CTC 2025

โลกเปลี่ยน เศรษฐกิจเปลี่ยน การบริหารคนภายในองค์กรก็ต้องเปลี่ยน และแน่นอนว่านี่เป็นโจทย์ที่ใหญ่และไม่ง่ายของผู้บริหาร ภายในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2025 จึงได้ชวนคุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ โค้ชการเงิน จาก Money Coach และคุณจิตสุภา วัชรพล CO-CEO ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐ มาพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางในการบริหารคนในองค์กร พร้อมกับให้ข้อคิดเห็นว่า ในช่วงเวลาแบบนี้คนแบบไหนที่องค์กรควรจะกอดไว้ให้แน่น แล้วคนแบบไหนที่องค์กรควรปล่อยให้เขาไปเติบโตบนเส้นทางของตัวเอง 

เมื่อพูดถึง “การบริหารทีมหรือการบริหารคนให้รอดในกลางสถานการณ์เช่นนี้” คุณจิตสุภามองว่า ในปัจจุบันการรีดศักยภาพออกมาจากคนทำงานหรือทั้งองค์กรให้ได้มากที่สุดเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในฐานะของหัวหน้าหรือผู้บริหารก็ต้องไม่ลืมเข้าใจ ‘ความเป็นมนุษย์’ ของลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน รวมถึงของตัวเองด้วย ดังนั้น การบริหารคนด้วยความเข้าอกเข้าใจเพื่อนมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่น่าจะช่วยประคับประคองให้ทุกคนหรือทุกองค์กรอยู่รอดในวิกฤตนี้ได้ 

คุณจิตสุภาเล่าต่อว่า ยิ่งโลกภายนอกโหดร้ายรุนแรงมากเท่าไหร่ เรายิ่งต้องประคับประคองดูแลคนใกล้ตัวให้มากยิ่งไปกว่าเดิม เพราะองค์กรจะรันต่อไปได้ต้องใช้คน ถ้าคนไม่พร้อมจะทำงาน เราก็ไม่มีทางที่จะพาให้ทั้งองค์กรไปต่อได้ ซึ่ง Empathy จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราทุกคนไม่ลืมความเป็นมนุษย์ การเป็นมนุษย์หมายถึงการมีทั้งชีวิตและจิตใจ ชีวิตคือบริบทเงื่อนไขในชีวิตของคนแต่ละคน ส่วนจิตใจเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งมนุษย์จะมีอารมณ์ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ในฐานะผู้บริหารก็มีความจำเป็นต้องดูแลสภาพจิตใจของตัวเอง ไปพร้อมกับการดูแลจิตใจของเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ ส่วนลูกน้องก็ต้องเข้าใจหัวหน้าถึงภาระงานที่ต้องแบกรับ เมื่อเราเข้าใจแล้วว่า เราทุกคนเป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นการรับฟังเพื่อให้เกิดความเข้าอกเข้าใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ และการรับฟังที่จะมีประสิทธิภาพต้องเกิดจากการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากพอระหว่างหัวหน้ากับคนทำงาน

ทางด้านคุณจักรพงษ์มองผ่านมุมมองของพนักงานว่า ในปัจจุบันรายได้สวนทางกับค่าครองชีพ เพราะประเทศไทยติดกับดักโครงสร้างรายได้เช่นนี้ ดังนั้นคำแนะนำทางการเงินที่บอกว่า เราควรจะประหยัด ไม่ก่อหนี้ จึงเป็นคำแนะนำที่ทำได้ยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเมื่อพนักงานมีปัญหาทางด้านการเงิน อันดับแรกก็ยังควรที่จะโฟกัสที่งานก่อน เพราะงานเป็นสิ่งที่มอบรายได้ให้กับเรา แต่ขณะเดียวกันก็ควรที่จะพัฒนาศักยภาพในสายงานของตัวเองเพื่อที่จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด 

คนต้องกอดงานให้แน่น ผู้บริหารต้องกอดเงินเอาไว้ก่อน? 

คุณจิตสุภามองว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับบริบทและสถานการณ์ของแต่ละบริษัท ถ้าเป็นธุรกิจในช่วงที่เพิ่งเริ่มต้นต้องยอมรับสิ่งหนึ่งว่า ‘เงินมาจากคน’ ดังนั้นต้องกอดคนเพื่อนำไปสร้างให้ธุรกิจมีความเติบโต แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตแล้วก็จำเป็นต้องกอดทั้งเงินและกอดทั้งคน แต่ปีนี้ธุรกิจอยู่ในช่วงถดถอย ดังนั้นเราจึงต้องเลือกที่จะกอดคนสำหรับเงินบางเงิน และก็ต้องเลือกที่จะกอดเงินสำหรับคนบางคน เพราะการจะกอดไว้ทุกคนก็ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก

ทางด้านคุณจักรพงษ์เล่าต่อว่า ขอถามแบบตรงไปตรงมาว่า พนักงานเป็นพนักงานที่น่ากอดหรือเปล่า? เพราะผู้บริหารหรือนายจ้างจะต้องเลือกคนที่มีแนวโน้มว่าคนคนนั้นจะต้องเข้ามาผลักดันให้องค์กรรันต่อไปข้างหน้า ซึ่งความน่ากอดของพนักงานก็คือ 1. มีความพร้อมที่จะอุทิศเพื่อองค์กรหรือไม่ 2. เวลาอยู่ในองค์กรช่วยให้เพื่อนร่วมงานทำงานง่ายขึ้นหรือไม่ และ 3. มีข้อเสนอแนะในการทำงานที่ดี หรือสรุปง่าย ๆ ก็คือ พนักงานควรวางตัวให้เป็นคนที่องค์กรเสียไปไม่ได้

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าคนแบบไหนที่องค์กรอยากได้ในช่วงเวลาแบบนี้? คุณจิตสุภามองว่า ทักษะที่จำเป็นต้องมีจริง ๆ ก็คือ ความเป็นมืออาชีพและพร้อมที่จะมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน เพราะในปัจจุบัน การทำแบบเดิม เท่าเดิม ไม่พอแล้ว เพราะเงินในตลาดมันลดลง ดังนั้นเราต้องทำมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิมด้วยซ้ำ ส่วนทางคุณจักรพงษ์มองว่า ความเป็นมืออาชีพ เพราะนอกจากคนที่มีทักษะนี้จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จแล้ว ตัวคุณก็จะมีมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาต้องเป็นคนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นแล้วต้องไม่มีปัญหา และสุดท้ายก็คือ ต้องมีความสามารถในการปรับตัวและยืดหยุ่น เพราะตอนนี้ทุกอย่างอยู่บนความไม่แน่นอน