การเมืองไทยไม่มีเคยมีอะไรแน่นอน อันนู้นเปลี่ยน อันนี้แก้ อันนั้นทำใหม่มากมายเต็มไปหมด แม้แต่ภาพลักษณ์ภายในองค์กรของสิ่งที่เรียกว่า ‘พรรคการเมือง’ ก็มีเปลี่ยนกันไปกันมาไม่หวาดไม่ไหว เสมือนบรรยากาศทางการเมืองในโลกปัจจุบันอย่างไรอย่างนั้น
ล่าสุด ‘พรรคพลังประชารัฐ’ พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองสองฝ่าย ซึ่งก่อตั้งในสถานะพรรคการเมืองมานานกว่า 7 ปีก็เพิ่งจะปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองใหม่อีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยน ‘Logo’ ให้สอดคล้องกับแนวคิด ทิศทาง และความเชื่อใหม่ที่พรรคกำลังก้าวเดินไป จนกลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้
วันนี้ SUM UP เลยขอมาสรุปที่มาที่ไป และความหมายที่สะท้อนออกมาผ่านโลโก้ของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 4 แบบให้ได้เห็นทิศทางของพวกเขานับตั้งแต่ก้าวแรกของการก่อตั้ง สู่ก้าวที่ต้องการประกาศเจตนารมณ์ของพรรคให้ชัดเจนมากขึ้นกัน

โลโก้แบบที่ 1 แบบหกเหลี่ยม
ย้อนกลับไปวันที่พรรคจัดประชุมสามัญใหญ่ของพรรคเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก โลโก้พรรคที่เปิดตัวออกมาก็เผยให้เราเห็นถึงรูปทรง 6 เหลี่ยมคล้ายรวงผึ้ง ที่มีแถบสีคล้ายธงชาติ 5 แถบวิ่งไปตามเส้นรอบรูป ตรงกลางมีคำว่า ‘พรรคพลังประชารัฐ’ สีน้ำเงิน และนำฟอนต์ DB Helvethaica X Extended มาใช้ มีการจัดวางตัวอักษรให้ใหญ่และยาวเลยกรอบ 6 เหลี่ยมออกมาด้านนอกทั้งด้านซ้ายและด้านขวาราวครึ่งหนึ่ง
ความหมายของชื่อตามข้อสังเกตของฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า มองว่า ชื่อพรรค ‘พลังประชารัฐ’ คือการนำคำว่า ‘ประชารัฐ’ ที่หมายถึงความร่วมมือร่วมใจ ประสานความสามัคคีเข้าด้วยกันทุกภาคส่วนของคนในชาติ โดยเป็นคำที่คณะรัฐบาล คสช. ใช้เป็นอย่างมากในช่วงนั้น ผ่านการเอาคำนี้ไปผูกโยงกับนโยบายประชานิยมต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นชื่อพรรคพลังประชารัฐจึงเหมือนเป็นการสานต่อภารกิจของรัฐบาล คสช. ด้วยคำเดียวกันที่เติมคำว่า ‘พลัง’ ไปไว้ด้านหน้านั่นเอง
ใจความดังกล่าวถูกนำไปให้ความหมายใน Logo ผ่านแถบสีแดงและแถบสีน้ำเงินครามของกรอบรูป 6 เหลี่ยม ที่หมายความว่า เป็นการรวมพลังความสามัคคีของทุกคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียวปราศจากความขัดแย้ง ส่วนชื่อพรรคในความหมายของพรรคเองได้บอกเอาไว้ว่า ‘พลังประชารัฐ’ หมายถึงพลังแห่งความสามัคคี ความร่วมมือ ร่วมใจของประชาชน ร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงและยั่งยืน
โลโก้แบบที่ 2 แบบวงกลม
หลังจากใช้โลโก้แรกกว่า 1 ปี ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ทางพรรคก็ได้ถือฤกษ์เปลี่ยน Logo ใหม่เป็นครั้งแรก ด้วยการปรับรูปทรง 6 เหลี่ยมให้กลายเป็นวงกลมมน โดยยังคงเก็บเอาแถบสีธงชาติ 5 แถบใส่เป็นเส้นรอบวงเช่นเดิม และคำว่า ‘พรรคพลังประชารัฐ’ ก็ยังคงเลือกใช้ฟอนต์เดิมและจัดวางตามลักษณะเดิม
Logo นี้ผู้ออกแบบคือ ‘พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐ โดยมีใจความคือต้องการให้โลโก้แสดงถึงความกลมเกลียวของคนในพรรค ไม่มีเหลี่ยมมุมที่แหลมคมให้คนในพรรคทิ่มแทงกันจนเกิดความสั่นคลอนและไม่สามัคคีในพรรค อีกทั้งยังถือเป็นการแก้เคล็ดในทางโหราศาสตร์อีกด้วย
โลโก้แบบที่ 3 แบบวงกลม ย่อขนาดตัวอักษรลง
ต่อมาไม่ถึงปี ในวันที่ 27 มิถุนายน 2563 มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ ประจำปี 2563 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค และเหรัญญิก ในวันเดียวกันก็มีการเปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกแล้ว แต่คราวนี้สิ่งที่เปลี่ยนกลับไม่ใช่รูปทรง แต่กลายเป็นการลดขนาดฟอนต์ลง
ไอเดียนี้ค่อนข้างน่าสนใจในแง่การออกแบบ เพราะมันคือการเปลี่ยนเพียงนิดหน่อยด้วยใจความเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงโลโก้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ในครั้งนี้โลโก้ที่เปลี่ยนไปคือหน้าตาของขนาดตัวอักษรคำว่า ‘พรรคพลังประชารัฐ’ สีน้ำเงิน ที่พิมพ์ด้วยฟอนต์ DB Helvethaica X Extended ถูกลดขนาดที่ยาวเกินกรอบวงกลมให้มีความยาวเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมแทน นั่นคือจะไม่มีอะไรอยู่นอกวงกลมเด็ดขาด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความกลมเกลียวที่มากกว่าเดิม และไม่ให้มีใครแตกแถวออกมานอกวง
ซึ่งในแง่หนึ่ง จริง ๆ แล้วไอเดียนี้ควรมาพร้อมกันกับการปรับเปลี่ยน Logo ครั้งแรกไปเลยน่าจะดูเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์กว่า การปรับเปลี่ยนใน 2 ครั้งแรกนี้เหมือนแก้โลโก้ไปทีละเปราะ ๆ เพียงเท่านั้น
โลโก้แบบที่ 4 แบบก้นหอย ที่เปลี่ยนชุดสีใหม่
หลังจากการใช้โลโก้แบบที่ 3 อยู่นานเกือบ 5 ปี ท่ามกลางความพลิกไปพลิกมาของสถานการณ์การเมือง มาในวันนี้ (27 เมษายน 2568) การแถลงข่าวหลังการประชุมใหญ่สามัญของพรรคพลังประชารัฐ ประจำปี 2568 ก็ได้มีการเปลี่ยนโลโก้ครั้งที่ 3 ให้มีความแปลกตากว่าเดิม
การเปลี่ยนแปลงแรกคือเรื่องของรูปทรงหลักของโลโก้ ที่เปลี่ยนจากวงกลมแถบสีธงชาติ 5 แถบ ให้กลายเป็นรูปวงล้อพลวัตที่มีลักษณะเป็นริ้วโค้ง ๆ คล้ายกับใบพัดลม 8 แฉก สลับชุดสีแดง-เขียว-น้ำเงิน โดยมีการใช้สีน้ำเงินถึง 4 ริ้ว และใช้สีแดงกับสีเขียวอย่างละ 2 ริ้ว
ถัดมาที่ชุดคำว่า ‘พรรคพลังประชารัฐ’ มีการเปลี่ยนโทนสีจากสีเดี่ยว อย่าง สีน้ำเงินคราม ให้กลายเป็นตัวอักษร 3 สีตามชุดสีหลัก โดยคำว่า ‘พรรค’ และ ‘ประชา’ ใช้สีน้ำเงิน, คำว่า ‘พลัง’ ใช้สีเขียว และคำว่า ‘รัฐ’ ใช้สีแดง โดยคำว่ารัฐ มีการบิดลักษณะตัวอักษรบางส่วนให้ดูแปลกตาออกไป อย่างการเปลี่ยนไม้หันอากาศที่เป็นเส้นตั้งสั้น ต่อกับเส้นนอนยาว ให้กลายเป็นเส้นตั้งสั้น กับเส้นนอนที่โค้งยาวเกินสัดส่วนตัวอักษรจนไปชนกับริ้วหนึ่งของวงล้อพลวัตทางด้านบนของกรอบตัวอักษร ขณะเดียวกันส่วนล่างของ ฐ.ฐาน ก็มีการยืดลงมาจนถึงด้านล่างของกรอบตัวอักษรเช่นเดียวกัน
ที่มาที่ไปของชุดสีทั้ง 3 สีใหม่นี้ มีความหมายแตกต่างกันออกไป สำหรับ ‘สีแดง’ สื่อถึงความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจของประชาชน เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายั่งยืน ปราศจากความขัดแย้งในชาติ โดยจะสร้างพลังแห่งความเชื่อมั่น ความสุขของประชาชน และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ ‘สีขาว’ หมายถึง ความดีงามอภิบาล และการจัดการบ้านเมืองที่ดี ส่วนสีน้ำเงิน หมายถึง จุดยืนและการเมืองเชิงอนุรักษนิยมที่เป็นศูนย์รวมแห่งความสามัคคีของคนในชาติ ปราศจากความขัดแย้ง และ ‘สีเขียว’ หมายความถึง ความทันสมัย อนุรักษ์ทรัพยากร ปกป้องผลประโยชน์ชาติและของประชาชนเป็นสำคัญ
โลโก้แบบที่ 5 แบบก้นหอย ที่กลับซ้ายเป็นขวา
ถัดมาอีกเพียง 3 เดือน ในวันที่ 6 กันยายน 2568 พรรคพลังประชารัฐมีการแก้ไขโลโก้ก้นหอยเพิ่มเติม โดยยังคงรูปแบบการออกแบบแทบจะเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแค่สลับรูปวงล้อพลวัตที่มีลักษณะเป็นริ้วโค้ง ๆ คล้ายกับใบพัดลม 8 แฉก ที่โค้งไปทางขวา ให้กลายเป็นการโค้งไปทางซ้ายแทน รวมถึงมีการขยายคำว่า “พรรค” ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนบางอย่างในโลโก้อย่างเงียบ ๆ ไม่ได้มีกระแสมากนัก
โลโก้แบบที่ 6 แบบก้นหอย ที่เพิ่มสีส้ม
ในวันนี้ (17 ธันวาคม 2568) เป็นครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้ที่พรรคเปลี่ยนโลโก้ โดยครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนส่วนของริ้วด้านขวาสุด ที่เคยเป็นสีน้ำเงิน ให้กลายเป็น ‘สีส้ม’ ซึ่งเป็นสีใหม่ที่พรรคไม่เคยใช้มาก่อน ทำให้จากเดิมที่มีใบพัดลม 8 แฉก สลับชุดสีแดง-เขียว-น้ำเงิน โดยมีการใช้สีน้ำเงินถึง 4 ริ้ว และใช้สีแดงกับสีเขียวอย่างละ 2 ริ้ว เปลี่ยนมาเป็นริ้วสีแดง-เขียว-น้ำเงิน-ส้ม อย่างละ 2 ริ้ว รวมถึงเปลี่ยนจากการใส่คำว่า “พรรค” ด้วยฟอนต์ DB Helvethaica X Extended เป็นฟอนต์ Kanit และเติมสีฟอนต์ด้วยสีขาว ใส่ Stroke ล้อมรอบด้วยสีเขียวแทน พร้อมกันนี้ยังมีกรอบวงกลมสีเขียวล้อมรอบโลโก้ทั้งหมดนี้อีกทีหนึ่ง
ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงความหมายของ ‘สีส้ม’ ที่ใส่เพิ่มเข้ามา แต่มีการอธิบายความหมายของการเปลี่ยนแปลงโลโก้ในครั้งนี้ว่า เป็นโลโก้ที่สะท้อนพลังแห่งความสามัคคี พลังแห่งความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนผู้มีจุดยืนทางการเมืองเชิงอนุรักษนิยม ที่เป็นศูนย์รวมแห่งความสามัคคีของคนในชาติ ความทันสมัย ความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และปกป้องผลประโยชน์ของชาติและของประชาชนเป็นสำคัญ ความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการพัฒนาประเทศ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืน
ตลอดทั้งวันนี้ หลังการเปลี่ยนโลโก้ครั้งแล้วครั้งเล่าของพรรคพลังประชารัฐเป็นที่ประจักษ์ ก็มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำมาซึ่งอะไร และเป็นไอเดียที่ดีแล้วหรือเปล่า หรือไม่ Logo นี้ก็อาจจะเป็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ถูกที่ควรแล้ว เมื่อมองไปยังการเปลี่ยนแปลงของพรรคตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมา แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรก็การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่นี้ของพรรคพลังประชารัฐบ้าง
ที่มา
