ภาวะโลกร้อน (Global Warming)

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสังคมโลกตอนนี้ ได้เพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเราสามารถเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลาย ๆ รัฐบาลในโลกได้ระดมทรัพยากร กำลัง และองค์ความรู้มากมาย เพื่อพยายามลดปัญหาภาวะโลกเดือดที่เกิดขึ้น ซึ่งในภาคประชาชนทั่วไปที่พยายามอย่างยิ่งเพื่อช่วยกันลดปัญหานี้ จะสามารถช่วยกันแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ แค่การลดขยะ ไม่ปล่อยคาร์บอนจากภาคประชาชน เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และระบบโครงสร้างที่ยังไม่มีนโยบายว่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้มากน้อยแค่ไหน

เมื่อค่าคาร์บอนเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง

ค่าคาร์บอน คือ ค่าที่กำหนดให้กับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วสามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าก๊าซเรือนกระจกตัวนี้ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาวะโลกร้อนให้เพิ่มขึ้นมาตลอดหลายสิบปี จนนำมาสู่ขั้นภาวะโลกเดือดที่เรากำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในปัจจุบัน ค่าคาร์บอนนี้เกิดได้จากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทิ้งร่องรอยคาร์บอนเอาไว้ (Carbon Footprint) ตั้งแต่การใช้ถุงพลาสติกห่อเล็ก ๆ ที่ย่อยสลายไม่ได้ติดมือมาด้วยตอนซื้อของ การนั่งยานยนต์ที่ยังใช้น้ำมันจากฟอสซิล ไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ปล่อยของเสียต่าง ๆ ออกสู่ธรรมชาติก็ถูกนับหมดเช่นกัน 

แม้ข้อตกลงในระดับสากลจะมีการสนับสนุนให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาด้วยการช่วยกันลดร่องรอยการทิ้งค่าคาร์บอน ด้วยระบบแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Trading System) เพื่อให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มหากธุรกิจตัวของเองนั้นปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสูง สามารถซื้อขายเครดิตกันเพื่อแสดงปริมาณการลดการปล่อยก๊าซดังกล่าวออกมา ไม่ว่าจะด้วยการทำ CSR ทดแทน จัดกิจกรรมปลูกป่า หรือแม้แต่ช่วยรณรงค์ให้เกิดองค์ความรู้ในการช่วยบำบัดสิ่งแวดล้อม ก็สามารถแสดงเพื่อเพิ่มเครดิตให้กับตัวเองได้ อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การเมืองของโลก ที่ผู้นำอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ เองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องภาวะโลกร้อน การไปต่อในเรื่องการลดค่าคาร์บอนก็ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคที่ใหญ่หลวงมากขึ้นในปัจจุบัน

ทุนใหญ่ขึ้น คาร์บอนสูงขึ้น ประเทศฐานผลิตรับเคราะห์

สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ คือเหล่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องลดต้นทุนในเรื่องภาษีสิ่งแวดล้อม ก็มักจะหลบเลี่ยงร่องรอยการปล่อยคาร์บอน โยกย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ไม่ได้เข้มงวดในเรื่องสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ซึ่งส่งผลโดยตรงกับประเทศเหล่านั้นด้วยทรัพยากรที่ถูกผลาญไป ค่าการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น รวมถึงระบบนิเวศน์ต่าง ๆ ก็จะถูกนำเข้าไปเสริมการผลิต โดยกลุ่มทุนบางบริษัทไม่ได้มีระบบตรวจจับค่าคาร์บอน และไม่สามารถเรียกเก็บภาษีคืนกลับมาฟื้นฟูได้ ปล่อยให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบกับประเทศเหล่านั้นก่อนเป็นปราการแรก ก่อนที่จะส่งผลต่อโลกทั้งใบในขั้นต่อไป

ดังนั้นโครงสร้างนโยบายที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะหากภาครัฐสามารถเข้มงวดและกำหนดเพดานค่าภาษีคาร์บอนต่อธุรกิจขนาดใหญ่ได้ สามารถแสดงค่าปริมาณลดหย่อนได้อย่างโปร่งใส และนำเงินเหล่านั้นกลับมาฟื้นฟูทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อหักลบกับสิ่งที่ปล่อยออกมา ก็จะพอประคับประคองสถานการณ์ไปได้ แต่หากรัฐไม่จัดลำดับความสำคัญในเรื่องนี้รองลงไป และเน้นที่การขยายฐานการผลิตโดยไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม ปัญหาก็มักจะวนกลับมาที่ความรุนแรงของสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบตรงต่อคุณภาพชีวิตประชาชนต่ออยู่ดี

ลดทิ้งขยะ ใช้ถุงผ้า ขึ้นรถสาธารณะในภาคประชาชน ช่วยได้แค่ไหน

แม้เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขนาดใหญ่ การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนมากเพื่อความสะดวกสบายและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มแล้ว การพยายามลดค่าคาร์บอนในภาคประชาชนก็จะดูเล็กน้อยไปเลย เพราะการแยกขยะ เพิ่มการใช้ถุงผ้า งดใช้หลอดพลาสติก หรือเพิ่มการใช้บริการรถสาธารณะต่าง ๆ เพื่อกระจายค่าคาร์บอนเฉลี่ยต่อบุคคลให้มากขึ้นต่อการเผาไหม้หนึ่งครั้ง จะเทียบไม่ได้เลยกับการใช้เครื่องบินส่วนตัวครั้งเดียว เพราะเมื่อหักลบแล้วก็ยังไม่สามารถถมค่าคาร์บอนที่ปล่อยออกมาได้เพียงพอ แต่การที่ภาคประชาชนเริ่มตระหนัก เห็นปัญหา และมีองค์ความรู้ต่อเรื่องค่าคาร์บอนที่เป็นต้นตอของก๊าซเรือนกระจกก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

แต่อย่างไรก็ตาม การเสียภาษีและร่วมส่งเสียงต่อภาครัฐให้รับลูกต่อและจัดการระบบโครงสร้างให้สามารถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นก็เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนสามารถทำได้เช่นกัน มิเช่นนั้นการบีบให้ประชาชนแยกขยะจากบ้าน แต่เทศบาลรับต่อนำไปกองรวมกันเป็นภูเขาและไร้การจัดการ ก็ไม่ได้ช่วยให้ค่าคาร์บอนนั้นลดลงอยู่ดี เพราะภาครัฐ สามารถสร้างเครื่องมือทางกฎหมาย รวมถึงระบบการจัดการที่จะร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเอกชนต่างหากที่จะสามารถช่วยกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังวิกฤตินี้ลงได้

และการร่วมมือในการสร้างจิตสำนึกในภาคประชาชนเพิ่มเติม การลดการทิ้งขยะ แยกขยะ และลดการใช้พลาสติกในระดับชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยส่งเสริมระบบที่ดีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้เอง

AUTHOR

นักคิด นักเขียน นักสร้างคอนเทนต์ ตัวปัญหาของกระแส ชาวเกย์ผู้แปลกแยก และนักเล่าเรื่องในรูปแบบที่แตกต่าง หลงใหลวัฒนธรรม Pop ทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์และดนตรี และยังเป็นผู้กำกับอิสระ นักดนตรีและนักแต่งเพลง รวมถึงแอดมินเพจที่ประสบความสำเร็จในโซเชียลอีกด้วย เก่งซะไม่มี