หนึ่งใน Meme บน Social Media ในช่วงที่ผ่านมาที่น่าสนใจ คือการที่ “ผี” ในความเข้าใจเดิมตามเรื่องสยองขวัญต่าง ๆ กำลังถูกท้าทายความสยอง ด้วยว่าเหล่าชาวเน็ตเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์เดิมและการมีอยู่ของผีที่เข้ามาหลอกหลอนว่า “หลอกเสร็จแล้วยังไงต่อ” ประหนึ่งว่าความน่ากลัวเหล่านั้นไม่ทำงานกับชาวเน็ตยุคนี้แล้วหรืออย่างไร มันมีอะไรที่ซ่อนอยู่ในไลฟ์สไตล์แบบใหม่นี้บ้างกันแน่
ยุคที่ต้องการความชัดเจน สรุป “มีอยู่” หรือ “ไม่มีอยู่”
“ผี” ในคติความเชื่อเดิมคือภาพสะท้อนของชีวิตหลังความตาย เป็นพลังงานบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกนี้ แต่ในภาพจำเดิม ๆ เช่นกัน เหล่าพลังงานที่หลงเหลืออยู่นี้ดันสร้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เรื่องราวที่อธิบายไม่ได้ แถมบางทีมาในบทเจ้ากรรมนายเวร สร้างความสยดสยอง ความตกใจ เป็นพลังงานที่หลงเหลือ แต่พลังดันเยอะมากถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโชคชะตาเราได้ หรือมาตามเอาชีวิตได้เลยก็มี แล้วคุณพี่ผีทำงั้นไปเพื่อ?
ความเป็นผีที่ถูกตั้งคำถามนี้ได้รับผลกระทบมาจาก “เส้นเรื่องผี” ได้ถูกไขออกจนหมดเปลือก การมีอยู่ของผีที่จุดประสงค์ดันไม่หลงเหลือความลึกลับให้ไขปริศนาอีกต่อไป การตายของผีที่วนเวียนอยู่กับโศกนาฏกรรมซ้ำ ๆ ไม่กี่แบบที่ถูกเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมไปถึงสื่อต่าง ๆ เริ่มตีความผีแบบใหม่ให้จับต้องได้มากขึ้น ในช่วงเวลาที่ผู้คนต้องการความฉับไว ฉะนั้นการบอกมาเลยว่าต้องการอะไร สรุปมาให้ได้ภายใน 30 วินาทีแรกแบบคลิปแนวตั้งได้เลยก็จะดีมาก ผู้คนก็อาจจะพอจะทำอะไรเพื่อช่วยคุณพี่ผีได้เลยแบบไวไว ฉะนั้น หากผียังวนเวียนอยู่ในภาวะ จะว่าจริงก็จริง จะว่าไม่จริงก็ไม่จริง เลยทำให้ชีวิตในยุคที่เร่งรีบเกิดความรู้สึกเสียเวลา เพราะความลึกลับแบบเก่า ๆ นั้น ถูกไขได้ด้วยการถาม ChatGPT ได้ตอนนี้เลย
ถ้าผีมีอยู่ ทำอะไรได้บ้าง
แต่เดิมที คนไทยกับผีเป็นวิถีชีวิตที่ผูกกันในระดับความเชื่อและวัฒนธรรมรากฐาน คนไทยนับถือบูชาผีมากกว่าผลักไสให้เป็นปีศาจในแบบความเชื่อตะวันตก ดังนั้นคนไทยจะผูกพันกับผีในลักษณะตัวช่วยทางโชคชะตา ตัวเชื่อมระหว่างโลกนี้กับอำนาจนอกเหนือความสามารถในฐานะมนุษย์ การไหว้ผีเพื่อช่วยเรื่องการงาน ความรัก ใบ้หวย หรือแม้แต่เป็นตัวช่วยในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บผ่านร่างทรง ต่างสะท้อนความผูกพันของคนไทยกับผีมาอย่างช้านาน
ดังนั้นเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป วิถีชีวิตชนบทถูกปรับเป็นคนเมืองมากขึ้นตามการขยายตัวของความเจริญและการพัฒนาของสังคม แต่ความผูกพันของคนไทยกับผียังคงไม่หายไป หากแต่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยที่พัฒนาขึ้นตาม ความใกล้ชิดนั้นถูกปรับให้ผีมีลักษณะเป็นสิ่งที่คงอยู่ ทุกคนรู้ว่ามี แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกต้องหวาดกลัวอะไรมากมาย เพราะตามเส้นเรื่องเดิม หากผีและเราไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกันในระบบเวรกรรมแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมายุ่งอะไรกัน ต่างคนต่างอยู่เป็นดีที่สุด
ซึ่งชุดความคิด “ต่างคนต่างอยู่” นี้ ไม่ได้ทำงานแต่เฉพาะคนกับผี แต่ดันเข้ากันได้ดีในสังคมเมืองสมัยใหม่ ที่ผู้คนอยู่กันในรูปแบบ Isolation หรือสังคมแยกเดี่ยว วิถีชีวิตที่กลายเป็นว่าแม้จะอยู่คอนโดเดียวกัน แต่เจ้าของร่วมข้าง ๆ ห้องที่คอนโดกลับไม่ได้รู้จักหรือเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันตามแบบสังคมสมัยก่อนอีกแล้ว เสียงโครมครามที่ดังลอดมาตอนตีสาม ไม่ได้ให้ความรู้สึกแตกต่างเลย ระหว่างผีเคาะสามครั้งเพื่อบูชาซาตาน หรือเสียงคู่รักทำการบ้านกันเสียงดังไม่หลับไม่นอนซะที ชุดความคิดนี้ทำงานในลักษณะเดียวกันกับสังคมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะกับผีหรือคน
สังคมทุนนิยม บีบให้ทุกคนต้องมี Productivity แม้แต่ผีก็ด้วย
ผลกระทบจากสังคมที่ให้คุณค่าระบบทุนนิยมจนเกินล้น ทำให้วัย GEN Z ลงไปประสบปัญหาการถูกจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากร เนื่องจากคนรุ่นก่อน ๆ ได้ครอบครองทรัพยากรไว้หมดแล้ว หากเทียบการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันเป็นการเล่นเกมเศรษฐีบนกระดาน การเล่นในยุคนี้คือการที่ผู้เล่นทุกคน เริ่มต้นทอยลูกเต๋าเดินไปตกช่องไหน ช่องนั้นก็จะมีคนจองพื้นที่ไว้อยู่ก่อนแล้ว และผู้เล่นต้องจ่ายค่าผ่านทางทุกครั้งตั้งแต่เริ่มเกมเลยทันที เพราะไม่มีพื้นที่ว่างให้ตกไปซื้อเพื่อตั้งตัวได้ใหม่อีกแล้ว
ฉะนั้นในตอนนี้ หากเราเดินไปตกช่องไหน เปิดการ์ดประตูดวงแล้วดันต้องเจอผีอีก ความอดทนของคนรุ่นใหม่ต่อผีจึงขาดสะบั้น การแข่งขันในโลกทุนนิยมนั้นโหดร้ายพออยู่แล้ว จะขอนอนหลับสนิทสักคืนไม่ได้เลยหรือ ต้องมานั่งดูผีนางรำ รำเพลงเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทุกคืนมันก็ค่อนข้างจะเกินไป ปวดไหล่จากออฟิศซินโดรมก็เลวร้ายพอแล้ว ไม่ต้องให้เจ้ากรรมนายเวรตนไหนมานั่งทับซ้ำอีก หรือไม่งั้น ไหนไหนก็นั่งแล้ว ช่วยกดบ่าซ้ายให้หน่อยจะขอบพระคุณมาก
ดังนั้น Meme บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับผีในช่วงที่ผ่านมา จึงมักจะเป็นมุกที่วนเวียนอยู่กับการแลกเปลี่ยนกับผี หากจะต้องมาอยู่ด้วยกันบนพื้นที่ต่าง ๆ ที่คนรุ่นหลัง ๆ พอจะหาเช่าได้ในราคาถูกเพราะห้องหรือบ้านมีประวัติมาก่อนมันราคาไม่แพง ผีที่มีพลังล้นเหลือในการมาหลอกหลอนกันทุกคืน พอจะมีอะไรแลกเปลี่ยนกัน และเป็นประโยชน์ต่อกันได้หรือไม่ พอจะใบ้หวยได้หรือเปล่า ถ้าจะรำ ขอเป็นเพลงสมัยใหม่หน่อยได้ไหม หรือผีสวยไหม หล่อไหม พอจะมาในร่างฟินใจได้หรือไม่ เพราะถ้าช่วยกันได้ก็ดี จะได้ทำบุญไปให้ แต่ถ้าไม่ช่วยแล้วมานั่งหลอกกันทุกคืน มาในร่างที่ไม่จรรโลงใจ ทางเราก็ขออนุญาตงดเครื่องเซ่นไหว้หรือกรวดน้ำไว้ก่อนนะ สำหรับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นะเธอ
อย่างไรก็ตาม แม้ความสยองขวัญจะถูกหยามหมิ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องผีในยุค Post Modern จะได้รับความนิยมลดลง รายการผี เรื่องเล่าสยองขวัญแบบผู้เล่าไม่ระบุตัวตนก็ยังคงได้รับความนิยมมาเป็นอันดับต้น ๆ บนโลกออนไลน์ ส่วนสื่อภาพยนตร์ ซีรีส์ต่าง ๆ ก็มีการปรับให้ความน่ากลัวของผี เขยิบเข้ามาใกล้ชิดชีวิตประจำวันมากขึ้น ผีไม่จำเป็นต้องมีตำนานผูกกันด้วยบ่วงกรรมมาแต่ชาติปางก่อนอีกต่อไป แต่ผีสามารถเป็นอะไรที่เรียบง่าย เช่น ผีจากรอยยิ้ม ผีจากเงามืด ผีที่เกิดจากโรคระบาดต่าง ๆ ก็สร้างความน่ากลัวที่ประชิดตัวผู้คนได้ในกลิ่นอายที่ต่างไปจากเดิมได้เช่นกัน
