เราได้มีโอกาสนั่งดูซีรีส์ที่เล่าเรื่องภายในคุกหญิง อย่าง Orange Is The New Black เหนือไปกว่าความสนุกสนานของเนื้อเรื่อง ในบท ตัวละครแต่ละตัวยังถูกวางให้มีที่มาที่ไปหรือภูมิหลังไว้อย่างละเอียด ในแบบที่ว่าสามารถอธิบายถึงการกระทำของเขาในปัจจุบันได้ และอีกหนึ่งสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้หยิบขึ้นมาพูดถึงก็คือ การเป็นโรค Dyslexia แต่เจ้าตัวไม่เคยรู้ตัวและฝังใจว่าตัวเองเป็นคนโง่มาโดยตลอด
โรค Dyslexia เป็นความผิดปกติที่เกิดจากการพัฒนาของสมอง ซึ่งทำให้มีปัญหาในการอ่านและเขียน สาเหตุของโรคนี้มักจะมีแนวโน้มเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทางฝั่งของนักวิจัยกำลังศึกษาบทบาทของยีนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจากการศึกษาในปี 2022 พบว่ามีความแตกต่างทางพันธุกรรมหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับปัญหาการอ่านและการเข้าใจภาษา
อาการของโรค Dyslexia ของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไปและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา โดยทั่วไปแล้วอาการ Dyslexia ในเด็กจะแตกต่างจากอาการ Dyslexia ในวัยผู้ใหญ่ หมายความว่าถ้าคุณเคยมีอาการในวัยเด็กมาก่อน พอโตขึ้นมาถึงจุดหนึ่ง อาการก็จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมาก่อนในตอนเด็ก ซึ่งโดยทั่วไปผู้ที่เป็น Dyslexia จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการออกเสียงคำ, การเขียนหรือการสะกดคำ, ความคล่องแคล่วในการอ่าน
สัญญาณสำคัญของการเป็น Dyslexia ในวัยเด็กจะเป็นเรื่องของความยากลำบากในการออกเสียงคำหรือการผสมเสียง โดยอาการ Dyslexia สามารถปรากฏได้ตั้งแต่ช่วงอนุบาลหรือตั้งแต่ก่อนที่เด็กจะเริ่มเรียนรู้ทักษะด้านการอ่าน โดยสามารถสังเกตสัญญาณได้จากการออกเสียงคำผิด, มีปัญหาในการเรียนรู้บทกลอนหรือเพลงที่มีเสียงสัมผัสกัน, สลับตัวอักษรที่มีลักษณะคล้ายกัน, ไม่มีความสนใจเกี่ยวกับการเรียนรู้เกี่ยวกับตัวอักษรและเสียง
ส่วนในผู้ใหญ่ อาการของ Dyslexia จะเกี่ยวข้องกับทักษะการอ่านหรือความท้าทายในการอ่าน ซึ่งอาจจะไปเกี่ยวข้องกับอารมณ์และพฤติกรรมด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณจะรู้สึกวิตกกังวลมาก ๆ หากถูกขอให้อ่านแบบออกเสียงออกมา ทั้ง ๆ ที่คุณก็สามารถอ่านมันได้ตามปกติ ส่วนสัญญาณอื่น ๆ เช่น ไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองอ่าน, อ่านหนังสือผิดบ่อย, ลืมชื่อคนและสถานที่อย่างรวดเร็ว, อ่านหนังสือแล้วรู้สึกเหนื่อย, หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือ, ความรู้สึกยากลำบากในการสะกดคำหรือการเขียน
ทั้งนี้ Dyslexia ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ส่งผลกระทบต่อทักษะการอ่าน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการประเมินอย่างครบถ้วนและครอบคลุม โดยควรทำการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยาในโรงเรียน นักจิตวิทยาคลินิก หรือนักประสาทจิตวิทยา นอกจากนี้ อาการของ Dyslexia มักมาพร้อมกับอาการของโรคอื่น ๆ เช่น สมาธิสั้น, โรคความบกพร่องในการคำนวณ, ความบกพร่องในการเขียน, โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า การประเมินอย่างรอบด้านอาจช่วยให้เราทราบถึงปัญหาของโรคเหล่านี้อย่างครบถ้วน และจะทำให้สามารถจัดการแต่ละปัญหาได้อย่างเหมาะสม
ในแง่ของการรักษาโรค Dyslexia จะไม่มีการใช้ยาใด ๆ แต่จะเป็นการสอนแบบเฉพาะทางเพื่อช่วยให้ผู้ที่เป็น Dyslexia ปรับปรุงทักษะการอ่าน, การสะกดคำ และการเขียนได้ ซึ่งวิธีที่มักจะใช้กันถูกเรียกว่า Orton-Gillingham (OG) เป็นวิธีการสอนการอ่านและการเขียนที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยจะเน้นไปที่การสอนแบบมีโครงสร้างลำดับที่ชัดเจนบวกกับการเน้นการเรียนรู้ไปที่ประสาทสัมผัสเพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สำหรับการสอนในรูปแบบนี้นอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะแล้ว ในงานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการสอนแบบนี้สามารถเปลี่ยนวิธีการทำงานของสมองได้ด้วยการช่วยสร้างเส้นทางที่จำเป็นสำหรับการอ่านอีกด้วย
อย่างไรก็ดี Dyslexia ทั้งในเด็กหรือในผู้ใหญ่อาจจะสร้างความเข้าใจผิดต่อตัวเองว่าเป็นคนที่เรียนรู้ช้าหรือไม่ฉลาด ดังนั้นผู้ปกครองอาจจะต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของลูก ๆ ตัวเองไปพร้อมกับปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางในการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ส่วนผู้ใหญ่ที่เป็น Dyslexia ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรืออาจจะก่อให้เกิดความรู้สึกแย่ ๆ ต่อตัวเอง ดังนั้นก็ควรจะสังเกตตัวเองและเข้ารับการประเมิน หากรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรา รวมถึงอย่าลืมสื่อสารเรื่องนี้ไปยังคนที่จำเป็นเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น
อ้างอิง
