ขึ้นชื่อว่า ‘ขยะ’ ในสายตาคนส่วนใหญ่ร้อยทั้งร้อยคงคิดว่ามันไม่น่าพิสมัย คือสิ่งที่ผู้คนปล่อยออกไปจากชีวิตของพวกเขาทั้งนั้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปก็มีหลายแนวคิดบอกว่าในขยะบางชิ้นหรือบางประเภทมันไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่คิดนะ อาจจะเอาไปรวมขายได้ อาจจะนำกลับไปใช้ใหม่ได้ อาจจะเอาไปแปรรูปได้ หรืออาจจะเอาไปดัดแปลงก็ได้เช่นกัน
แต่ดูเหมือน ‘ขยะ’ ที่ตั้งอยู่เป็นกอง ๆ ของชาวอเมริกาน่าจะมีค่ามากกว่านั้น เพราะมันทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากผันตัวเองมามองถังขยะยักษ์ หรือกองขยะที่ถูกทิ้งไว้หน้าที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นเงินเป็นทอง หรือหาของกินของใช้มาใช้ต่อเป็นมือที่สองหรือมือที่สามได้อย่างไม่ยากเย็น
วันนี้ SUM UP จะพาคุณไปรู้จักกับงานที่เรียกว่า ‘Dumpster Diver’ หรือ ‘นักค้นขยะ’ งานอดิเรก หรืออาจจะเป็นอาชีพรองของใครหลายคนในต่างประเทศกัน
ตามความหมายของพจนานุกรมเมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ (Merriam-Webster) ระบุเอาไว้ว่าอาชีพนี้เน้นคือการค้นหาอาหารที่ยังคงกินได้และไม่เน่าเสีย หรือค้นหาสิ่งของที่ยังคงใช้งานได้แต่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่ายังคงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์หรือยังคงมีมูลค่าอยู่ ที่มาของคำนี้มาจากการรวมคำว่า ‘Dumpster’ ซึ่งเป็นคำสามัญที่ใช้เรียกถังขยะขนาดใหญ่มาตั้งแต่ช่วงปี 1970 เดิมทีเป็นชื่อแบรนด์ถังขยะ Dempster Dumpster ที่ผลิตออกมาในปี 1937 เป็นต้นมา เหมือนคำว่ามาม่าหรือบรีสอะไรทำนองนั้น เอามารวมกับคำว่า ‘Diver / Diving’ นั่นเอง

การค้นขยะของชาวต่างประเทศเกิดขึ้นจากหลากหลายเหตุผล ทั้งความยากจน ไปจนถึงเหตุผลทางอุดมการณ์ การตระหนักรู้เรื่องปัญหาขยะล้นเมือง หรือการมองเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ผ่านการค้นหาอย่างมืออาชีพจริง ๆ สิ่งของที่เฟ้นหาก็มีทั้งอาหาร ขนม ผัก ผลไม้ เสื้อผ้า หนังสือ เฟอร์นิเจอร์ ตุ๊กตา รวมไปถึงข้าวของอื่น ๆ ซึ่งอาจจะไร้ประโยชน์ไปแล้วสำหรับผู้ที่หย่อนมันลงในถังขยะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทั่วอเมริกา
ตัวอย่างเช่น อาหารเหลือทิ้งจากร้านอาหาร หรือร้านขายผักและผลไม้บางร้านที่เน้นขายของสดสู่ลูกค้า บางร้านทำอาหาร หรือขนมอบสดใหม่วันต่อวัน เมื่อเหลือจากการขายจึงทำได้แค่ทิ้ง ในแง่หนึ่งมันเลยไร้ค่าสำหรับแบรนด์ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องทำใหม่อยู่ดี เพียงแต่มันยังกินได้อย่างหายห่วงถ้าเราไปค้นเจอในวันเดียวกัน หรืออย่างช้าก็วันรุ่งขึ้น

แง่ที่เลวร้ายที่สุดคือการทิ้งขว้างสิ่งของตามนิสัยของผู้บริโภคในสังคมบริโภคนิยม เน้นการใช้ของใหม่ บางสิ่งเก่าแล้วก็ทิ้งได้อย่างไร้เยื่อใย ไปจนถึงการซื้อของบางอย่างเข้าบ้านเยอะเกินความจำเป็น เมื่อเกิดการโยกย้ายพื้นที่ก็จำเป็นต้องทิ้ง หลายครั้งในอเมริกาจึงมีข้าวของที่ยังคงสภาพดีอยู่ถูกทิ้งไว้หน้าที่อยู่อาศัยอย่างมากมาย
อารีอานา โรดริเกซ (Ariana Rodriguez) คุณแม่ลูกสามวัย 35 ปี จากรัฐนิวยอร์ก เล่าให้ New York Post ฟังว่าเธอก็เป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นแบ่งเวลาจากงานขายของเก่ามาเป็นนักค้นขยะอย่างจริงจัง เพราะเธอมองว่าการค้นขยะเหล่านั้นมันเหมือนการล่าขุมทรัพย์ที่น่าตื่นเต้น
เธอเริ่มต้นทำงานอดิเรกเป็นนักค้นขยะมานานกว่า 3 ปี หลังจากเข้าร่วมกลุ่ม Facebook ‘Buy Nothing’ หรือชื่อกลุ่มที่แปลว่าไม่ซื้ออะไรทั้งนั้นแหละ ซึ่งเมื่อเราได้ลองค้นชื่อกลุ่มนี้บน Facebook เราก็พบว่ามันมีกลุ่มแบบนี้เป็นจำนวนมาก แล้วก็แยกย่อยไปตามแต่ละพื้นที่ด้วย โดยกลุ่มที่อารีอานาเข้าร่วมก็เป็นกลุ่มที่ผู้คนในละแวกบ้านแชร์พื้นที่ทำเลทองในการสำรวจพื้นที่ทิ้งสิ่งของเครื่องใช้บนถนนมากมายในพื้นที่ และเมื่อเธอเห็นว่ามีคนก้ม ๆ เงย ๆ หาสิ่งของเหล่านั้นในพื้นที่เก็บขยะ เธอจึงตัดสินใจเอาด้วยกับงานอดิเรกนี้

เธอเริ่มต้นเก็บขยะตั้งแต่พื้นที่ใกล้บ้าน ซึ่งทำให้เธอเจอของเล่นฟรี ๆ ที่ยังเล่นได้ถูกทิ้งไว้จำนวนมาก จริง ๆ แล้วค่าของเล่นให้ลูกนั้นก็มากไม่ใช่เล่น เมื่อมีคนไม่ใช้ประโยชน์จากมันแล้วเธอก็เก็บของเล่นเหล่านั้นมาให้ลูก ๆ ทั้ง 3 คนของเธอที่วัยไล่เลี่ยกัน หลังจากนั้นเธอเลยค่อย ๆ จริงจังกับสิ่งนี้ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการแต่งตัวเต็มยศไปค้นข้าวของมากมาย เก็บข้าวของบางอย่างมาใช้งานเอง บางสิ่งที่เกินความจำเป็นอย่างเฟอร์นิเจอร์ ผ้าห่ม โต๊ะหัวเตียง เสื้อผ้า เธอก็จะนำไปให้ที่โบสถ์ท้องถิ่นเพื่อรอบริจาคให้ผู้สนใจ หรือเก็บไว้รอวันขาย
ที่น่าเหลือเชื่อคือขยะบางชิ้นแทบไม่ใช่ขยะด้วยซ้ำ เป็นเพียงสิ่งที่เจ้าของรู้สึกหมดประโยชน์ต่อมันแล้ว ทั้งเสื้อโค้ต Burberry สไตล์วินเทจมูลค่า 500 ดอลลาร์ รองเท้า Prada มูลค่า 900 ดอลลาร์ และเปียโน Sohmer & Co ที่มีมูลค่าประมาณการระหว่าง 3,000 ถึง 10,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว

อารีอานาทิ้งท้ายกับ New York Post ว่า “มันน่าอายมากกว่าด้วยซ้ำถ้าเราเป็นคนที่มัวแต่บริโภคของใหม่อย่างเดียว และทิ้งของเก่าทั้งหมดออกจากตัวไป การได้ลองทำอาชีพนักค้นขยะทำให้ฉันได้เห็นองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์ทั้งหมดผ่านขยะ เห็นชีวิตทั้งชีวิตของใครบางคน ในมุมหนึ่งฉันรู้สึกสนุกเหมือนได้ดำน้ำค้นหาทองคำ คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าจะเจอกับอะไรบ้าง และฉันรู้สึกว่าตัวเองมีสติในการใช้จ่ายมากขึ้น ฉันลดค่าใช้จ่ายในชีวิตได้ถึง 70 – 80 เปอร์เซ็นต์เลย”
อย่างไรก็ตาม การเป็นนักค้นขยะก็เป็นดาบสองคมด้วย การสัมผัสขยะบางประเภทก็อาจทำให้ผู้ที่ค้นขยะได้รับอันตรายจากสุขอนามัย หรือเกิดบาดแผลจากวัสดุได้ รวมถึงยังมีคนบางประเภทที่ตั้งใจค้นถังขยะเพื่อก่ออาชญากรรม อย่างการขโมยเอกสารที่ถูกทิ้งเพื่อเอาไปใช้ในทางที่ผิด หรือเอาไปใช้เพื่อการกระทำบางอย่างที่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลก็มีเหมือนกัน อีกทั้งในบางประเทศก็มีการแจ้งจับผู้ที่ค้นขยะด้วยข้อหาขโมยและลักทรัพย์ได้ด้วย
งานอดิเรกนี้จึงยังเป็นสิ่งที่เกิดการคัดง้างกันระหว่างผู้บริโภคที่ตระหนักรู้เรื่องขยะที่ยังคงมีสภาพดี กับในแง่ข้อกฎหมาย หรือสายตาผู้คนทั่วไปที่มองมายังกลุ่มคนที่กำลังพยายามทำอะไรบางอย่างกับถังขยะข้างท้องถนน หรือหลังอาคารหลายแห่งในอเมริกา
ฉะนั้นถ้าคุณมีโอกาสไปอเมริกา เห็นใครบางคนกำลังตั้งตาหน้าตั้งตาหยิบนั่นหยิบนี่ออกจากถังขยะขนาดยักษ์ ไม่ต้องสงสัย เขาอาจจะกำลังช่วยโลกของเราให้ขยะน้อยลงอยู่ก็เป็นได้
