‘Podcast’ เป็นอีกรูปแบบของสื่อที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในปัจจุบัน หากใครได้สังเกตในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ พฤติกรรมของคนเราเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว รายการ Podcast มีอยู่มากมายเต็มไปหมด เปิดไปช่องไหนก็เจอพอดแคสต์และสามารถเข้าถึงได้จากเกือบทุกที่ เช่น Youtube และ Music Streaming Platform อย่าง Spotify มีให้เรากดฟังได้หมด อยากได้ตอนไหนเลือกไปเลย
เมื่อไม่นานนี้ CEO ของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft เองยังบอกว่า ตนเองเป็นคนชอบฟังรายการพอดแคสต์มาก ๆ แต่การมาถึงของ AI นั้นทำให้วิธีการรับข้อมูลเปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นการอัปโหลดพวก Subtitle ของรายการเข้าไป แล้วใช้การถามตอบกับ Copilot ระหว่างเดินทางแทนซะแล้ว ถือว่าเป็นอีกตัวอย่างของเคสที่ได้มาเล่าออกสื่อกัน
นอกจากนั้น ยังมีเทคโนโลยีการใช้งาน AI อีกหลายอย่างที่พยายามเข้ามาแทนที่การฟังรายการพอดแคสต์ทั่ว ๆ ไป ทำให้มีคนจำนวนมากถามกันอยู่ว่ายุคของพอดแคสต์มันได้ผ่านไปแล้ว หรือจริง ๆ แล้วมันยังเบ่งบานเหมือนเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วอยู่กันแน่ วันนี้ SUM UP จะพามาดูเหตุผลกันดีกว่าว่า ทำไมถึงมีไอเดียลักษณะนี้เกิดขึ้น
จากรายการวิทยุสู่พอดแคสต์
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ทำให้คิดถึงสมัยก่อน หากเรานั่งฟังวิทยุ สิ่งที่นำเสนอคือสิ่งที่ผู้จัดเป็นคนเสนอออกมาให้เรา ผู้ฟังไม่สามารถเลือกฟังในสิ่งที่ต้องการได้เป๊ะ ๆ ทำได้เพียงแค่เปลี่ยนช่องหนี ไปหาช่องที่มี เนื้อหาที่เราอยากจะฟัง “มากกว่า” แค่นั้นเลย
แต่พอเรามีอินเทอร์เน็ตเข้ามาทำให้เราสามารถเข้าถึงรายการทางวิทยุได้ง่ายขึ้น ช่วงแรก ๆ เริ่มมี Internet Radio หรือการฟังวิทยุผ่านอินเทอร์เน็ตออกมา จนถึงวันนี้ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม จากเดิมที่เราจะฟังได้แค่คลื่นวิทยุที่กระจายอยู่ในพื้นที่ กลายเป็นปลดล็อกให้เราสามารถฟังวิทยุของที่ไหนก็ได้บนโลก อยู่ไทยจะไปฟังวิทยุฝรั่งเศสก็ยังได้ ส่งผลให้เรามีทางเลือกในการเลือกเสพสื่อได้มากขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน เราเริ่มเข้าสู่ยุคของ On-Demand Streaming ซึ่งเกิดขึ้นในสื่อหลายชนิด เช่น Netflix ที่ทำให้เราสามารถดูหนังเรื่องอะไรก็ได้จากที่ไหนก็ได้ และ Spotify ที่ทำให้เราสามารถฟังเพลงอะไรก็ได้จากที่ไหนก็ได้เช่นเดียวกัน
พอดแคสต์ก็เป็นอีกหนึ่งสื่อที่เข้ามาในยุคนี้เช่นกัน คือทำให้แทนที่เราจะต้องไปรอฟังเนื้อหาในรายการวิทยุต่าง ๆ เราก็มานั่งฟังเมื่อไหร่ก็ได้ที่เราอยากจะฟัง เช่น เวลาขับรถไปทำงานตอนเช้า ตอนออกกำลังกาย ซึ่งในช่วงแรกของพอดแคสต์ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นรายการที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง ซึ่งเป็นประเภทของเนื้อหาที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น จนเวลาผ่านไปไม่นานมาก เนื้อหาประเภทอื่น ๆ ก็เริ่มเข้ามาจนได้รับความนิยม
ความเจ๋งของพอดแคสต์คือ ผู้คนสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน จากเดิมที่รายการวิทยุเราจะต้องเป็นเจ้าของคลื่น ต้องจ้างคนมาเยอะแยะ ใช้เงินมหาศาล แต่พอมาในยุคที่พอดแคสต์ เฟื่องฟู กลับกลายเป็นว่าแค่เรามีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็สามารถอัดพอดแคสต์เป็นของตัวเองแล้วลงในอินเทอร์เน็ตได้ทันที นั่นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รายการพอดแคสต์ผุดขึ้นกันเป็นดอกเห็ดขนเยอะไปหมด นอกจากจำนวนแล้ว ประเภทของเนื้อหาเองก็กว้างมากขึ้น จากเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน กลายเป็นเริ่มมีเนื้อหาที่เจาะกลุ่ม Niche Market แปลก ๆ มากขึ้นไปอีก เช่น 15 Minutes Wasted ของช่อง Salmon Podcast ที่ไอเดียแปลกมากคือ จะทำให้เสียเวลาไปฟรี ๆ 15 นาทีกับการพูดไปเรื่อย แต่กลับกลายเป็นกระแสเฉยเลย
การมาถึงของ AI
มาถึงในช่วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา AI ได้เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรามากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนทำคอนเทนต์ด้วยเช่นกัน ช่วงแรก ๆ อาจจะมาในรูปแบบของการพัฒนา Text-to-Speech (TTS) หรือเทคโนโลยีการให้เครื่องอ่านออกเสียง ทำให้ออกเสียงได้เป็นธรรมชาติคล้ายมนุษย์มากกว่าเดิม จึงเริ่มนำมาให้มันอ่านบทความต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต ช่วยให้เราลดเวลาในการนั่งอ่านเปลี่ยนเป็นมานั่งฟังระหว่างขับรถแทนไป แต่มันก็ยังขาดความมีชีวิตชีวาเมื่อเทียบกับรายการวิทยุและพอดแคสต์ เหมือนกับเราฟัง Audiobook ซะมากกว่า
ถัดจากนั้นพอ Generative AI เข้ามา ก็มีการหยิบจับมาสร้างของเล่นใหม่ ๆ เช่น RadioGPT ที่ให้ AI มานั่งรันสถานีวิทยุเองซะเลย หรือกระทั่งการที่พวก AI Podcast Generator หลาย ๆ เจ้า เราแค่ใส่หัวเรื่องที่สนใจเข้าไป มันก็จะไปสร้าง Prompt บอก AI ให้สร้าง Script รายการพอดแคสต์ตามเรื่องที่เราสนใจขึ้นมา และป้อนให้กับ TTS เพื่ออ่าน Script รายการออกมา และมันยังได้รับการพัฒนาต่ออีก แทนที่มันจะใช้เสียงเดียวจำลองผู้ดำเนินรายการคนเดียว งั้นทำออกมาเป็น 2 เสียงซะเลย เป็นผู้ดำเนินรายการคู่ มีการถาม โต้ตอบกันไปมา ทำให้รายการพอดแคสต์ที่ AI Generated ออกมานั้นฟังดูแล้วยิ่งเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ตัวอย่างล่าสุดคือ NotebookLM ของ Google ที่มีความเก่งกาจมาก ๆ ในการสรุปสิ่งที่เราต้องการ เพียงแค่เราใส่คำค้นหาลงไปว่าเราอยากรู้อะไร หรือถ้าเรามีเอกสารจำนวนมาก ๆ ก็สามารถอัปโหลดลงไปได้ แล้วเราสามารถให้มัน Generate ออกมาเป็นพอดแคสต์เข้าไปได้อีก ตัวอย่างของการใช้งานที่น่าสนใจสำหรับนักศึกษาและนักวิจัยคือ เราสามารถอัปโหลดพวก Paper เกี่ยวกับเรื่องที่สนใจเข้าไป อาจจะมี 100-200 หน้าที่เราอาจจะต้องใช้เวลาอ่านเองหลายวันมาก ๆ แต่ด้วย NotebookLM เราสามารถให้มันย่อยเนื้อหาทั้งหมดนั่น แล้วสร้างออกมาเป็นพอดแคสต์ให้เราฟังระหว่างที่ขับรถ หรือเดินทางไปเรียนได้เลย ก็จะพอมีเค้าโครงคร่าว ๆ แล้วว่า ทั้งหมดมันพูดถึงอะไร ทำให้เราสามารถไปเจาะเอาข้อมูลส่วนที่ต้องการได้เร็วยิ่งกว่าเดิมมาก โดยที่ใช้เวลาลดลง
จะเห็นได้ว่ามีการนำ AI เข้ามาใช้ในลักษณะของการเป็นระบบสำหรับเผยแพร่เนื้อหาต่าง ๆ ด้วยสื่อที่เป็นเสียงได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานีวิทยุที่ให้ AI คุมทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการใช้คนตลอดเวลา ไปจนถึงการสร้างเนื้อหาแบบ On-Demand ที่เนื้อหาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้สร้างเนื้อหาแล้ว เราบอกเนื้อหาที่เราอยากรู้ ณ เวลานั้นกับ AI แล้วให้มันสร้างออกมาเป็นสื่อที่ทำให้เราได้รับเนื้อหาที่เราต้องการ “เมื่อไหร่ก็ได้” และ “เรื่องอะไรก็ได้”
นี่แหละคือคำสำคัญของการที่ AI เข้ามา จากเดิมที่เราจะต้องระบุเวลาและเนื้อหาที่ได้รับจากวิทยุ สู่ยุคที่เราปลดล็อกเรื่องเวลาจากการฟังเมื่อไหร่ก็ได้ของพอดแคสต์ จนมาถึงยุค AI ที่เราสามารถฟังเรื่องอะไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้
Podcast จะหายไปหรือยังอยู่ ?
การมาถึงของเครื่องมือ AI ที่ได้เล่าไป เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีกระแสของคนที่คิดว่าพอดแคสต์กำลังจะหายไป กำลังจะสิ้นจากไป ซึ่งจริงอยู่ที่การทำ AI ได้เข้ามาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้เล่าไป มันเข้ามาเป็นอีกเครื่องมือสำหรับการนำสารส่งให้ผู้รับสารได้รวดเร็วมากขึ้น แต่เราจะต้องย้อนกลับไปถามตัวเราเองว่า จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ของการฟังพอดแคสต์คืออะไร แต่ละคนอาจมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน บางคนต้องการความรู้ที่ย่อยแล้วฟังง่าย ๆ เติมอาหารให้สมองในทุก ๆ วัน มองเป็นเครื่องมือในการสรุปข่าว สรุปเนื้อหาต่าง ๆ และป้อนให้เราได้รวดเร็ว การใช้เครื่องมือ AI พวกนี้เข้ามาอาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หรือบางคนต้องการความบันเทิงจากเนื้อหาสนุก ๆ เช่น เรื่องผีที่ฟังแล้วทำให้หลับฝันดี คิดภาพว่าถ้าพี่แจ๊คกลายเป็น AI มันก็อาจจะแปลก ๆ แต่มันก็อาจจะสร้างอารมณ์ที่แปลกใหม่ก็ได้เหมือนกัน ดังนั้น เราคงยังตอบไม่ได้อย่างแน่นอนว่าพอดแคสต์จะจากไปหรือบูมมากขึ้นกว่าเดิมกันแน่ แต่สิ่งที่เรารู้ในฐานะของผู้บริโภคคือ เรามีทางเลือกในการรับเนื้อหาต่าง ๆ มากขึ้น เวลาก็จะเป็นเครื่องตัดสินเองว่าใครจะอยู่ใครจะไปกันแน่
