ว่ากันว่าสนามการเมืองคือพื้นที่ของคนมีอายุที่ไม่ยอมปล่อยวาง เต็มไปด้วยพันธะมากมายที่พร้อมพันแข้งพันขาไม่ให้คุณหนีออกจากวังวนนี้ไปอยู่ในอาชีพไหน ๆ ทั้งอำนาจ เงินทอง ความได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งเป็นดาบสองคมที่ส่งผลดีและผลร้ายอยู่เสมอ จนทำให้เราเห็นแต่คนหน้าซ้ำ ๆ วนไปเวียนมาในแวดวงนี้
อ่านย่อหน้าเมื่อครู่แล้วอาจจะคิดว่าเรามั่วหรือเปล่า เราเลยลองรวบรวมข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับช่วงอายุของเหล่า ‘แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี’ ของแต่ละพรรคการเมืองตัวเต็ง ซึ่งหยิบเอาข้อมูลจาก 2 การเลือกตั้งมาเปรียบเทียบกัน นั่นคือการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังจะถึงนี้ มาดูกันว่ามีช่วงอายุไหนกันบ้าง
ช่วงอายุ 21-30 ปี มีเพียง 1 แคนดิเดตนายกฯ ในรอบ 2 การเลือกตั้ง
เริ่มจากช่วงอายุ 21-30 ปี ที่ในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่มีแคนดิเดตนายกฯ พรรคตัวเต็งแต่อย่างใด แต่ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ มีแคนดิเดตนายกฯ 1 คนด้วยกัน คือ ‘ปุณยวีร์ เต็มเจริญ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเป็นธรรม ที่มีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น ซึ่งทางพรรคก็ได้กล่าวไว้ในโพสต์เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เลยว่า ปุณยวีร์อาจจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่มีอายุน้อยที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นได้ ทั้งที่จริง ๆ สิ่งนี้อาจจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี
ช่วงอายุ 31-40 ปี มีเพียง 3 แคนดิเดตนายกฯ เท่านั้น จาก 2 การเลือกตั้ง
ถัดมาในช่วงอายุ 31-40 ปี ที่ในการเลือกตั้งปี 2566 มีแคนดิเดตนายกฯ 2 คนจาก 2 พรรคตัวเต็งอยู่ในเกณฑ์นี้ ได้แก่
- ‘แพทองธาร ชินวัตร’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ที่มีอายุ 37 ปี
- ‘ร.อ.ดร. จารุพล เรืองสุวรรณ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อชาติ ที่มีอายุ 39 ปี
ขณะที่การเลือกตั้งในปี 2569 นี้ มีแคนดิเดตนายกฯ จากเหล่าพรรคตัวเต็งเพียง 1 คนที่เข้าเกณฑ์ นั่นคือ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน ที่มีอายุ 38 ปี รวมแล้วในทั้งสองการเลือกตั้งมีแคนดิเดตอายุ 31-40 ปี จำนวน 3 คน
ช่วงอายุ 41-50 ปี มีมากถึง 11 แคนดิเดตนายกฯ ในทั้ง 2 ครั้ง
ต่อมาคือช่วงอายุ 41-50 ปี ที่มีแคนดิเดตนายกฯ อยู่ในเกณฑ์อายุนี้รวมกันทั้งสองการเลือกตั้ง 11 คนด้วยกัน ไล่เรียงจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่มี 3 แคนดิเดตนายกฯ ด้วยกัน นั่นคือ
- ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยศรีวิไลย์ อายุ 42 ปี
- ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคก้าวไกล อายุ 43 ปี
- ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีอายุ 50 ปี
ในขณะที่การเลือกตั้งปี 2569 มีแคนดิเดตนายกฯ ในช่วงอายุนี้กว่า 8 คน ได้แก่
- ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน อายุ 44 ปี
- ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์’ อายุ 44 ปี ที่ย้ายจากพรรคไทยศรีวิไลย์มาสังกัดที่พรรคทางเลือกใหม่ และได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกครั้ง
- ‘วีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน อายุ 46 ปี
- ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย อายุ 46 ปี
- ‘อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ อายุ 47 ปี
- ‘กัณวีร์ สืบแสง’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคพลวัต อายุ 49 ปี
- ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย อายุ 50 ปี
- ‘การดี เลียวไพโรจน์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ อายุ 50 ปี
ช่วงอายุ 51-60 ปี มีรายชื่อ 15 แคนดิเดตนายกฯ
ในช่วงอายุ 51-60 ปีของรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในพรรคตัวเต็งของการเลือกตั้ง 2566 มีด้วยกัน 4 คนที่เข้าเกณฑ์ คือ
- ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย อายุ 57 ปี
- ‘กรณ์ จาติกวณิช’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคชาติพัฒนากล้า อายุ 59 ปี
- ‘น.ต. ศิธา ทิวารี’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย อายุ 59 ปี
- ‘ราเชน ตระกูลเวียง’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคทางเลือกใหม่ อายุ 60 ปี
ส่วนในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ มีแคนดิเดตนายกฯ ที่อยู่ในช่วงอายุ 51-60 ปี จำนวน 11 คน ได้แก่
- ‘สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยก้าวใหม่ อายุ 53 ปี
- ‘ตรีนุช เทียนทอง’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐ อายุ 53 ปี
- ‘ภราดร พัฒนถาบุตร’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย อายุ 53 ปี
- ‘เจษฎ์ โทณะวณิก’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรครักชาติ อายุ 53 ปี
- ‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรครักชาติ อายุ 54 ปี
- ‘นราพัฒน์ แก้วทอง’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ อายุ 56 ปี
- ‘ปิติพงศ์ เต็มเจริญ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเป็นธรรม อายุ 57 ปี
- ‘มนต์วลี พัธโนทัย’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเป็นธรรม อายุ 57 ปี
- ‘ดร.สิทธิศักดิ์ พัฒนชัย’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคทางเลือกใหม่ อายุ 58 ปี
- ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย อายุ 59 ปี
- ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม อายุ 60 ปี
ช่วงอายุ 61-70 ปี ฟีเวอร์สุด เพราะมีแคนดิเดตนายกฯ มากถึง 20 คน!
ช่วงอายุ 61-70 ปี น่าจะตอบกลับข้อเขียนที่เราขึ้นต้นเอาไว้ได้ดีเลย เพราะจากการไล่เรียงช่วงอายุผู้สมัครในพรรคตัวเต็งทั้ง 2 การเลือกตั้ง ในปี 2566 และ 2569 ต่างก็มีแคนดิเดตนายกฯ อายุราวนี้มากถึง 10 คน โดยเริ่มต้นที่การเลือกตั้งปี 2566 ที่มีตั้งแต่
- ‘คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย อายุ 62 ปี
- ‘วรงค์ เดชกิจวิกรม’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยภักดี อายุ 62 ปี
- ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย อายุ 63 ปี
- ‘เทวัญ ลิปตพัลลภ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคชาติพัฒนากล้า อายุ 64 ปี
- ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ อายุ 64 ปี
- ‘พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชาติ อายุ 64 ปี
- ‘สุพันธุ์ มงคลสุธี’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย อายุ 65 ปี
- ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ อายุ 67 ปี
- ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคชาติพัฒนากล้า อายุ 68 ปี
- ‘พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ อายุ 69 ปี
และในการเลือกตั้งปี 2569 มีแคนดิเดตนายกฯ ในช่วงอายุนี้ในจำนวนเดียวกัน ประกอบไปด้วย
- ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ อายุ 61 ปี
- ‘กรณ์ จาติกวณิช’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ อายุ 61 ปี
- ‘จตุพร บุรุษพัฒน์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคโอกาสใหม่ อายุ 61 ปี
- ‘พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเศรษฐกิจ อายุ 62 ปี
- ‘ราเชน ตระกูลเวียง’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคทางเลือกใหม่ อายุ 62 ปี
- ‘คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย อายุ 64 ปี
- ‘วรงค์ เดชกิจวิกรม’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยภักดี อายุ 64 ปี
- ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ อายุ 66 ปี
- ‘พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชาติ อายุ 66 ปี
- ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย อายุ 68 ปี
ช่วงอายุ 71-80 ปี มีแคนดิเดตนายกฯ เพียง 5 คน
สำหรับช่วงอายุ 71-80 ปี มีแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 2 ครั้งรวมกันแค่ 5 คนเท่านั้น แบ่งเป็นในการเลือกตั้งปี 2566 จำนวน 4 คน ได้แก่
- ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย อายุ 75 ปี
- ‘พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเสรีรวมไทย อายุ 75 ปี
- ‘พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐ อายุ 78 ปี
- ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชาติ อายุ 79 ปี
และในการเลือกตั้งปี 2569 มีแคนดิเดตนายกฯ ที่เข้าเกณฑ์นี้เพียงคนเดียว คือ ‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ที่มีอายุ 71 ปี
ช่วงอายุ 81-90 ปี ก็ยังมีแคนดิเดตนายกฯ นะ แต่มีแค่คนเดียวเท่านั้น
ปิดท้ายด้วยช่วงอายุ 81-90 ปี ซึ่งเกินวัยเกษียณไปไกลมากแล้ว แต่ก็ยังมีอยู่ 1 พรรคที่เลือกส่งแคนดิเดตนายกฯ เพื่อดูแลปกครองประเทศนี้ผ่านการลงคะแนนเสียงของประชาชน นั่นคือ ‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยก้าวใหม่ ที่มีอายุ 85 ปี และนับเป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่น่าจะมีอายุมากที่สุดของการเลือกตั้งในครั้งนี้ไป ซึ่งแม้แต่ ‘ลุงป้อม’ เอง ถ้าหากไม่ได้ถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ ก็ยังแพ้วัยวุฒิของคุณหญิงกัลยาอยู่ดี
ช่วงอายุแคนดิเดตนายกฯ ของไทย สะท้อนอะไรได้บ้าง?
อย่างแรกเลย เราจะเห็นว่าจำนวนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคหลัก ๆ เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นพรรคประชาชน ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า อดีตพรรคก้าวไกลส่งแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้น ทางพรรคก็เห็นแล้วว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ปีนี้จึงส่งแคนดิเดตนายกฯ ครบ 3 คนเลย รวมถึงอีกหลาย ๆ พรรคการเมืองใหญ่ก็ส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบ 3 คน เว้นแต่เพียงบางพรรคที่ตั้งใจชูแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียว ทั้งพรรคเสรีรวมไทย, พรรคกล้าธรรม เป็นต้น
โดยเมื่อเจาะลงไปยังช่วงอายุ จะเห็นว่า 41-60 ปี เป็นช่วงอายุของขุมพลังและกำลังสำคัญของหลาย ๆ พรรคการเมือง จากในการเลือกตั้งปี 2566 ที่มีแคนดิเดตนายกฯ ในช่วงอายุนี้ 7 คน แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีมากถึง 19 คน ในขณะที่ช่วงอายุ 61-70 ปีมีแคนดิเดตนายกฯ ทั้งสองการเลือกตั้งเป็นจำนวนเท่ากัน คือ 10 คน รวมกัน 2 ครั้งเป็น 20 คน ซึ่งแม้จะมีการเปลี่ยนหน้าแคนดิเดตนายกฯ ไปหลายคน แต่ก็ยังสะท้อนเรื่องหนึ่งได้ว่า ‘ประสบการณ์’ และ ‘บารมี’ ที่ปึ๊กพอของนักการเมืองรุ่นใหญ่จะยังคงเป็นทางเลือกที่หลายคนมองหา
เช่นเดียวกับกรณีของช่วงอายุ 61-90 ปี ที่ทั้งประสบการณ์ บารมี และความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญ อย่างเช่นกรณีของคุณหญิงกัลยา แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ที่มีอายุมากถึง 85 ปี แต่ทางพรรคก็ยังตัดสินใจให้มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของทางพรรคในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากคุณวุฒิแล้ว ในช่วงอายุเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกส่วนใหญ่ที่คนไทยในกลุ่มผู้สูงอายุวัยเดียวกันอาจมองหาด้วยเช่นกัน
กลับกัน ในช่วงอายุ 21-40 ปี เราจะเห็นว่าทั้งในการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้ง 2569 มีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพียงการเลือกตั้งละ 2 คนเท่านั้น อย่างในปีนี้พรรคเป็นธรรมก็ได้ทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการส่งแคนดิเดตนายกฯ อายุเพียง 28 ปีลงมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าเรากำลังขาดผู้นำเพื่อคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ในขณะที่สมาชิกในหลาย ๆ พรรคการเมืองมีคนรุ่นใหม่เข้าไปทำงานกันเพียบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การเปิดพื้นที่ให้ผู้นำรุ่นใหม่ (ที่ต้องรุ่นใหม่จริง ๆ) ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้กันต่อไปในสนามการเมืองไทย
สุดท้ายแล้ว ช่วงอายุของผู้นำทางการเมืองในประเทศไทย อาจจะสะท้อนสังคมในวงกว้างได้เพียงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับสมาชิกพรรคการเมืองแต่ละพรรค ที่ปัจจุบันก็มีความแตกต่างหลากหลายให้เราได้เห็น เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับช่วงอายุ คือวิธีการมองโลก การสื่อสาร และการคัดเลือกประเด็นมาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในฐานะผู้มีอำนาจ ซึ่งจะเป็นตัววัดค่าความเป็น ‘ผู้นำรุ่นใหม่’ ได้ดีในอีกทางหนึ่ง โดยนับจากวันนี้เป็นต้นไปจนถึง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราจะได้เห็นนโยบายที่ชี้วัดแนวคิดของแต่ละพรรคอีกเป็นจำนวนมากเลย
แล้วคุณล่ะ คิดว่าเรื่องช่วงอายุของแคนดิเดตนายกฯ มีอะไรให้น่าพูดคุยกันอีกบ้าง

