต่างจังหวัด บางคนต้องลางานมา ผมรู้สึกประทับใจการบริหารชีวิตของเขามากนะ ที่ต้องจัดการชีวิตตัวเอง ต้องวางแพลนเรื่องเงิน แพลนเรื่องเวลาต่าง ๆ เพื่อที่จะพาตัวเองมาอยู่ตรงหน้าผมให้ได้ พวกเขาน่ารักมาก ๆ ครับ”

THE CINEMA EXPERIENCE: “ธี่หยด สมิงเขาขวาง” ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

“ผมมองว่าการดูหนังยุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ เราไม่ได้ไปแค่เพื่อดูหนังเฉย ๆ แต่มันกลายเป็นการไปเอาประสบการณ์ เพราะฉะนั้นเราไม่ควรมองว่าดูที่บ้านผ่าน streaming ก็ได้เหมือนกัน แต่เราไปเพื่อเอาฟีล ประสบการณ์ของการได้ดูในโรง ทั้งระบบเสียง ภาพ จอใหญ่ หรือการได้ยินรีแอ็กชันของคนที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ มันเป็นอะไรที่หาไม่ได้จากที่อื่น และเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่ามันแรร์ ยิ่งต้อง hold มันไว้ หลายคนน่าจะยังมีภาพจำตอนไปดูหนังพร้อมกันทั้งครอบครัว ซึ่งมันเป็นโมเมนต์ที่ดีมาก แล้วยิ่งยุคนี้เรากำลังอยู่ในช่วง transition period ของการที่สตรีมมิงเกิดขึ้นมา ผมเลยอยากเชียร์ทุกคนจริง ๆ ว่าไปดูหนังในโรงหนังกันนะครับ

พวกเราถ่ายทำ “ธี่หยด สมิงเขาขวาง” เรื่องนี้เพื่อโรงภาพยนตร์โดยเฉพาะ มีทั้งระบบ IMAX 4DX และ ScreenX เพื่อให้ทุกคนได้เข้าไปเจอประสบการณ์ที่ดีที่หาไม่ได้จากที่ไหน โดยเฉพาะหนังของเราที่เป็นแนว thriller ถ้าอยากจะสนุกให้ถึงที่สุด ก็ต้องไปดูที่โรงหนังจริง ๆ

ผมบอกเลยว่านี่คือหนัง adventure thriller ที่สนุกมาก ผมกล้าใช้คำว่าสนุกเพราะพอได้เห็นทีเซอร์ และพอย้อนนึกถึงซีนที่เราไปลุยถ่ายกันมา ผมรู้สึกว่ายังไงก็มันส์ และน่าจะตื่นเต้นมาก ๆ ยิ่งถ้าได้ไปดูในโรง คนดูน่าจะได้รับอะดรีนาลีนกลับไปเต็ม ๆ เป้าหมายของการมาดูเรื่องนี้คือความ excited ซึ่งคุณจะได้มันแน่นอน ใครที่เป็นแฟนคลับจักรวาลธี่หยดอยู่แล้ว คุณจะได้เห็นตัวละครพี่ยักษ์กับจ่าปพันธ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ได้ย้อนวัย ได้เจอเสือสมิงที่ต่างไปจากผีชุดดำ เป็นความ thriller ที่เพิ่มขึ้น แอ็กชันเดือดขึ้น และให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งของ adventure party ที่พากันเดินลึกเข้าไปเจอเรื่องราวในป่าจริง ๆ ครับ”

บางทีสิ่งที่น่าเอ็นดูที่สุดจากการพูดคุยกับไบเบิ้ลครั้งนี้ คือการที่เขาดูจะมีเรื่องให้สนใจอยู่เต็มไปหมด เรื่องหนึ่งพาไปสู่อีกเรื่องหนึ่งได้เสมอ จากประวัติศาสตร์ไปถึงอุปกรณ์ จากธรรมชาติไปถึงเรื่องเล่าของผู้คน จากงานแสดงไปถึงงานคราฟต์ และถ้าเป็นเรื่องที่เขาชอบจริง ๆ ก็ดูเหมือนจะพร้อมลงรายละเอียดกับมันได้อีกเป็นนานสองนาน บทสนทนาจึงมีจังหวะสนุกของมันเอง เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เรื่องที่กำลังคุยกันอยู่จะพาเลี้ยวไปเจออะไรต่อ

แล้วมันก็น่าสนุกดี หากวันหนึ่งสิ่งที่เขาอ่าน สิ่งที่เขาลองทำ หรือเรื่องเล็ก ๆ ที่เขาบังเอิญไปสนใจในช่วงหนึ่งของชีวิต จะวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในกองถ่ายสักแห่ง เหมือนของบางอย่างที่ตอนเก็บเอาไว้ก็ไม่ได้รู้หรอกว่าจะได้ใช้เมื่อไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่งมันกลับพอดีกับเรื่องที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ

และ “ธี่หยด สมิงเขาขวาง” ก็คงเป็นหนึ่งในจังหวะแบบนั้น เมื่อความสนใจหลายอย่างที่เคยเป็นเพียงพื้นที่ส่วนตัวของไบเบิ้ล วันหนึ่งกลับได้เดินทางเข้าไปอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน ได้กลายเป็นรายละเอียดของตัวละคร ได้ถูกใช้ในกองถ่าย และได้พาเขาไปเจอกับประสบการณ์ที่ไม่เคยทำมาก่อน บางทีเสน่ห์ของการเป็นนักแสดงอาจอยู่ตรงนี้ด้วยก็ได้ 

ชีวิตของคนเราคงมีของแบบนั้นสะสมอยู่เต็มไปหมด เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะยังสนุกกับการเก็บมันไปเรื่อย ๆ และสำหรับไบเบิ้ลดูเหมือนว่ากล่องใบนั้นยังเหลือที่ว่างอีกเยอะ ให้เก็บสะสมความตั้งใจ ความจริงใจ และความอะไรต่อมิอะไรที่เขายังอยากรู้ อยากลอง อยากทำด้วยตัวเองอีกมากมาย เพราะสุดท้ายเราอาจไม่จำเป็นต้องรู้ตั้งแต่วันนี้หรอกว่า ของทุกชิ้นที่เก็บไว้จะพาเราไปถึงไหน แค่วันหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่จักรวาลจะเหวี่ยงอะไรมา เรื่องราวเหล่านั้นอาจกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของชีวิตบทใหม่โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทันคาดคิด เหมือนกับหลายสิ่งที่เคยเป็นเพียงความชอบของไบเบิ้ล ก่อนจะพาเขาเข้าไปอยู่กลางป่า “เขาขวาง” พร้อมปืนคู่ใจในมือ โดยมีเจ้าของที่ชื่อว่า “เทวิน”

ธี่หยด สมิงเขาขวาง
วันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

AUTHOR

ทะเล จำปี ดนตรี ทราย และ ฉัน