Buy Now Pay Later ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง

ทุกวันนี้เวลาเราจะซื้อของ แน่นอนว่ามันง่ายแค่เพียงกดปลายนิ้ว และหากจะซื้อของชิ้นใหญ่หรือของที่มีราคาสูงก็สามารถผ่อนได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน แถมไม่ต้องเรียนจบปริญญาตรี หรือเปิดบัตรเครดิตเสียด้วยซ้ำ

ในยุคที่การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์สามารถทำได้อย่างไม่ยุ่งยาก ผนวกกับเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ย่อมทำให้ผู้ผลิตสินค้าและสถาบันการเงินสามารถอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงบริการผ่อนชำระทางออนไลน์ให้กับผู้บริโภคได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน 

ซึ่งการผ่อนชำระแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later: BNPL) ถือว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างยิ่ง เพราะว่า BNPL มักอยู่ในแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ ไม่ต้องทำผ่านบัตรเครดิต ไม่ต้องทำสัญญากับร้านค้า หรือทำสัญญากับธนาคารโดยตรง จึงถือว่าเป็น ‘โอกาส’ ให้กับบุคคลที่มีรายได้ต่ำ หรือมีอายุยังไม่มากให้มีโอกาสซื้อของแบบผ่อนชำระได้แม้ไม่มีบัตรเครดิต 

ข้อมูลจากกองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคมได้เผยถึงข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้บริการดังกล่าว โดยจะเห็นว่าหากแบ่งตามช่วงอายุ (Generation) จะสามารถเรียงลำดับสัดส่วนการใช้งานได้ดังนี้ คน Gen Y (อายุ 28-45 ปี) คิดเป็นร้อยละ 60.1, คน Gen Z (อายุ 15-27 ปี) คิดเป็นร้อยละ 26.4 และคน Gen X (อายุ 46-55 ปี) คิดเป็นร้อยละ 13.5 

โดยเหตุผลที่เลือกใช้บริการมีสูงสุด 3 ข้อ ได้แก่ มีขั้นตอนการสมัครง่าย อนุมัติไว (ร้อยละ 34.6), ไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีค่าธรรมเนียม (ร้อยละ 19.4) และสินค้าที่ต้องการมีราคาสูง (ร้อยละ 14.5)

จากแนวโน้มข้างต้นชี้ให้เห็นว่า ความนิยมของการซื้อขายแบบ BNPL นั้นมีแนวโน้มทวีคูณสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วยการเข้าถึงที่ง่ายดายและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในทางธุรกิจ แต่ว่าก็ค่อนข้างส่งผลกระทบให้คนไทยมีหนี้เสียเพิ่มขึ้น หากจับจ่ายซื้อของฟุ่มเฟือยมากเกินไปจนไม่มีวินัยทางการเงินที่ดี

‘SPayLater’ ตัวตึงขึ้นชื่อของวงการ “ช็อปก่อน จ่ายทีหลัง”

ในบรรดาวงการ SNPL นั้น แน่นอนว่ามีอีกหนึ่งบริการที่ได้รับความนิยมสูงจนกลายมาเป็นภาพจำของการซื้อขายแบบช็อปก่อน จ่ายทีหลังได้อย่างดี นั่นคือบริการ ‘SPayLater’ จากแอปพลิเคชันช็อปปิงชื่อดังอย่าง ‘Shopee’ ซึ่งบริการนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การผ่อนสินค้าต่าง ๆ ในแอป รวมถึงสแกนจ่ายกับร้านค้าอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกัน (แต่สำคัญคือจะเน้นไปที่การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจ่าย) โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต ไม่ต้องมีฐานเงินเดือนสูง รวมถึงสามารถเป็นนักศึกษาอยู่ได้ โดยจะรวมยอดทั้งหมดแล้วตัดรอบทุกต้นเดือน หรือหากยังไม่มีเงินจ่ายก็จะสามารถยืดระยะเวลาขยายเวลาผ่านระบบ ‘เปลี่ยนเป็นผ่อนชำระ’ ให้สามารถจ่ายเงินยอดข้างต้นให้ยืดออกไปอีกราว 1-4 เดือนได้ และยอดเหล่านี้ก็จะไปทบเป็นหนี้ในรอบบิลถัดไป แต่ก็จะมีค่าดอกเบี้ยที่เพิ่มเติมมาเช่นกัน

แน่นอนว่าถึงจะฟังดูดีและสะดวกสบาย เพราะสามารถผ่อนได้ง่ายดายแบบไม่มีพันธะ แต่สิ่งที่ใครหลายคนอาจหลงลืมไปคือ สิ่งเหล่านี้ก็คือ ‘หนี้สิน’ เพราะการผ่อนชำระคือการยืมเงินในอนาคตของตัวเราเองมาใช้ หาใช่การได้ของฟรี ดังนั้นหากเราผ่อนสินค้าราคาสูง หรือผ่อนสินค้าหลายชิ้นพร้อมกัน อาจทำให้กลายเป็น ‘ภาระหนัก’ เมื่อถึงรอบบิลที่ต้องจ่าย

และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ Shopee โดย บจก.ซีมันนี่ (แคปปิตอล) ได้ส่งและเชื่อมโยงข้อมูลการชำระหนี้เข้ากับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด สถาบันที่รวบรวมข้อมูลบัญชีสินเชื่อและการชำระหนี้ (ระบบเครดิตบูโร) แล้ว ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นหมายถึง ข้อมูลการชำระหนี้ของผู้สมัครบริการ SPayLater จะถูกนำไปรวมอยู่ในการประเมินสินเชื่อร่วมกันกับข้อมูลจากสถาบันการเงินอื่น ๆ 

สิ่งนี้แสดงว่า หากผู้สมัครบริการดังกล่าวมีประวัติการชำระหนี้ตรงตามเวลาก็จะได้ประโยชน์จากการมีเครดิตบูโรที่ดี จะทำให้สามารถขอกู้ยืมเงินหรือกู้สินเชื่อประเภทอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้นในอนาคต และแน่นอนว่าหากมีระบุการชำระหนี้ไม่ตรงตามเวลาในประวัติการชำระเงิน ผลที่ออกมาก็จะกลับตาลปัตรเช่นเดียวกัน

ยั่งยืนที่สุดคือฝึกฝนการมี ‘วินัยการเงิน’ ที่ดี

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ระยะสั้น ระยะยาว ในระบบ หรือกระทั่งนอกระบบจากสินเชื่อต่าง ๆ ดังนั้น การวางแผนวินัยทางการเงินไว้จึงเป็นสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด ซึ่งต้องอาศัยการวางแผนในระยะยาว

วันนี้เราขอเอามาฝากเช็กลิสต์สัก 5 หัวข้อ ว่าด้วยวินัยทางการเงินที่ดี เพื่อให้ทุกคนสามารถวางแผนทางการเงินให้รัดกุม เหมาะกับตัวเองในต่อ ๆ ไป

  1. ประเมินฐานะทางการเงินและจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวัน
  2. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
  3. จัดทำแผนการเงินและทำตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด
  4. ตรวจสอบแผนดังกล่าวทุก ๆ 6 เดือน
  5. มีเงินออมฉุกเฉินและเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน

หรือสำหรับใครที่มีภาระหนี้สิน ไม่ว่าจะน้อยหรือมากอาจลองเริ่มต้นตรวจสอบรายการหนี้ที่มีอยู่และจัดลำดับความสำคัญจากอัตราดอกเบี้ยเพื่อวางแผนชำระหนี้สินอย่างรัดกุม เพื่อที่จะได้ไม่มีชนักติดหลัง และสามารถผ่อนสินค้าตามกำลังต่อไปได้อย่างสบายใจ

อ้างอิง

AUTHOR

หนังสือ ไพ่ทาโรต์ กาแฟส้ม แมวสามสี และลิเวอร์พูล