ภายหลังจากที่เกิดเหตุโจรกรรมสมบัติอันล้ำค่าออกไปจาก ‘พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์’ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งจากข้อมูลระบุว่า แก๊งโจรมีอยู่ด้วยกันประมาณ 4 คน โดย 2 คนมาในคอสตูมของคนก่อสร้าง ขึ้นลิฟต์กระเช้าเข้าไปทางหน้าต่างของพิพิธภัณฑ์ฝั่งแม่น้ำแซน ใช้เลื่อยตัดกระจกและขโมยเครื่องเพชรออกไปได้ 8 ชิ้น ซึ่งจัดแสดงอยู่ในส่วน Galerie d’Apollon (หอศิลป์อพอลโล) เป็นสถานที่เก็บเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของฝรั่งเศส ใช้เวลาไม่เกิน 4 นาที ก่อนจะหลบหนีไป ล่าสุดสื่อฝรั่งเศสรายงานว่า สามารถจับกุม 2 คนร้ายที่เตรียมจะหลบหนีได้แล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
96 ชั่วโมงในการควบคุมตัว
สื่อฝรั่งเศสอ้างอิงจากข้อมูลของสำนักงานอัยการกรุงปารีส โดยระบุว่า ชายคนแรกถูกคุมตัวได้ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินที่สนามบินชาร์ล เดอ โกลล์ หรือสนามบินนานาชาติกรุงปารีส เพื่อเดินทางไปยังแอลจีเรีย ส่วนอีกคนที่ถูกคุมตัวได้เข้าใจว่ากำลังจะเดินทางไปเมืองมาลี ตำรวจใช้เวลาในการควบคุมตัวและซักถามยาวนานกว่า 96 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า เบาะแสที่นำไปสู่การระบุตัวผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้ก็เป็นเพราะ DNA ที่พบจากข้าวของที่ถูกทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อแจ็กเกตสะท้อนแสง ถุงมือ และหมวกกันน็อก
ขณะเดียวกัน การขโมยทรัพย์สมบัติที่มีมูลค่ามหาศาลแม้จะถูกระบุว่ามีทั้งสิ้น 8 ชิ้น แต่คนร้ายขโมยออกไปจริง ๆ 9 ชิ้น อีก 1 ชิ้น คือมงกุฎที่เคยเป็นของจักรพรรดินีเออเฌนี พระมเหสีของนโปเลียนที่ 3 เป็นเครื่องประดับที่ประกอบไปด้วยเพชร 1,354 เม็ด และมรกตอีก 56 เม็ด ที่หล่นอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ตอนนี้อยู่ในสภาพได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก
สื่อฝรั่งเศส อุปสรรคในการตามหาหัวขโมย
ภายหลังจากที่มีข้อมูลออกมาสู่สาธารณะ อัยการกรุงปารีสก็ได้ออกมาวิจารณ์การทำงานของสื่อว่า การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ก่อนกำหนด ถือเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการเรียกคืนอัญมณีและตามหาหัวขโมย แม้ในตอนนี้จะยังระบุไม่ได้ว่า การจะได้สมบัติอันล้ำค่าเหล่านั้นกลับคืนมาในสภาพที่คงเดิมมีความเป็นไปได้มากแค่ไหน เพราะจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความกังวลว่า อัญมณีต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบอาจถูกแยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว ส่วนทองคำและเงินก็สามารถนำมาหลอมรวมกันได้ จึงเป็นไปแทบไม่ได้เลยที่จะตามรอยกลับไปยังเส้นทางการโจรกรรม
ขึ้นทะเบียน ‘Stolen Works of Art’ กับมูลค่าที่ประเมินไม่ได้
สำหรับการโจรกรรมในครั้งนี้ สำนักอัยการกรุงปารีสได้ประเมินมูลค่าของสิ่งของที่ถูกขโมยไปว่ามีรวมกว่า 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพียงการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่านั้น หากผนวกรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้าไปด้วยก็คงประเมินค่าความเสียหายไม่ได้ ล่าสุด ‘Interpol’ หรือ ‘ตำรวจสากล’ ได้ขึ้นทะเบียนวัตถุต่าง ๆ ที่ถูกปล้นไปลงฐานข้อมูล ‘Stolen Works of Art’ แล้ว เพื่อป้องกันการนำไปขายข้ามชาติ
ถึงแม้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นที่เก็บรักษาทรัพย์สินอันมีค่าของฝรั่งเศสซึ่งยืนอายุมากว่า 232 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงมีจุดอ่อนในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดย ‘ลอเรนซ์ เดส์ คาร์ส’ (Laurence des Cars) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์คนปัจจุบัน ได้แจ้งต่อสมาชิกวุฒิสภาฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายนอกอาคารที่เกิดเหตุนี้ต่างหันไปทางระเบียงชั้น 1 ซึ่งเป็นทางเดินไปสู่หอศิลป์อพอลโลเท่านั้น และด้วยความที่กล้องวงจรปิดโดยรอบมีความเก่า สอดส่องได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสังเกตเห็นกลุ่มคนร้ายได้ทันท่วงทีเพื่อหยุดยั้งการโจรกรรม
คำเตือนความปลอดภัยที่ถูกเพิกเฉย
ในอดีต พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เคยถูกขโมยผลงานศิลปะออกไปหลายชิ้นและเกิดการโจรกรรมอยู่หลายคราว แต่ถึงอย่างนั้นระบบรักษาความปลอดภัยก็ยังคงหละหลวมเรื่อยมา ซึ่งเมื่อปี 1998 อดีตผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เคยออกมาเตือนว่า ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นเปราะบาง แต่ก็ถูกเพิกเฉย จนเมื่อปี 2021 ลอเรนซ์ เดส์ คาร์ส เพิ่งจะส่งคำขอให้ตำรวจมาดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ และเพิ่งได้รับคำแนะนำสำหรับการปรับปรุงมาในปีนี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฝรั่งเศสได้ออกมายอมรับว่า การที่มาตรการรักษาความปลอดภัยล้มเหลว ส่งผลให้ประเทศมีภาพลักษณ์เลวร้าย ในฝั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของฝรั่งเศสเองก็ได้ออกมายอมรับว่า การปรับปรุงตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยเหล่านี้ เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่เกิดเหตุ ส่วนสถานการณ์จะเป็นอย่างนั้น จะสามารถเรียกคืนวัตถุที่ถูกปล้นไปกลับมาได้ครบถ้วนรึเปล่า คงต้องติดตามกันต่อไป
ที่มา
- https://www.bbc.com/news/articles/c2em38pdv0doฃ
- https://www.tnnthailand.com/tnnexclusive/215161/
- https://th.wikipedia.org/wiki/พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
