พิธีไว้อาลัย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ โรงเรียนพระหฤทัย เชียงใหม่

วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568 หรือ ค.ศ. 2025 ได้กลายเป็นวันสำคัญที่ถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์โลกอีกครั้ง เมื่อช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่นของอิตาลี ซึ่งตรงกับช่วงบ่ายตามเวลาในประเทศไทย คริสต์ศาสนิกชนนิกายคาทอลิกนับพันล้านคนทั่วโลกต่างตกตะลึงและร่ำไห้กับข่าวการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ด้วยพระชนมายุ 88 พรรษา ณ นครรัฐวาติกัน ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี

จากบุรุษผู้ชื่นชอบในกีฬา มุ่งหน้าสู่เส้นทางแห่งศรัทธา

จากบัณฑิตหนุ่มชาวอาร์เจนติน่า ผู้ชื่นชอบฟุตบอล จบปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส ก่อนเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งศรัทธาด้วยการบวชเป็นนักบวชในคณะเยซูอิต รวมทั้งมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้เห็นต่างทางการเมืองในยุคที่อาร์เจนติน่าตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร กลายเป็นพระคาร์ดินัลคนแรกจากนอกภูมิภาคยุโรปในรอบพันปีที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมเด็จพระสันตะปาปา เมื่อปี พ.ศ. 2556 พระองค์กลายเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เพียงแต่จะทำงานเพื่อรับใช้ศาสนจักรเท่านั้น ตลอดสมัยของพระองค์ ทรงทำงานหนักเพื่อปฏิรูปคริสตจักรให้ทันสมัย การเปิดกว้างแก่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศให้สามารถเข้าถึงศาสนจักรได้ รวมไปถึงการเน้นย้ำเรื่องสันติภาพท่ามกลางความขัดแย้งต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างศาสนา โดยไม่มีการแบ่งแยกซึ่งกันและกัน จน พระองค์กลายเป็นผู้นำที่ได้รับการนับถือจากทั่วโลก

เมื่อข่าวการสิ้นพระชนม์ถูกรายงานผ่านสื่ออย่างรวดเร็ว ณ ช่วงหัวค่ำ ที่อาสนวิหารพระหฤทัย ซึ่งอยู่ในโรงเรียนพระหฤทัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ คริสต์ศาสนิกชนต่างเดินทางมาร่วมพิธีมิสซา แม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลปัสกา หรือเทศกาลเฉลิมฉลองการกลับคืนชีพของพระเยซู แต่การสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันของสมเด็จพระสันตะปาปาสร้างความโศกเศร้าเสียใจให้แก่ศาสนิกชน โดยตลอดพิธีกรรม บาทหลวงได้กล่าวถึงการไว้อาลัยต่อสมเด็จพระสันตะปาปา เมื่อพิธีเสร็จสิ้น รูปถ่ายขนาดใหญ่ของสมเด็จพระสันตะปาปาที่ถูกนำมาตั้งขึ้นกลางอาสนวิหาร มีคริสต์ศาสนิกชนมาไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่ใช่พิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการก็ตาม

3 สถาบันการศึกษาในเชียงใหม่ หมุดหมายสำคัญของชาวคาทอลิก

นับตั้งแต่ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกเข้ามาเผยแผ่บนแผ่นดินสยามอย่างเป็นทางการในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อ 356 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีคริสต์ศาสนิกชน นิกายคาทอลิกในประเทศไทย จำนวน 401,976 คน ขณะที่พื้นที่สังฆมณฑลเชียงใหม่ มีจำนวน 55,752 คน ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกได้เผยแผ่เข้าสู่ล้านนาเมื่อ ค.ศ. 1843 ก่อนที่จะสามารถจัดตั้งมิสซังคาทอลิกในเมืองเชียงใหม่สำเร็จในปี ค.ศ. 1930 ตามมาด้วยการเปิดโรงเรียนคาทอลิก 3 แห่ง โดยคณะนักบวชกลุ่มต่าง ๆ ในอีก 2 ปีถัดมา ได้แก่ โรงเรียนพระหฤทัย เชียงใหม่, โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย และโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ไม่เพียงแต่จะเป็นหมุดหมายสำคัญของสังคมชาวคาทอลิกบนแผ่นดินล้านนา หรือที่คนเชียงใหม่เรียกว่า “คริสตัง” แต่ยังเป็นเหตุการณ์สำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชียงใหม่ เมื่อทั้ง 3 โรงเรียนในปัจจุบันคือสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรชั้นนำในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ศิลปิน แพทย์ ข้าราชการ นักธุรกิจ ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและนครรัฐวาติกัน

สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนา และมีประชากรที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นจำนวนน้อย ยังเคยต้อนรับการมาเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาถึง 2 พระองค์ รวมทั้งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ในวาระฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม และ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนครรัฐวาติกัน 

ในครั้งนั้น พระองค์ไม่เพียงแต่เยี่ยมเยือนเฉพาะคริสต์ศาสนิกชนเท่านั้น แต่พระองค์ยังได้พบปะและเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประมุขฝั่งพระพุทธศาสนา เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองศาสนาเข้าด้วยกัน สะท้อนถึงสิ่งที่พระองค์ย้ำมาตลอด คือ การมอบ “ความรัก” และความรู้สึกดีแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมไปถึงการได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อร่วมแสดงในวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกภายในปีเดียวกัน ซึ่งเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยอีกด้วย แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับนครรัฐวาติกัน ทำให้การเยี่ยมเยือนในครั้งนั้นไม่ใช่การพบปะมิตรสหายใหม่ แต่เป็นการกลับมาเจอกันของสหายเก่าที่มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน

แม้พระองค์จะกลับคืนสู่สวรรค์ แต่สิ่งที่พระองค์ได้ปฏิบัติไว้ตลอดระยะเวลามากกว่า 10 ปีจะกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของคนทั่วโลกไปอีกนานเท่านาน ดังที่พระองค์ประทานพระดำรัสเมื่อครั้งมาเยือนประเทศไทยในหัวข้อ “สร้างสะพานแห่งความเข้าใจและสันติสุข”

ที่มา

AUTHOR

นักออกแบบกราฟิกจากเชียงใหม่ สนใจในเสียงดนตรี ภาพยนตร์ และความเป็นไปของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ไปพร้อมกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น