เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักแอนิเมชันซีรีส์ไซไฟสุดครีเอต ที่ได้รับการพูดถึงเกือบทุกซีซันอย่าง LOVE, DEATH +ROBOTS แอนิเมชันสำหรับผู้ใหญ่ที่สร้างโดย Tim Miller และสตรีมบน Netflix กันมาบ้าง แน่นอนว่าด้วยความที่ LOVE, DEATH +ROBOTS เปิดช่องให้หลายสตูดิโอจากนานาชาติเข้ามาขายของประลองฝีมือการทำแอนิเมชัน ประกอบกับรสชาติการเล่าเรื่องอันจัดจ้านเสียดสี ทำให้แฟนเน็ตฟลิกซ์หลายคนทราบกันดีว่า แอนิเมชันซีรีส์ชุดนี้คือ “ของดี” ที่ห้ามพลาด และหลายคนต่างก็ตั้งตารอกันเป็นอย่างมาก
ล่าสุด LOVE, DEATH +ROBOTS ก็ดำเนินมาจนถึงซีซันที่ 4 โดยมาพร้อมกับมินิแอนิเมชันทั้งหมด 10 ตอน เฉลี่ยตอนละ 10 – 15 นาที ซึ่งดูเหมือนว่าในซีซันนี้จะไม่ค่อยมีตอนไหนได้รับการพูดถึงเป็นพิเศษเหมือนที่ผ่านมา เว้นเสียแต่กลิ่นอายของดราม่าที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในเว็บไซต์ Reddit ของต่างประเทศ เกี่ยวกับความผิดหวังของ LOVE, DEATH +ROBOTS ในตอนที่มีชื่อว่า “Can’t Stop” ซึ่งเป็นภาพการแสดงคอนเสิร์ตของวง Red Hot Chili Peppers
โดยภายในเรื่องจะปรากฏภาพของสมาชิกวง Red Hot Chili Peppers ทั้งหมดสี่คน ได้แก่ Anthony Kiedis (นักร้องนำ), Michael Balzary หรือ Flea (มือเบส), Chad Smith (มือกลอง) และ John Frusciante (มือกีต้าร์) ในรูปของ “หุ่นกระบอก” ที่กำลังถูกเชิดให้เล่นคอนเสิร์ต ซึ่งภายในเรื่อง พวกเขากำลังร่วมกันบรรเลงเพลง Can’t Stop หนึ่งในซิงเกิลฮิตติดหูตลอดกาล โดยจำลองการแสดงสดของพวกเขาในตอนไปทัวร์ที่ Slane Castle ในปี 2003 โดยตัวแอนิเมชันก็ทำออกมาได้ดีมาก ทั้งถอดแบบท่าทางการแสดงบนเวทีอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงรีแอ็กของแฟนเพลงก็ทำให้เราหวนนึกถึงบรรยากาศคอนเสิร์ตวง Red Hot Chili Peppers จริง ๆ
แต่ประเด็นดราม่ามันไม่ได้อยู่ที่จุดนั้น มันอยู่ตรงที่ตลอดระยะเวลากว่า 6 นาที ในตอน Can’t Stop เราแทบไม่ได้เห็นอะไรเลยนอกจากการแสดงโชว์คอนเสิร์ตของหุ่นกระบอก จนมีคนเอาไปตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ Reddit ว่า “Red Hot Chili Peppers มันเกี่ยวอะไรกับ LOVE, DEATH +ROBOTS วะ?” ทำให้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในเชิงลบเป็นจำนวนมาก เนื่องจากธีมหลักของแอนิเมชันซีรีส์ชุดนี้คือ การตีความและถ่ายทอดเรื่องราวไซไฟวิทยาศาสตร์เหนือจริง แล้วคอนเสิร์ตเพลง Can’t Stop เป็นไซไฟตรงไหน
ผู้ใช้บางคนถึงขั้นแสดงความคิดเห็นว่า นี่คือตอนที่น่าผิดหวังที่สุดใน LOVE, DEATH +ROBOTS ขณะที่ผู้คนบางส่วนมองว่า ภาพการแสดงคอนเสิร์ตอาจสื่อถึง “LOVE” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธีมหลักก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าหลายคนก็อคติไปเสียแล้ว เนื่องจากคาดหวังว่าตัวผู้กำกับอย่าง David Fincher ที่เคยฝากผลงานอันตราตรึงใจในซีซันก่อนอย่างตอน Bad Travelling น่าจะทำแอนิเมชันเนื้อหาเข้มข้นชวนขบคิดเหมือนครั้งก่อน ๆ ทว่าสิ่งที่เขาทำเปรียบเสมือนการกำกับมิวสิกวิดีโอเพลง Can’t Stop ให้กับวง Red Hot Chili Peppers แทน ส่งผลให้คะแนนรีวิวตอนนี้ใน IMDb อยู่ที่ 4.1/10 เพียงเท่านั้น
แต่รู้หรือไม่ว่า ถึงแม้มองเพียงผิวเผิน LOVE, DEATH +ROBOTS ในตอน Can’t Stop อาจดูไม่ไซไฟเหนือจริงอิงวิทยาศาสตร์เหมือนตอนอื่น ทว่าแก่นแท้ของ “การเสียดสี” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแอนิเมชันซีรีส์ชุดนี้ยังคงเต็มเปี่ยม เนื่องจากแนวคิดการใช้หุ่นกระบอกมาเชิดหนึ่งในวงดนตรีในตำนาน มันเปรียบเสมือนการถูก “ชักใย” จากนายทุนและผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมดนตรี ในยุคที่นักร้องและศิลปินที่ทีชื่อเสียงมักถูกทำให้กลายเป็น “สินค้า” เสียมากกว่าผู้ปลุกปั้นศิลปะ แต่ถึงอย่างนั้นรสนิยมในการเสพสื่อบันเทิงก็ยังคงเป็นเรื่องปัจเจก แต่หากถามว่ามีถูกผิดหรือไม่ก็สามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่า ไม่มีสิ่งใดถูกผิดอย่างแน่นอน
