หนึ่งในอนิเมะจากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความหม่น ดาร์ก และจี้บรรทัดฐาน ตั้งคำถามต่อศีลธรรมและความเป็นมนุษย์ให้จมดิ่ง แต่ถูกปรุงแต่งให้มาในคราบสาวน้อยเวทย์มนต์มืดในชุดนักเรียน ในชื่อ 地獄少女 (Jigoku Shoujo) หรือ Hell Girl สัญญามรณะ ธิดาอเวจี อนิเมะเรื่องนี้นอกจากจะนำเสนอผ่านความน่ากลัว สยองขวัญเล็ก ๆ แล้ว เนื้อหายังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการบูลลี่คนที่ไร้อำนาจอย่างแสนสาหัส ว่าจุดจบของผลกระทบนั้นจะเลวร้ายมากแค่ไหน
อยากแก้แค้นใคร รอให้ถึงเที่ยงคืนแล้วกรอกชื่อมันลงไป!
เรื่องราวในอนิเมะ “สัญญามรณะ ธิดาอเวจี” เริ่มต้นจากข่าวลือที่หนาหูของหมู่วัยรุ่นมัธยมในโรงเรียน ที่เล่ากันว่ามีเว็บไซต์สาสน์ถึงอเวจี ซึ่งเป็นเว็บลึกลับและจะเข้าได้เฉพาะตอนเที่ยงคืนเท่านั้น โดยเล่ากันว่าหากใครมีความแค้นและอยากเอาคืนใคร ให้กรอกชื่อคนคนนั้นลงไปในเว็บไซต์ตอนเที่ยงคืน แล้วธิดาอเวจีจะมาหาพร้อมกับจัดการพาคนคนนั้นไปลงนรกให้ ข่าวลือนี้อาจจะฟังดูเป็นเรื่องงมงายของคนทั่วไป แต่กลับกัน คนที่ถูกรังแกจนไร้ทางสู้ ความเจ็บปวดและความแค้นได้กัดกินจิตใจจนแสนสาหัส เหยื่อที่ถูกรังแกสามารถเฝ้ารอหน้าจอจนถึงเที่ยงคืน เพียงเพื่อจะได้อำนาจจากอเวจีในการเอาคืน
“เอนมะ ไอ” เป็นชื่อของธิดาอเวจี เธอทำหน้าที่ในการรับคำขอจากผู้คนต่าง ๆ จากเว็บไซต์ เธอจะช่วยแก้แค้นให้ตามคำขอหากแต่มีข้อแลกเปลี่ยน เธอจะมอบตุ๊กตาฟางผูกด้ายแดงเอาไว้ เมื่อใดก็ตามที่อยากจะแก้แค้นจริง ๆ ก็จงดึงด้ายแดงนั้นออก คนที่เราอยากจะแก้แค้นจะถูกส่งไปลงนรกทันที แต่การกระทำนี้จะส่งผลย้อนกลับสู่ตัว เมื่อผู้ทำสัญญาถึงคราวที่ต้องตายเมื่อไหร่ วิญญาณจะไม่ได้ไปสู่ภพหน้า แต่จะต้องร่อนเร่พเนจรไปในอเวจี พบกับความเจ็บปวดไปชั่วนิรันดร์เช่นกัน
ใครกันที่จะยอมแลกความเจ็บปวดชั่วนิรันดร์เพื่อที่จะได้แก้แค้น คนเหล่านั้นพบเจออะไรมา ถึงได้ยอมแลกวิญญาณกับเจ้านรก เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป
อนิเมะที่ความสยองไม่เท่ากับความเจ็บปวดของตัวละคร
ความสำเร็จของสัญญามรณะ ธิดาอเวจีนั้น ต่อยอดให้อนิเมะได้ไปต่อยาวนานถึง 4 ซีซันด้วยกัน และรีวิวจากนักดูอนิเมะต่างยกย่องให้ 2 ซีซันแรกคือที่สุดของเนื้อหาที่กัดกินความรู้สึก ถึงกับมีรีวิวว่า “การ์ตูนเรื่องนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า” และไม่ควรดูติดต่อกันเกิน 3 ตอน เพราะแต่ละตอนที่ผ่านไป อาจจะทำให้รู้สึกสิ้นหวังในมนุษย์ได้ เหยื่อแต่ละคนที่ถูกรังแก ล้วนไร้ทางสู้ และหลายรายที่ทำสัญญากับเอนมะ ไอ ล้วนจบลงอย่างสิ้นหวัง และสะท้อนให้เห็นว่าการบูลลี่ไม่ได้จบลงง่ายดายเพียงแค่ใครได้รับโทษ แต่ผลกระทบนั้นกินวงกว้าง แถมการรังแกก็ไม่ได้มีอยู่เพียงแต่ในรั้วโรงเรียนมัธยมเท่านั้น หากแต่ในสังคมภายนอกก็ยังคงมีเหยื่อของการถูกรังแกในรูปแบบที่แตกต่างกันไป และเหยื่อที่เจ็บปวดจนต้องทำสัญญามรณะนี้มีมากมาย โดยตัวละครเอนมะ ไอ ที่ต้องส่งทุกคนไปลงนรก กลับต้องแบกรับความรู้สึกสิ้นศรัทธาในมนุษย์อยู่ไปชั่วนิรันดร์เช่นกัน
แม้จะมีผู้ให้ข้อสังเกตว่า Jigoku Shoujo มีความเป็นภาพกลับของ Death Note ที่เมื่อกรอกชื่อลงไปในสมุดมรณะก็สามารถปลิดชีวิตคนได้เช่นกัน แต่ความแตกต่างคือ Death Note เป็นการพูดถึงตัวละครเด็กหนุ่มที่อยากจะกุมอำนาจพิพากษาโลกไว้ที่ตัวคนเดียว แต่ทว่าตุ๊กตาฟางของเอนมะ ไอนั้นได้เผื่อพื้นที่ให้ผู้ใช้ได้ตัดสินใจ และคนคนนั้นจะเป็นใครก็ได้ที่มีสิทธิ์กุมชะตาชีวิตของคนที่เราเกลียดไว้ในมือบนความอ่อนแอ เธอหยิบยื่นอำนาจนั้นให้กับคนที่อ่อนแอ และดูว่าเมื่อคนที่ถูกกดจนแหลกสลาย พอได้อำนาจมาแล้วโลกทั้งใบก็กลายเป็นนรกได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น อำนาจนี้มาพร้อมกับข้อแลกเปลี่ยน อนิเมะเรื่องนี้ไม่ได้ให้อำนาจใครจนล้นเกิน ทุกการกระทำมีราคาต้องจ่ายกลับเสมอ แถมเจ็บปวดมากเสียด้วย
เพราะมนุษย์นั้นอ่อนแอ เปราะบาง และไม่เคยเรียนรู้
“กล่าวกันว่าโลกมนุษย์คือดินแดนแห่งบาปกรรม ผู้คนถูกเชื่อมเอาไว้ด้วยบ่วงกรรม ดุจดังดอกฮิกันที่บอบบาง ความโกรธเกรี้ยว ความเศร้าโศก และหยดน้ำตาที่หลั่งใหล เมื่อมนุษย์หลงงมงายอยู่ในวังวนเหล่านี้ ความแค้นที่ไร้ทางอภัยจะได้รับการชำระ”
คำโปรยเปิดเรื่องในซีซันแรก เป็นคำกล่าวที่บ่งบอกความเป็น “สัญญามรณะ ธิดาอเวจี” ได้ดีที่สุด ด้วยเนื้อหาที่เข้าใจเนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์ได้ดี และเรื่องราวที่แม้จะเล่าเรื่องในยุคใหม่ แต่เมื่อพาย้อนอดีตไปถึงจุดเริ่มต้นของการเกิดขึ้นของธิดาอเวจี ความเจ็บปวดและการคร่าชีวิตผู้อื่นเพียงเพราะตัวเองเปราะบางนั้น ไม่ได้เพิ่งมาเกิดเอาในรั้วโรงเรียนมัธยมสมัยใหม่ หากแต่เกิดมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของมนุษย์ ที่ต่างหลงมัวเมาในบาป อ่อนแอ และโหยหาอำนาจมาอย่างช้านานนั่นเอง
Jigoku Shoujo เป็นอนิเมะที่ไม่ได้เป็นกระแสนิยมมากนัก ด้วยเนื้อหาที่หนักหน่วง แต่ความสำเร็จก็ยังได้ต่อยอดเป็นสื่ออื่น ๆ อย่างมากมาย ทั้งฉบับคนแสดง และฉบับภาพยนตร์ที่เพิ่งฉายไปเมื่อปี 2019 นี้เอง โดยปรับมาเป็นภาพยนตร์สยองขวัญอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทุก ๆ เวอร์ชัน ต่างดึงเอาเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปมาเล่าใหม่ แต่เนื้อหาของการสะท้อนความโหดร้ายของการถูกบูลลี่ยังคงเป็นแก่นหลักสำคัญของเรื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มนุษย์ยังคงเปราะบาง และเจ็บปวดเสมอมา
ปัจจุบันในภาคล่าสุด ตัวละครเอนมะ ไอ ได้ปลดประจำการการเป็นธิดาอเวจี และส่งต่อให้กับคนใหม่อย่าง มิจิรุ ในซีซันที่ 4 แล้ว โดยมิจิรุจะทำหน้าที่แก้แค้นให้กับเหยื่อในยุคสมัยใหม่ ที่เป็นยุคของการบูลลี่กันบนโซเชียลมีเดีย แต่ก็เธอก็จะแนะนำชี้ทางสว่างให้ก่อนที่จะมอบตุ๊กตาไป ส่วนตัวของไอและเหล่าภูตผู้รับใช้ในภาคแรก ต่างได้พบกับความสงบที่แท้จริงในสัมปรายภพ และเฝ้ามองดูมนุษย์จากภพอื่น หวังว่าความโหดร้ายจากการรังแกคนอื่นจะหมดสิ้นไปได้สักวันนั่นเอง
อ้างอิง
