รองเท้าโคลฮาปูรี

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่ ‘Prada’ แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีได้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ในงาน Milan Fashion Week แต่ในงานดันมีรองเท้าที่มีดีไซน์คล้ายกับรองเท้าโคลฮาปูรี(Kolhapuri) ซึ่งเป็นรองเท้าทำมือของอินเดียที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สิ่งนี้ได้สร้างความรู้สึกไม่พอใจให้กับชาวอินเดียบางส่วน และมองว่านี่อาจเป็นการลอกเลียนแบบโดยไม่ให้เครดิตกัน บวกกับไม่เคารพวัฒนธรรมของพวกเขา ก่อนที่ภายหลัง Prada จะออกมายอมรับว่า รองเท้าแตะดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าโคลฮาปูรีจริง แต่ยังอยู่ในกระบวนการออกแบบเบื้องต้น และยังไม่แน่ใจว่าจะนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือไม่ 

หากทุกคนลองเปิดภาพรองเท้าโคลฮาปูรีดู ทุกคนจะเห็นว่ามันดูสวย ดูมีความปราณีต และดูเหมือนจะมีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะรองเท้าโคลฮาปูรีเป็นรองเท้าที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 800 ปี บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของรองเท้าโคลฮาปูรีเกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดย ‘Kavita Gagrani’ อาจารย์ประวัติศาสตร์ในเมืองโคลฮาปูรีได้เล่าว่า รองเท้าแตะเหล่านี้ถูกทำขึ้นโดยกลุ่มคนที่เรียกว่า ‘Charmakar’ เป็นชนชั้นที่ถูกกดขี่หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Chamar’ ซึ่งคำว่า ‘Chamar’ เป็นคำเหยียดชนชั้นวรรณะและใช้เรียกกลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวกับหนังสัตว์ (ความหมายเชิงลบ) แต่ต่อมาช่วงต้นศตวรรษที่ 20 งานฝีมือนี้ก็ได้เติบโตขึ้นจากการสนับสนุนของผู้ปกครองเมืองในขณะนั้น 

ซึ่งความโดดเด่นและความมีเอกลักษณ์ของรองเท้า ล้วนมาจากความปราณีตและฝีมือของช่างแต่ละคน นั่นเป็นเพราะกระบวนการตั้งแต่ตัดหนัง การขึ้นรูปรองเท้า การถักสาย การถักเปีย การเย็บ การเจาะรู ล้วนทำด้วยมือคู่เล็ก ๆ ของเหล่าบรรดาช่างผู้ชำนาญการ ส่วนใหญ่กระบวนการผลิตจะทำกันเองภายในบ้านหลังเล็ก ๆ ไม่ได้ถูกผลิตในโรงงานขนาดใหญ่ และความรู้ในการทำรองเท้าก็จะถูกส่งกันต่อแบบรุ่นต่อรุ่น 

‘Sadashiv Sanake’ ช่างทำรองเท้าวัย 58 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับ BBC ไปพร้อมกับการทำรองเท้าหนังว่า เขาเรียนรู้วิธีการทำงานฝีมือนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ใน 1 วัน เขาสามารถทำรองเท้าได้ประมาณ 8-10 คู่ และขายในราคาคู่ละ 8-10 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 260-320 บาท) ทั้งนี้ ในปัจจุบันที่โคลฮาปูรีมีช่างอยู่ประมาณ 5,000 คนที่ยังคงทำอาชีพนี้อยู่ แต่ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า มันเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนที่ในปัจจุบันมีคู่แข่งเป็นเครื่องจักร บวกกับพวกเขาต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ย่ำแย่และค่าจ่ายที่ไม่ได้สูงมากนัก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ที่พอมีประเด็น Prada เปิดตัวรองเท้าที่มีดีไซน์ใกล้เคียงกับรองเท้าที่พวกเขาถืออยู่ในมือโดยไม่ให้เครดิต จึงเข้าไปสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้กับพวกเขา  

นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือ กระบวนการผลิตรองเท้าแตะโคลฮาปูรีนั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนังจะถูกฟอกแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้เวลาในการทำค่อนข้างนาน แต่มันสามารถช่วยเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้ร้องเท้าแต่ละคู่ โดยคำว่าเป็นเอกลักษณ์คือเป็นเอกลักษณ์จริง ๆ เพราะแต่ละคู่จะไม่เหมือนกันเลย ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสของแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาจพูดได้ว่ารองเท้าแตะโคลฮาปูรียังคงความปราณีต และสะท้อนให้เห็นงานฝีมือของช่างที่ซ่อนเอาไว้ในรองเท้าแต่ละคู่ และแน่นอนว่าสิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับรองเท้าคู่นี้มากที่สุดก็คือ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน 

อ้างอิง