ในบ้านเรา หลายคนอาจจะคุ้นชินว่าอายุ 60 ปีคือช่วงวัยแห่งการเกษียณ แต่สำหรับประเทศเดนมาร์กเองไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะล่าสุดเดนมาร์กได้มีการผ่านร่างกฎหมายปรับเพิ่มอายุเกษียณเป็น 70 ปีภายในปี 2040 และนั่นจะทำให้เดนมาร์กกลายเป็นประเทศที่มีอายุเกษียณสูงที่สุดในยุโรป
นับตั้งแต่ปี 2006 เดนมาร์กได้มีการปรับอายุเกษียณให้สอดคล้องกับอายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากร และจะมีการทบทวนแก้ไขกันทุก ๆ 5 ปี ซึ่งปัจจุบันอายุเกษียณอยู่ที่ 67 ปี จะปรับเป็น 68 ปีในปี 2030 และจะปรับเป็น 69 ปีในปี 2035 โดยการกำหนดอายุเกษียณ 70 ปีจะมีผลกับผู้ที่เกิดหลังวันที่ 31 ธันวาคม ปี 1970 เป็นต้นไป กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาด้วยมติ 81 ต่อ 21 เสียง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา
แต่ทว่าเมื่อปี 2024 ‘เมตเต เฟรเดอริกเซน’ (Mette Frederiksen) นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก ได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้เอาไว้ว่า ในอนาคตอาจจะต้องมีการพูดคุยหลักในการปรับอายุเกษียณกันใหม่ เพราะเธอไม่เชื่อว่าอายุเกษียณควรจะปรับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ และเธอกล่าวเสริมว่า เราไม่สามารถบอกกับประชาชนซ้ำ ๆ ได้ว่าพวกเขาจะต้องทำงานต่อไปอีกปีแล้วปีเล่า
ส่วนทางด้าน ‘ทอมมัส เจนเซน’ (Tommas Jensen) ช่างมุงหลังคาวัย 47 ปีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่อประเด็นนี้เอาไว้ว่า เขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม พวกเขาต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา และจะทำแบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เขากล่าวเสริมว่า ตัวเขาเองจ่ายภาษีมาทั้งชีวิต ดังนั้นเขาก็ควรจะมีเวลาอยู่กับลูกหลานบ้าง
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติในสภา ทางด้าน ‘เยสเปอร์ เอ็ตทรัพ ราสมุสเซน’ (Jesper Ettrup Rasmussen) ประธานสมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งเดนมาร์ก ได้ออกมากล่าวว่า ร่างขอเสนอการเพิ่มอายุเกษียณมันไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง เพราะเดนมาร์กเป็นประเทศที่มีเศรฐกิจที่แข็งแรง แต่กลับมีอายุเกษียณสูงที่สุดในยุโรป การเพิ่มอายุเกษียณนั้นหมายความว่า ประชาชนจะสูญเสียสิทธิในการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข
อย่างไรก็ดี อายุเกษียณในแถบประเทศยุโรปมีความแตกต่างกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลาย ๆ ประเทศได้มีการปรับเพิ่มอายุเกษียณ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงอายุขัยที่เพิ่มขึ้นของประชากรในประเทศ บวกกับเป็นการหาแนวทางในการรับมือกับปัญหางบประมาณของประเทศขาดดุล
ทั้งนี้ ในสวีเดนสามารถเริ่มรับเงินบำนาญได้เร็วที่สุดตอนอายุ 63 ปี ส่วนอิตาลีอายุเกษียณจะอยู่ที่ 67 ปีเช่นเดียวกับเดนมาร์ก ส่วนในอังกฎษคนที่เกิดระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม 1954 จนถึง 5 เมษายน 1960 จะได้รับเงินบำนาญตอนอายุ 66 ปี ส่วนผู้ที่เกิดหลังจากนั้นอายุเกษียณอาจจะค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนในฝรั่งเศส เมื่อปี 2023 ได้มีการปรับเพิ่มอายุเกษียณจาก 62 ปีเป็น 64 ปี และสิ่งนี้นำมาสู่ความไม่เห็นด้วยจนเกิดการประท้วงในหลาย ๆ เมือง
ส่วนบริบทบ้านเรา อายุเกษียณยังคงอยู่ที่ 60 ปี และไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้มากว่า 70 ปีแล้ว แต่ประเทศไทยเองก็กำลังตกอยู่ในสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ซึ่งจะมีความคล้ายกับบางประเทศที่ประชากรมีอายุยืนขึ้น ดังนั้นการปรับอายุเกษียณจึงเป็นมาตรการที่บางประเทศเลือกใช้ ส่วนในอนาคตจะมีการปรับอายุเกษียณหรืออายุการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุหรือไม่ อาจต้องรอติดตามกันต่อไป
อ้างอิง
- https://www.bbc.com/news/articles/cvg71v533q6o
- https://www.independent.co.uk/news/world/europe/denmark-retirement-age-state-pension-70-b2756527.html
- https://thevisual.thaipbs.or.th/equality/expandretirement/
- https://www.thaipbs.or.th/news/content/335743
