ป้ายหาเสียง, เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

หากใครจำได้ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ‘ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร’ หรือ ‘ดร.โจ’ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน โพสต์ข้อความบน Facebook Page ใจความว่า ตนจะไม่ทำป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ ติดตามถนนและเสาไฟฟ้าแม้แต่ป้ายเดียว ซึ่งตรงตามความตั้งใจของพรรคประชาชน ที่ต้องการลดจำนวนป้ายหาเสียงลงในทุกการเลือกตั้งที่ผ่านมา และเน้นใช้วิธีการหาเสียงประเภทอื่นทดแทน อย่างการทำแคมเปญบนช่องทางออนไลน์ การเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่หาเสียงและรณรงค์กับหัวคะแนนธรรมชาติ เพื่อขอให้กระจายนโยบายต่อกันไป

ล่าสุดในวันนี้ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนขณะลงพื้นที่หาเสียง และเปิดเผยถึงกลยุทธ์การหาเสียงครั้งนี้ว่า มีนโยบายลดการติดตั้งป้ายหาเสียงในพื้นที่สาธารณะให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย เพื่อแก้ปัญหากีดขวางทางและลดปัญหาขยะ โดยจะเน้นใช้สื่อออนไลน์และติดตั้งป้ายบิลบอร์ดแทน ซึ่งประหยัดต้นทุนการประชาสัมพันธ์ได้มากกว่าการทำป้าย อีกทั้งเมื่อประชาชนถ่ายภาพนำไปแชร์ต่อในโซเชียล ก็จะเกิดการกระจายข่าวสารด้วยต้นทุนที่ต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน ชัชชาติยอมรับว่า อาจจะมีการปรับแผนการสื่อสารบ้างเล็กน้อยในอนาคต หลังมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนว่าไม่เห็นป้ายหาเสียง ทำให้ไม่ทราบหมายเลขที่ใช้หาเสียง โดยอาจต้องกระจายป้ายหาเสียงไปในชุมชนย่อยที่เป็นเส้นเลือดฝอยแทนการติดในที่สาธารณะ

จะเห็นได้ว่า แนวคิดของการลดป้ายหาเสียงลงนั้นได้รับการสนับสนุนจากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เหมือน ๆ กัน เพียงแต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า ‘ป้ายหาเสียง’ คือรูปแบบการสื่อสารที่กระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีที่สุด เพราะมองเห็นได้จริง มีความเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้สุดท้ายในบางพื้นที่ก็ยังอยู่ในกรอบของความจำเป็นในการติดตั้งป้ายหาเสียง

ตามที่โพสต์ข้อความบน Facebook Page ของชัยวัฒน์กล่าวไว้เพิ่มเติมเช่นกันว่า แม้ป้ายหาเสียงของตนจะไม่มี แต่ป้ายหาเสียงของผู้สมัคร สก. จะยังคงมีอยู่ เพื่อให้ประชาชนทั้ง 50 เขตไม่สับสนในการจดจำชื่อผู้สมัคร และหมายเลขประจำตัวผู้สมัครแต่ละคน โดยได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า จะลดปริมาณของป้ายลงให้เหลือเพียง 1-2 เท่าของหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น (จากระเบียบการเลือกตั้งที่อนุญาตให้ติดตั้งป้ายได้ไม่เกิน 5 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้ง)

เช่นเดียวกันกับที่ชัชชาติกล่าวเรื่องความสำคัญของการลงพื้นที่ว่า สิ่งนี้มีประโยชน์เสมอ เพราะเป้าหมายของการลงพื้นที่ไม่ใช่เป็นเพียงการหาเสียงเท่านั้น แต่สำหรับเขาแล้ว มันยังเป็นการตรวจงานและตรวจสอบปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งแม้ตอนนี้จะสั่งการไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ แล้ว แต่ตนจะเก็บข้อมูลเหล่านี้เอาไว้เพื่อพัฒนานโยบายต่อไป

ทั้งนี้ ต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์ของมหกรรม ‘ป้ายหาเสียง’ ริมถนนหนทางของกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งท้องถิ่นหนนี้จะเป็นอย่างไร ป้ายหาเสียงจะลดน้อยลงจริงหรือเปล่า หรือจะมีป้ายหาเสียงของกลุ่มการเมืองไหนน่าสนใจกันบ้าง

ที่มา

AUTHOR

Content Creator

พนักงานมือใหม่ที่สนุกกับการหาเรื่องมาเล่า ไม่มีสิ่งที่ชอบตายตัว มีแต่สิ่งที่ชอบแล้ว และกำลังหาสิ่งใหม่ที่ชอบต่อไป