ความสำคัญของภาพถ่ายในยุคปัจจุบัน คือการเป็นสิ่งบันทึกช่วงเวลาของใครบางคนผ่านเฟรมที่เก็บวัตถุ องค์ประกอบ สีสัน หรือสถานที่และผู้คนเอาไว้ในที่เดียว ซึ่งหลายภาพผู้ที่ถ่ายมันได้ก็จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หลักของสิ่งเหล่านั้น จนกระทั่งโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าการซื้อขายรูปถ่ายเกิดขึ้น
ในโลกของคนทำงานมืออาชีพ น่าจะคุ้นเคยกับ ‘ShutterStock’ หรือ ‘Getty Images’ ซึ่งเป็นหนึ่งพื้นที่ที่รวมคลังภาพถ่ายที่จะมีครีเอเตอร์คอยถ่ายภาพที่น่าสนใจจากทั่วโลกลงเอาไว้ในแอ็กเคานต์ของตัวเอง เพื่อรอการซื้อภาพเหล่านั้นจากใครบางคนเอาไปใช้กับงานสร้างสรรค์อื่น ๆ อาจจะใช้เป็นภาพประกอบชิ้นงานโฆษณา หรือภาพประกอบบทความหลาย ๆ ชิ้นแบบที่ SUM UP ทำอยู่เสมอมา
นั่นก็เป็นเรื่องปกติทั่วไปในสังคม แต่ล่าสุดผู้ใช้งาน Facebook จำนวนไม่น้อยที่กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มที่เปิดให้ทุกคนมาตามหารูป-เอารูปตัวเองมาขายในกลุ่ม ซึ่งหากเล่ากันแบบง่าย ๆ กลุ่มนี้คือ Getty Images แบบ Homemade เลยก็ว่า ปรากฏการณ์นี้คืออะไร เราจะมา SUM UP ให้ได้อ่านกัน
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นมาจากกลุ่ม Facebook ที่ชื่อ ‘༺𝒊𝒎𝒂𝒈𝒆 ซื้อขายรูป เรียล&วิว’ ก่อตั้งมาได้ราว 7 เดือน กิจกรรมภายในกลุ่มคือการเป็นพื้นที่ที่มีทั้งการซื้อรูปถ่ายที่สมาชิกในกลุ่มถ่ายเก็บไว้ในสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นภาพถ่ายแบบไม่ซ้ำใคร และสามารถเอาไปใช้ในการเพิ่มมูลค่าของตัวตนบนโลกออนไลน์ในสายตาเพื่อนผู้ใช้งานได้ และในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่พ่อค้าแม่ค้าจะมาปล่อยรูปถ่ายของตัวเองที่ไม่ค่อยได้ลง เพื่อให้ทุกคนซื้อไปใช้ทำอะไรก็ได้เลยในราคาย่อมเยาหลักสิบบาทเท่านั้น
“ขายรูปนั่งกินซูชิโระ รูปละ 10 บาทค่ะ”
“ขายรูปหอศิลป์ ราคากันเอง”
“หารูปตปท ขอระบุประเทศได้”
“ตามหารูปสวนดอกไม้ค่ะ ขอราคาไม่สร้างบ้าน”
“รับแคปรูปเเพลง apple music จากไอแพด”
“หารูปผู้ชายเทสดีไม่เห็นหน้า หน้ากระจก”
“ขายรูปถ่ายจาก iPad/iPhone”
“หารูปที่ไอคอนสยามค่ะ”
“รับแคปรูป Apple Music”
“รูปขับรถ BMW Audi วิวโรงแรม 5 ดาว”
“ขายรูปบรรยากาศภายใน ม.จุฬา”
“ถ่าย macbook ดูหนัง ซีรี่ส์ ฟังเพลง”
นี่คือส่วนหนึ่งของโพสต์จากสมาชิกผู้ใช้งานภายในกลุ่มที่มีการซื้อขายรูปกัน ราคาแพงสุดน่าจะอยู่ที่ราว 50 บาท ถูกสุดอยู่ที่รูปละ 1-2 บาท ราคาส่วนใหญ่ที่กำหนดก็มีทั้ง 5 บาท 10 บาท รวมถึงมีการจัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่ซื้อทีละหลาย ๆ รูปอีกด้วย
ภาพส่วนใหญ่ที่ตามหา หรือมีการเสนอขายจะเห็นได้ว่าเป็นรูปแบบวิถีชีวิตชนชั้นกลาง กินหรูอยู่สบาย กลางวันไปเที่ยวสวนหรือคาเฟ่ กลางคืนเปิดฟังเพลงใน Apple Music หรือเป็นรูปที่ใช้อุปกรณ์เครือ Apple เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวต่างจังหวัด ไปคอนเสิร์ตศิลปินดัง ภาพวิวทิวทัศน์สวย ๆ ภาพถุงกระดาษของสินค้าแบรนด์เนม ภาพของหนุ่มหล่อ-สาวสวยแบบเอามือหรือสิ่งของบดบังใบหน้า เพื่อให้ไม่สามารถจับได้ว่าใช่เจ้าของภาพหรือเปล่า ไปจนถึงภาพการใช้ชีวิตในโซนที่ทำให้ตัวเองดูหล่อ ดูสวย ดูเท่ได้ อย่างไอคอนสยาม หอศิลป์กรุงเทพฯ สยามสแควร์ คอนโดสูง รีสอร์ต ทะเล หรือภาพถ่ายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หากมองภาพรวมของไลฟ์สไตล์ดังกล่าวแล้ว ภาพถ่ายเหล่านี้ประกอบสร้างความเป็นวัยรุ่นที่ดูภูมิฐาน มีเงินใช้ มีการศึกษา ซื้อของหรู มีความเป็นอยู่ที่ดีตามสไตล์ ‘วัยรุ่นเทสต์ดี’ อย่างไรอย่างนั้น และภาพเหล่านี้นี่แหละที่มีการขายเพื่อให้ใครบางคนซื้อ ก่อนเอาไปโพสต์ต่อ ลงสตอรี่ ไม่ก็ตั้งโปรไฟล์บนโลกออนไลน์ เสมือนกับว่าเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตของพวกเขาเองจริง ๆ เพราะรูปถ่ายแบบนี้มีใจความของความจริงอยู่บนภาพมากกว่าภาพที่ไปเซฟมาจาก Pinterest
ในแง่ของพ่อค้าแม่ค้าในกลุ่มก็มีรูปถ่ายหลายรูปแบบให้เลือกซื้อ ยิ่งภาพมีความเฉพาะตัวมากเท่าไหร่ ราคาและความน่าเชื่อถือก็จะมากขึ้นเท่านั้น อย่างเช่นข้อมูลพิกัด GPS ภายในรูปภาพ หรือวันเวลาจริงที่ถ่ายภาพ โดยข้อสำคัญอีกเรื่องก็คือภาพเหล่านี้ถ้าขายออกไปแล้ว จะต้องลบทิ้งทันทีเพื่อไม่ให้ลูกค้าคนไหนมีภาพซ้ำกัน ความเป็นเจ้าของในภาพก็จะสูญสิ้น และขาดความน่าเชื่อถือไป รวมไปถึงยังสามารถส่งบรีฟ หรือส่ง Reference ให้ผู้ขายรูปถ่ายได้ตามที่ต้องการอีกด้วย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากลุ่มนี้มีการดำเนินการอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งช่วงนี้ที่มีคนแคปสิ่งที่ผู้คนในกลุ่มนี้ทำกันในพื้นที่ที่มีคนเห็นมากขึ้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวบางอย่างภายในกลุ่ม อย่างเช่นโพสต์ที่แสดงความเห็นและตั้งคำถามกับสังคมว่า “ที่นี่ไทยแลนด์ อยู่กับความปลอม ความสร้างภาพมาทั้งชีวิต กับอีแค่ซื้อรูปมันจะเป็นอะไรนักหนา”
ผู้คนในกลุ่มบางส่วนก็บอกว่าการซื้อรูปถ่ายส่วนตัวผู้อื่นของพวกเขานั้น ซื้อไปเพียงเพราะอยากเชยชมความสวยงามของภาพบางภาพที่เราไม่มีโอกาสได้ถ่ายมันจริง ๆ เท่านั้นเอง ในขณะที่สายตาคนส่วนใหญ่ หรือคนทั่วไปที่มองกลับมายังกลุ่มซื้อขายภาพนี้ การขายภาพส่วนตัวเพื่อให้คนอื่นเอาไปแอบอ้างกรรมสิทธิ์ได้ ก็ทำให้ใครจะปลอมแปลงชีวิต หรือสวมรอยเป็นใครก็ได้เช่นกัน ซึ่งในแง่นี้ดูเหมือนจะเป็นผลร้ายตามมาแบบโดมิโน่ได้อย่างไม่ยากเย็น
อย่างไรก็ตาม นี่คือหนึ่งในรูปแบบชีวิตของคนบางกลุ่มในโลกออนไลน์ที่กำลังสร้างกลุ่มก้อน Echo Chamber ให้กับสังคมผู้ใช้งานในกลุ่มอายุใกล้เคียงกัน จนกลายเป็นความแตกต่างหลากหลาย คนอีกหลายกลุ่มจะไม่มีทางเข้าใจพวกเขาได้เลยหากในชีวิตจริงเราไม่ได้พูดคุย แลกเปลี่ยน ทำความเข้าใจ หรือสร้างความเข้าใจให้พวกเขาเห็นถึงฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นได้จากสิ่งที่พวกเขากำลังกระทำ เชื่อเหลือเกินว่าหากทุกอย่างมีการพูดคุยกันอย่างเข้าใจ ความตระหนักรู้ต่อสิ่งที่ตามมาจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
