ไม่ต้องพรรณนาถึงความโหดร้าย พวกเราต่างก็รู้ดีว่าสังคมในปัจจุบันมันฉีกทึ้งดึงรั้งหัวจิตหัวใจเราอย่างไร คนใกล้ชิดที่พร้อมแปรเปลี่ยนเป็นคนแปลกหน้า พวกถวิลหาแต่ผลประโยชน์ที่พร้อมโขกสับและทำร้าย ยังไม่นับรวมถึง “ชาวโซเชียล” ที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ยพร้อมประหัตประหารใครต่อใคร สิ่งที่อยากจะสื่อสารคือ สังคมมนุษย์ในปัจจุบันทำร้ายกันง่ายมาก ทั้งทางกายหรือทางวาจา ทางภาษาพิมพ์หรือภาษาพูด ดังนั้นการดูแลจิตใจให้เข้มแข็งจึงสำคัญมาก
การป้องกันตัวในเชิงกายภาพง่ายกว่าการป้องกันตัวในเชิงนามธรรม (จิตใจ) แต่ถึงอย่างนั้นวิธีปกป้องสุขภาพจิตจากมลพิษทางอารมณ์หรือสังคมที่สามารถทำได้ด้วยตนเองก็มีอยู่เช่นกัน หนึ่งในนั้นเรียกว่า Boundaries หรือการสร้าง “ขอบเขต” ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและสิ่งต่าง ๆ เพื่อรักษาสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ และคุณค่าในตนเอง ด้วยระยะห่างหรือกรอบกั้นที่ทำให้เราไม่ถลำลงไปในห้วงความท็อกซิก (Toxic) โดย Boundaries สามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับแต่ละความสัมพันธ์ ซึ่งวิธีการก็จะแตกต่างกันออกไป ดังนี้
Physical Boundaries หรือ ขอบเขตทางกายภาพ คือ การกำหนดขอบเขตพื้นที่ส่วนตัวและการสัมผัสร่างกาย เช่น ห้ามใครเข้ามาในห้องนอนโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ยินยอมให้คนแปลกหน้าหรือคนไม่สนิทแตะเนื้อต้องตัว
Emotional Boundaries หรือ ขอบเขตทางอารมณ์ คือ การสร้างขอบเขตหรือจัดการกับอารมณ์ของตนเอง เช่น สามารถรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ไม่ยินยอมน้อมรับหรือใส่ใจกับคำต่อว่าที่ไร้เหตุผล ไม่ฮีลใจคนอื่นตอนตัวเองกำลังแย่ และไม่ใจดีเกินไปจนตัวเองลำบาก
Mental Boundaries หรือ ขอบเขตทางจิตใจ คือ การสร้างขอบเขตความเชื่อมั่นทางความคิดและจิตใจ เช่น ตระหนักรู้ในคุณค่าของตนเอง เคารพความคิด ความเชื่อ รวมถึงค่านิยมของตนเองและผู้อื่น เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่ยอมให้ใครมาลดทอนหรือหักล้างความเชื่อมั่นของตนเอง
Time Boundaries หรือ ขอบเขตเวลา คือ การสร้างขอบเขตและบริหารจัดการเวลา เช่น ไม่ปล่อยให้คนอื่นรอนานและไม่ยอมรอคนอื่นนานจนเกินไป ไม่ทำงานในเวลาพักหรือวันหยุด
Financial Boundaries หรือ ขอบเขตทางการเงิน คือ การกำหนดขอบเขตการใช้จ่าย เช่น ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น กำหนดงบประมาณการใช้เงิน ไม่ให้คนอื่นยืมเงินหากตัวเองเดือดร้อน
จะเห็นได้ว่าการกำหนดขอบเขตหรือเส้นแบ่งทางความรู้สึก ช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการปัญหาภายในต่าง ๆ ได้ดีขึ้น การตั้งขอบเขตไม่ได้หมายความว่าเรากำลัง “เห็นแก่ตัว” แต่เป็นการ “เคารพ” ตัวเองมากขึ้น โดยไม่ยินยอมให้ใครมารุกล้ำอาณาเขตความรู้สึก เพื่อรักษาสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ เวลา การเงิน การงาน และความคิดที่ดีเอาไว้ ไม่ให้ใครมาทำลายหรือบั่นทอนได้ง่าย ๆ
อย่างไรก็ตามการกำหนดขอบเขตทางความรู้สึกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งมีวิธีการและรูปแบบที่ต่างกันไป แล้วแต่ว่าวิถีชีวิตของแต่ละคนเน้นหนักไปในทางไหน มีลักษณะนิสัยอย่างไร และกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาทางใจแบบใด ไม่ต้องหวาดกลัวหากเราจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวบ้าง เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ยืนหยัดเพื่อเราก็มีแค่เราเท่านั้น ดังนั้นจงรักตัวเองให้มากเท่ากับที่รักคนอื่น
ที่มา
- https://www.psychologytoday.com/us/basics/boundaries
- https://www.goodtherapy.org/blog/psychpedia/boundaries
