ในรายการขอใส่ใจ EPISODE 5 เราได้มีโอกาสพูดคุยกับนักร้องมากความสามารถจากค่าย Kicks Records อย่าง จีเนียส-โนวา มาคูก์เลีย เกี่ยวกับอาชีพศิลปิน การแต่งเพลง และการเปลี่ยนผ่านในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอิสระและหลากหลาย ถึงแม้ว่าเรื่องความรักจะไม่เป็นไปตามที่ใจปรารถนา แต่การเผชิญหน้าและผ่านมันมาได้ทำให้เขาแข็งแกร่งและเติบโตขึ้น บทสนทนาของเราดำเนินไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ขณะนั้นภายในใจเก็บกุมคำถามหนึ่งไว้ว่า จีเนียสนิยามตนเองว่าเป็นเพศอะไร

เราถามออกไปหลังจากที่พูดคุยเรื่องชีวิตและบทเพลงจบ จีเนียสตอบคำถามด้วยสีหน้าท่าทางที่สดใสร่าเริงไม่ต่างจากการตอบคำถามครั้งก่อน ๆ
“หนูไม่สามารถตอบได้ว่านิยามอัตลักษณ์ทางเพศของหนูคืออะไร หนูไม่ค่อยเข้าใจคำศัพท์ที่เกี่ยวกับคำจำกัดความทางเพศสักเท่าไหร่ มีหลายคนถามเข้ามาในคอมเมนต์ TikTok ในทำนองว่าความจริงแล้วหนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หนูไม่ได้รู้สึกกดดันหรือโดนดูถูกเหยียดหยาม แต่กลับกันหนูรู้สึกยินดีด้วยซ้ำที่จะตอบคำถามเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา” จีเนียสกล่าว
เราถามต่อว่าความหมายของอัตลักษณ์ทางเพศในความเข้าใจของจีเนียสเป็นแบบไหน จีเนียสให้คำตอบที่น่าสนใจว่า ในความเข้าใจของเขา กลุ่มคนชายรักชายแบ่งออกมาได้หลัก ๆ 2 กลุ่ม คือกลุ่ม Transgender ที่เพศกำเนิดเป็นผู้ชาย แต่มีจิตใจเป็นผู้หญิง กับ Gay ที่มีลักษณะภายนอกเป็นผู้ชาย แต่มีความสนใจในผู้ชายด้วยกัน ซึ่งจีเนียสมองว่าตนเองไม่ได้ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศใดในแบบที่ตนเองเข้าใจ เพราะคนส่วนใหญ่มองว่าเขามีลักษณะคล้ายผู้หญิง แต่ตนเองไม่เคยเทคฮอร์โมนเพศหญิง หรือมีความต้องการที่อยากจะแปลงเพศ
“พอหนูคิดว่าตัวเองไม่ได้ตรงกับคำนิยามทางเพศไหนก็ไม่ได้สนใจว่าหนูจะเป็นเพศอะไรอีก แล้วส่วนตัวมีความสุขกับการไม่นิยามเพศของตนเอง และไม่อยากจำกัดหรือตีกรอบว่าหนูเป็นเพศอะไร เพราะคนที่เข้ามาชอบหรือเข้ามาในชีวิตของหนูส่วนใหญ่ชอบที่ตัวหนูเป็นแบบนี้ หนูถามว่าเธอชอบเราเพราะอะไร เราไม่ใช่ผู้หญิงด้วยซ้ำ เขาตอบว่าก็ชอบที่หนูเป็นแบบตัวหนู ชอบที่หนูดูนิสัยดีและเฟรนด์ลี่ หนูเลยคิดว่ายังมีคนชอบเราในแบบที่เป็นตัวเองแบบนี้อยู่ เลยไม่ได้ซีเรียสกับการนิยามตัวเองสักเท่าไหร่

หลังจากจีเนียสตอบคำถามเราอย่างครบถ้วน เราเข้าใจว่าจีเนียสเป็นหนึ่งคนที่เข้มแข็งและมีทัศนคติที่เปิดกว้าง เราจึงถามเขาต่อว่าในฐานะที่จีเนียสเป็นคนที่มีทัศนคติทางเพศที่ไม่นิยามและเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่แบบนี้ เคยมีใครเข้ามาปรึกษาเรื่องเพศหรือการถูกกดทับทางเพศบ้างหรือไม่
“มีหลายคนที่ทักเข้ามาปรึกษาเรื่องการแสดงออกทางเพศหลายครั้ง ที่ครั้งที่หนูจำได้ดีที่สุดคือ เขาบอกว่าเขาชื่นชมหนูมากที่กล้าเปิดเผยตัวเอง ขณะที่เขาไม่กล้าที่จะบอกเรื่องนี้กับใคร เขาบอกว่าอยากจะกล้าแต่งหน้า แต่งตัว หรือแสดงออกในแบบที่ตัวเองอยากเป็น ซึ่งเขาดูเหนื่อยและเจ็บปวดมากจากการคาดหวังหรือคำพูดของคนใกล้ตัว”
จีเนียสยังกล่าวเสริมอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีคนแปลกหน้าหลายคนที่เข้ามาปรึกษาเรื่องนี้กับเขา ซึ่งจีเนียสพยายามตอบกลับและให้คำแนะนำเท่าที่จะทำได้ โดยตัวจีเนียสเองมองว่าพวกเขาเหล่านี้น่าจะประสบปัญหาด้านจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะเราต้องใช้ความกล้าขนาดไหนถึงจะกล้าพูดคุยเรื่องส่วนตัวกับคนที่ตัวเองยังไม่รู้จักเขาดีพอ สิ่งที่น่ากังวลคือยังมีคนอีกหลายคนที่ประสบปัญหาแบบนี้ ถึงแม้วันเวลาและยุคสมัยจะทำให้เราเข้าใจความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ทว่าขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่ต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตนเองไว้ เพียงเพราะหวาดกลัวสายตาจากคนรอบข้าง
จีเนียสเล่าต่อว่าส่วนตัวไม่เข้าใจความเจ็บปวดจากการปิดบังอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองดีพอ เพราะครอบครัวของเขาค่อนข้างเปิดกว้างและสนับสนุนให้ทำในสิ่งที่อยากทำ คุณยายของจีเนียสเคยถามเขาว่า อยากเป็นผู้หญิงหรือไม่ ถ้าอยากเป็นคุณยายยินดีที่จะซื้อฮอร์โมนเพศหญิงมาให้จีเนียสทาน ซึ่งเรื่องนี้ถูกหยิบยกมาพูดคุยอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนที่จีเนียสอายุเพียง 14 ปี เมื่อมาฟังเรื่องราวของคนอื่นแล้วทำให้จีเนียสมีความคิดที่ว่า ทำไมต้องไปบังคับให้ใครคนหนึ่งเป็นแบบหนึ่ง ทั้งที่แท้จริงแล้วนั่นไม่ใช่ตัวตนของเขา

เราถามจีเนียสต่อว่าในฐานะที่เขาเป็นศิลปิน T-Pop ที่คร่ำหวอดในวงการพอสมควร เคยพบเห็นสิ่งที่เรียกว่าการปรับคาแร็กเตอร์ของศิลปินบ้างหรือไม่ ที่บางคนอาจจะอยากแสดงออกว่าตนเองเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ต้องยอมทำตามคำสั่งจากค่ายเพื่อคาแรคเตอร์ของวง
“ความจริงแล้วในยุคนี้ทัศนคติในเรื่องเพศของสังคมค่อนข้างเปิดกว้างมากขึ้น แต่อย่างที่หนูเคยกล่าวไปว่า การที่คุณไม่แสดงออกถึงความเป็นตัวเองในแบบที่ตัวเองต้องการ คุณอาจจะมีความสุขในเวลานี้ตามที่ใครหลายคนคาดหวังจากคุณ แต่วันหนึ่งในอนาคตคุณต้องทนทุกข์ทรมานกับการปิดกั้นตัวเองอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นหนูเลยสนับสนุนให้ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเอง การที่ใครก็ตามพยายามออกคำสั่งให้อีกคนปิดบังตัวตนที่แท้จริงของเขา มันถือเป็นการทำร้ายเขามาก เพราะส่วนตัวหนูเองก็เคยโดนเหมือนกัน พอลองมองย้อนกลับไปว่าถ้าหนูอยู่ในจุดนั้นคงไม่มีความสุขแน่ ๆ”

จีเนียสเป็นหนึ่งคนที่ทำให้บทสนทนาหนึ่งชั่วโมงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มถึงแม้เรื่องนั้นจะดูหนักหนา อาจเป็นเพราะถ้อยคำเหล่านั้นมันหลั่งไหลออกมาผ่านตัวแปรที่ดีอย่างตัวจีเนียสเอง ที่แต่ละบทเรียนความรัก ความเศร้า ความโดดเดี่ยว มันแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่ทำให้จีเนียสเป็นตัวเขาในแบบทุกวันนี้ และเข้มแข็งพอที่จะส่งมอบพลังบวกให้กับคนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้เราไม่เคยมีโอกาสพูดคุยส่วนตัวกับจีเนียสมาก่อน แต่บทสนทนานั้นลื่นไหลและเป็นกันเองอย่างน่าประหลาดใจ จึงไม่สงสัยว่าทำไมใครหลายคนถึงหลงรักเขาคนนี้
