CTC 2026, CREATIVE TALK CONFERENCE 2026

รู้หรือไม่ว่า สิ่งที่กัดกินประสิทธิภาพการทำงานของผู้หญิงมากที่สุด ไม่ใช่ “การลางาน” แต่คือการ “ฝืนมาทำงาน” ทั้งที่ร่างกายกำลังเจ็บปวด จากภาวะที่พวกเธอไม่ได้เลือกเอง แต่ธรรมชาติคัดสรรมาให้ ซึ่งอาการ “ปวดท้องประจำเดือน” คือหนึ่งในภาวะนั้น ความหงุดหงิด ซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลของผู้หญิงในแต่ละเดือน มักถูกมองข้ามหรือตีกรอบว่าเป็นเพียง “ความแปรปรวนทางอารมณ์” แต่ถ้ามองลึกลงไป นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่มันคือ “ความเปราะบางของระบบประสาทและฮอร์โมน” ที่พวกเธอต้องรับมือตลอดช่วงชีวิต

ในงาน Creative Talk Conference 2026 (CTC 2026) เทศกาลสำหรับคนทำงานและนักธุรกิจแห่งปี ที่รวบรวมกูรูระดับแนวหน้ามาถ่ายทอดเทรนด์ความรู้ สำหรับ Session Talk บนเวที Solution Stage โดย ‘นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช ได้นำเสนอเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจ ภายในหัวข้อ “เรื่องง่ายง่ายที่ผู้ชายไม่รู้ แต่ผู้หญิงเค้ารู้ ผู้ชายต้องเกี่ยว” โดยนำงานวิจัยที่ได้รับการยืนยันทางการแพทย์มาตีแผ่ให้ทุกคนเข้าใจกันอย่างง่าย ๆ ว่า ผู้หญิงไม่ใช่เพศที่เปราะบางโดยตั้งใจ แต่เกิดจากความป่วยไข้และการเล่นตลกของฮอร์โมน ที่บางครั้งทุกคนควรให้ความสำคัญมากกว่าที่คิด 

นพ.โอฬาริก เสนอประเด็นว่าด้วยเรื่องความจริงแล้ว ผู้หญิงเผชิญปัญหาทางร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังมีประจำเดือน โดยกล่าวถึงกลุ่มอาการ 4P อันประกอบไปด้วย Premenstrual syndrome (PMS) หรือ กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน, PMOS (PCOS) หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ, Period pain (Dysmenorrhea) หรือ อาการปวดประจำเดือน และ Perimenopause หรือ ช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือน (วัยทอง) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาวะที่ผู้หญิงต้องเคยเสี่ยงหรือประสบพบเจออย่างใดอย่างหนึ่ง

กลุ่มอาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ แต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน BMJ Open (ปี 2019) ซึ่งสำรวจผู้หญิงกว่า 32,748 คน พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า อาการที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือนทำให้สูญเสียประสิทธิภาพการทำงานอย่างมาก ซึ่งปัญหาหลักไม่ได้มาจากการลางาน แต่มาจากการฝืนมาทำงานทั้งที่ร่างกายไม่พร้อม แน่นอนว่ามันส่งผลกระทบมากกว่าอย่างชัดเจน อีกทั้งบทสรุปของงานวิจัยเน้นย้ำว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องให้ความสำคัญกับผลกระทบเหล่านี้ และแนะนำให้เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานและการเรียนสำหรับผู้หญิงที่มีอาการดังกล่าว 

นอกจากนี้ นพ.โอฬาริก ยังเน้นย้ำว่า อาการก่อนมีประจำเดือน ไม่ใช่ความงี่เง่าหรือแปรปรวนของอารมณ์เพียงอย่างเดียว หากแต่มีงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่า อาการก่อนมีประจำเดือนหรือ PMS (Premenstrual Syndrome) พบได้ 47.8% ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ มีอาการทั้งทางร่างกายและอารมณ์ปะปนกัน ซึ่งรบกวนชีวิตประจำวันและการทำงาน อีกทั้งผลกระทบจากอาการปวดประจำเดือนยังส่งผลต่อการนอนหลับ และเป็นตัวกลางสำคัญในการกระตุ้นภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า รวมถึงภาวะไวต่อความปวดส่วนกลางที่ทำให้ทนความเจ็บปวดได้น้อยลง

ต่อมา นพ.โอฬาริก ได้นำเสนอลู่ทางในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะในภาวะ PCOS ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามความเหมาะสมของโรคและภาวะที่เป็น เช่น กลุ่มน้ำหนักเกิน เน้นลดน้ำหนักและรอบเอว ร่วมกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ และควรตรวจคัดกรองการนอนหลับ ส่วนกลุ่มผอม เน้นความฟิตและรักษามวลกล้ามเนื้อ แนะนำให้ออกกำลังกายที่เน้นการออกแรง และทานอาหารบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่กลุ่มฮอร์โมนเพศชายสูง เน้นลดไขมันในช่องท้องและเพิ่มความไวต่ออินซูลิน พร้อมกับจัดการปัญหาหน้ามัน สิวเยอะ ขนดก 

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณากลุ่มอาการทั้ง 4 (PMS/PMDD, Perimenopause, Dysmenorrhea, PCOS) จะพบว่า มีกลไกทางร่างกายบางอย่างที่เกิดร่วมกันแทบทั้งหมด โดยจุดเชื่อมโยงที่พบในทุกกลุ่มอาการคือ การทำงานผิดปกติของแกน HPA (HPA axis dysregulation), ปัญหาการนอนหลับ และปัจจัยความเครียดทางจิตสังคม อีกทั้งยังมีกลไกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในบางอาการ เช่น ความผิดปกติของเซโรโทนิน, ความผันผวนของเอสโตรเจน, ภาวะดื้ออินซูลิน/การอักเสบของระบบประสาท, และภาวะไวต่อความปวดส่วนกลาง 

ท้ายที่สุดแล้ว ความเจ็บปวด ความแปรปรวนทางอารมณ์ หรือความเหนื่อยล้าที่ผู้หญิงต้องเผชิญในทุก ๆ เดือน ไม่ใช่ “ข้ออ้าง” หรือ “เรื่องงี่เง่า” อย่างที่ค่านิยมเดิม ๆ พยายามตีกรอบไว้ แต่มันคือ “ความจริงทางชีววิทยา” ที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับอย่างชัดเจน อาจถึงเวลาที่เราต้องเลิกโรแมนติไซส์ความอดทนของผู้หญิง และหันมามองความจริงที่อยู่ตรงหน้า เพราะการยอมรับว่าสภาวะเหล่านี้คือ “เรื่องจริงที่เจ็บปวดจริง” คือก้าวแรกของการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ทั้งในที่ทำงาน ความสัมพันธ์ และจิตใจ

AUTHOR

ไม่ชอบคนข้างล่าง

Content Creator

พนักงานมือใหม่ที่สนุกกับการหาเรื่องมาเล่า ไม่มีสิ่งที่ชอบตายตัว มีแต่สิ่งที่ชอบแล้ว และกำลังหาสิ่งใหม่ที่ชอบต่อไป