เวลาที่พูดถึง ‘ฝาแฝด’ นอกจากความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง และความมหัศจรรย์ในเชิงชีววิทยา อีกหนึ่งประเด็นที่มักพ่วงติดมาคือ ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ เกี่ยวกับความเหมือนและความเชื่อมโยงอันน่าประหลาดใจระหว่างคนสองคน โทรจิต พลังลึกลับ การทดลอง และจิตวิญญาณ ที่ชวนให้ใครหลายคนใคร่รู้ถึงเบื้องหลังความสลับซับซ้อนที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ด้วยเหตุนี้ฝาแฝดจึงมักถูกนำเสนอในแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับความลึกลับ โดยเฉพาะในโลกแห่งความแฟนตาซีเหนือจริง อาทิ นวนิยาย การ์ตูน และภาพยนตร์
The Forest ภาพยนตร์สยองขวัญจากปี 2016 ผลงานของผู้กำกับ เจสัน ซาดา (Jason Zara) บอกเล่าเรื่องราวของซาร่าที่เดินทางไปยังป่าลึกลับแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น เพื่อตามหาพี่สาวฝาแฝดที่หายตัวไป ก่อนพบเรื่องราวลึกลับและพลังจิตที่เชื่อมโยงพวกเธอเข้าไว้ด้วยกัน หรือภาพยนต์สยองขวัญสัญชาติไทยในตำนานอย่าง ‘แฝด’ เมื่อปี 2007 ผลงานของ บรรจง ปิสัญธนากุล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ เรื่องราวความสยองขวัญหลังการผ่าตัดแยกแฝดที่ร่างติดกัน
ล่าสุดในซีรีส์ ‘ทวิญ ร่างฉัน วิญญาณเธอ’ (Decalcomania) ที่ออกอากาศทางช่องวัน 31 เรื่องราวของ ‘หนึ่งเดียว’ และ ‘เลอา’ ฝาแฝดที่เติบโตมากันคนละที่ แต่การประสบอุบัติเหตุทำให้ทั้งคู่ “สลับร่าง” และพบว่าตัวเองสามารถรู้สึกในสิ่งที่ฝาแฝดอีกคนรับรู้ได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอันลี้ลับ เบื้องหลังความเหมือนที่แตกต่างระหว่างฝาแฝด
คำถามคือ แล้วในโลกแห่งความเป็นจริง ฝาแฝดมีพลังลึกลับที่เชื่อมโยงกันหรือไม่ ?
ตอบสั้น ๆ คือ มีความเชื่อมโยงกันแน่นอน ไม่ใช่ในแง่ของพลังจิตหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เกิดจากพันธุกรรมและกลไกทางชีววิทยา ที่สามารถอธิบายได้ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา
ยีนส์ที่นำมาสู่ความความเหมือนที่แตกต่าง
รู้หรือไม่ว่า บุคลิกภาพและลักษณะนิสัยบางประการของเราถูกกำหนดด้วย ‘ยีนส์’ (DNA) ที่ถูกส่งต่อมาจากบรรพบุรุษ จึงอาจกล่าวได้ว่า DNA มีส่วนในการกำหนด ‘พฤติกรรม’ ถึงแม้กระบวนการทำงานจะไม่ได้เป็นอย่างตรงไปตรงมา ทว่าโมเลกุลที่สร้างและควบคุมการทำงานของสมองยังคงถูกกำหนดด้วย DNA
อย่างที่ทราบกันดี ยีนส์ของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไป ทว่าในฝาแฝดโดยเฉพาะ ‘แฝดแท้’ ที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันจะมี “DNA ที่คล้ายกันเกือบ 100%” ซึ่งต่างจากพี่น้องทั่วไปที่มียีนส์คล้ายกันเพียง 50% นั่นเท่ากับว่า พฤติกรรมหรือบุคลิกภาพบางอย่างของแฝดแท้มีแนวโน้มที่จะ “เหมือนกัน” อาทิ ความกลัว ความชอบ วิธีการคิด หรือแม้กระทั่งความไวต่อการรับรู้ ซึ่งเกิดจากโครงสร้างทางสมองที่คล้ายกัน ส่งผลให้มีความคิดความอ่านและพฤติกรรมใกล้เคียง จึงทำให้ในบางครั้งพวกเขาถูกมองว่า “เชื่อมโยงกัน” อย่างน่าประหลาด
ในงานวิจัย Genetics of monozygotic twins reveals the impact of environmental sensitivity on psychiatric and neurodevelopmental phenotypes ในปี 2025 ที่ทำการศึกษาฝาแฝดแท้กว่า 10,896 คู่ เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับยีนส์ที่ส่งผลต่อความไวในการรับความรู้สึก ระบุว่า ยีนส์มีส่วนกำหนดลักษณะเฉพาะของบุคคล รวมถึงการแสดงออกของภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และโรคสมาธิสั้น มากพอ ๆ กับปัจจัยด้านประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม
ด้วยเหตุนี้ เวลาที่แฝดทั้งสองคนรู้สึกเศร้า เสียใจ โกรธ รัก โมโห หรือมีปฏิกิริยากับสิ่งใดสักสิ่งหนึ่ง ที่คล้ายกัน (ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน) อาจไม่ได้แปลว่าพวกเขามีโทรจิตหรือความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณในระดับลึกซึ้งแต่อย่างใด แค่เกิดจากความเหมือนกันในเชิงพันธุกรรมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเท่านั้น
ภาษาของแฝดและสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่ดูแปลกคือ แฝดหลายคู่มักมีวิธีการสื่อสารที่จำเพาะเจาะจงในแบบของตัวเอง จนบางครั้งทำให้เรารู้สึกราวกับว่า พวกเขาพูดคุยกันผ่าน ‘โทรจิต’ ที่แม้ไม่ต้องพูดก็เข้าใจกันได้ ทว่าความจริงแล้วเหตุผลค่อนข้าง ‘เบสิก’ กว่าที่คิด เนื่องจากการที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาในสิ่งแวดล้อมและเวลาที่ใกล้เคียงกัน (ตั้งแต่ครรภ์มารดาจนเกิด) ทำให้ฝาแฝดมีความใกล้ชิดและผูกพันกันมาก เป็นเหตุให้แฝดทั้งสองได้รับประสบการณ์ร่วมกัน ส่งผลให้มีความเข้าอกเข้าใจกันในระดับที่ลึกซึ้ง
นอกจากนี้ พัฒนาการทางภาษาในวัยเด็กที่ยังไม่สมบูรณ์อาจมีส่วนที่ทำให้ฝาแฝดมีวิธีการสื่อสารที่ต่างจากเด็กทั่วไป เนื่องจากแฝดมีความใกล้ชิดกันมาก พวกเขาจึงมักสื่อสารกันโดยไม่ใช้คำพูด หรือเข้าใจสิ่งที่แฝดอีกคนกำลังเผชิญอยู่โดยไม่ต้องใช้คำพูด กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ บางครั้งแฝดเรียนรู้ที่จะสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด เพราะพวกเขาเข้าใจกันและกันโดยธรรมชาติ ซึ่งผลพวงจากสิ่งนี้ทำให้ฝาแฝดสามารถคาดเดาและเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำมากกว่าคนทั่วไป
สรุปคือ พฤติกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาดของฝาแฝดเกิดจากยีนส์และสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการแสดงออกทางสังคมที่แตกต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย ไม่ได้มีมนต์ดำ หรือความลึกลับซับซ้อนอะไรไปมากกว่าความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่สะท้อนให้เห็นความสวยงามของชีวิตและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพี่น้อง
และหากใครอยากจะสัมผัสประสบการณ์ระหว่างฝาแฝดที่เข้าใกล้มากขึ้นไปอีกขั้น ก็สามารถไปติดตามชมซีรีส์ ‘oneD Original’ เรื่อง ‘ทวิญ ร่างฉัน วิญญาณเธอ’ (Decalcomania) ไปร่วมหาคำตอบพร้อมกันว่า หนึ่งเดียว และ เลอา สลับร่างกันได้อย่างไร เธอทั้งสองคนมีโอกาสที่กลับคืนร่างของตัวเองได้หรือไม่ ดูได้ครบทุกตอนแล้ววันนี้ ทางแอปพลิเคชัน oneD
ที่มา
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3052688/
- https://www.nature.com/articles/s41562-025-02193-7
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/twin-dilemmas/202403/the-unique-development-of-twin-language
