โอลิมปิก 1936 ถึง ซีเกมส์ 2025

เพื่อน ๆ ลองนึกภาพตาม เมื่อพูดถึงการจัดอีเวนต์กีฬาระดับชาติหรือระดับโลก ทุกคนรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของเหรียญรางวัล แต่มันคือการประกาศศักดา เป็นการโชว์ ‘ความหน้าใหญ่’ ของประเทศว่าฉันเจ๋ง ฉันพร้อม ฉันมีระบบ และฉันมีเงิน มันคือการแปลงสนามกีฬาให้เป็นเวทีโฆษณาชวนเชื่อขนาดยักษ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ แต่เรื่องตลกร้ายดันเกิดขึ้นกับประเทศไทยที่ได้เป็นเจ้าภาพกีฬา ‘ซีเกมส์’ ในปี 2025 ซึ่งกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีการประชาสัมพันธ์ที่เงียบเหงา การทำภาพโปรโมตงานและการจัดการที่ต้องบอกว่าดูเหมือนไม่การเตรียมความพร้อม

เมื่อย้อนประวัติศาสตร์กลับไปเมื่อ 89 ปีที่แล้ว การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เบอร์ลิน ปี 1936 ‘อดอล์ฟ ฮิตเลอร์’ กลับตั้งใจจัดอย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เยอรมนีเศรษฐกิจฝืดเคืองและพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 แต่เป้าหมายของฮิตเลอร์นั้นชัดเจน ว่าคือการโฆษณาว่าชาติเยอรมนีของตนเองนั้นสุดจะยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าพวกเขาทุ่มเทและทำสำเร็จ ในขณะที่ไทยกลับสะดุดขาตัวเองล้มดตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขณะกำลังนั่งชมกีฬาโอลิมปิก
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขณะกำลังนั่งชมกีฬาโอลิมปิก

ฮิตเลอร์สอนการสร้างภาพ ทุ่มทุนเพื่อความน่ากลัวอย่างมีระบบ

หากต้องการจะ “หน้าใหญ่” บนเวทีโลกจริง ๆ ฮิตเลอร์ได้สอนบทเรียนที่ละเอียดถี่ถ้วนไว้แล้วในปี 1936 โอลิมปิกที่เบอร์ลินไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันกีฬา แต่เป็นการปฏิบัติการทางโฆษณาชวนเชื่อที่ถูกวางแผนไว้แล้ว เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ของเยอรมนีในฐานะประเทศที่สงบสุขและมีอารยธรรม ซึ่งเพื่อความหน้าใหญ่ที่ยั่งยืน ฮิตเลอร์ได้ทุ่มทุนมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐาน ที่สำคัญที่สุดคือสนาม ‘Olympiastadion’ สัญลักษณ์ของอำนาจและการออกแบบที่น่าเกรงขาม 

สนามแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1934-1936 ด้วยงบประมาณสูงถึง 43 ล้านไรชส์มาร์ค ถูกออกแบบโดย ‘Werner March’ ให้มีความสง่างามและน่าเกรงขาม มีการสร้างส่วนของอัฒจันทร์ให้อยู่สูงจากพื้นดิน 13 เมตรเพื่อสร้างภาพที่ดูยิ่งใหญ่ การลงทุนขนาดนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อที่ว่า การสร้างภาพลักษณ์ระดับชาติจะต้องมาจากรากฐานทางกายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

สนามกีฬา Olympiastadion ในปี 1936
สนามกีฬา Olympiastadion ในปี 1936

ความหน้าใหญ่ของฮิตเลอร์ไม่ได้หยุดแค่สถาปัตยกรรม แต่ยังขยายไปถึงการสร้างสรรค์สื่อด้วย โดยได้ว่าจ้าง ‘Leni Riefenstahl’ ผู้สร้างภาพยนตร์คนโปรดของฮิตเลอร์ซึ่งโด่งดังจาก Triumph des Willens (ชัยชนะแห่งเจตจำนง) มากำกับภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิกชุด ‘Olympia’ นี่คือการใช้อำนาจรัฐเพื่อสร้างผลงานที่ซับซ้อนและมีศิลปะสูง ซึ่งต่อมาผลงานชิ้นดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ปี 1938

การลงทุนในภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่การบันทึกเหตุการณ์ แต่เป็นการถ่ายทอดอุดมการณ์ฟาสซิสต์ผ่านความงามทางกายภาพที่เน้นย้ำถึง “ความงามเหนือมนุษย์” และแนวคิดแบบคลาสสิกของ “อารยัน” ที่สมบูรณ์แบบ การจัดการอีเวนต์ระดับโลกของนาซีได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า การโฆษณาชวนเชื่อจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อมันถูกนำเสนอในรูปแบบอันไร้ที่ติทางเทคนิคและศิลปะ นี่คือมาตรฐานที่สูงลิบที่ใช้ในการควบคุมและปั้นแต่งภาพลักษณ์ของตนเอง

นอกจากนี้ การสร้างพิธีกรรมที่ทรงพลังก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ พวกนาซีเป็นผู้ริเริ่มการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก (Olympic torch relay) ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับและชื่นชม ความสามารถในการสร้างสรรค์พิธีกรรมใหม่ ๆ ที่ดูยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ คือเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพในการจัดการและปั้นแต่งภาพลักษณ์ของรัฐบาล

สัญลักษณ์นาซีที่มีให้เห็นเต็มไปหมดในโอลิมปิกปี 1936
สัญลักษณ์นาซีที่มีให้เห็นเต็มไปหมดในโอลิมปิกปี 1936

วิกฤตซีเกมส์ 2025 กับความหน้าแหก

ตัดภาพมาที่ประเทศไทยในปี 2025 ความคาดหวังในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ก็ไม่ต่างจากการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่และความพร้อมทางโลจิสติกส์ แต่แทนที่จะเป็นเรื่องราวความยิ่งใหญ่ กลับกลายเป็นเรื่องเล่าของความงุนงงสับสน และความล้มเหลวแบบมือสมัครเล่นซีเกมส์ที่เงียบที่สุดในประวัติศาสตร์ กับเงิน 8 ล้านบาทที่หายไป ในขณะที่งานกีฬาใหญ่ ๆ ควรจะเต็มไปด้วยกระแสความตื่นเต้นและงานโปรโมตที่หวือหวา แต่ซีเกมส์ 2025 กลับถูกขนานนามว่า เป็น “ซีเกมส์ที่เงียบที่สุดในประวัติศาสตร์”

ชาวไทยจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการแข่งขันจะเริ่มเมื่อไหร่หรือจัดที่ไหน การขาดการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นวงกว้างเช่นนี้ ถือเป็นการทำลายโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ระดับชาติ และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน สิ่งที่ตลกขบขันและน่าเจ็บใจที่สุดคือเรื่องของงบประมาณประชาสัมพันธ์ มีการเปิดเผยว่า โครงการ “บริหารจัดการการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ที่เป็นทางการ” ได้รับอนุมัติงบประมาณสูงถึง 8,000,000 บาท โดยงบประมาณก้อนโตขนาดนี้ควรจะนำมาซึ่งชิ้นงานประชาสัมพันธ์ระดับพรีเมียม แต่สิ่งที่สาธารณชนได้รับคือความผิดหวัง

ส่วนดราม่าร้อนระอุที่สุด คือการใช้ภาพกราฟิกที่มีลักษณะคล้ายกับการสร้างสรรค์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Generated)

โปสเตอร์ซีเกมส์ 2025 ของไทยที่ถูกวิจารณ์
โปสเตอร์ซีเกมส์ 2025 ของไทยที่ถูกวิจารณ์

ภาพเหล่านั้นแสดงความผิดพลาดที่เห็นได้ชัดเจน นี่คือชิ้นงานที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการทำงานแบบ “สุกเอาเผากิน” สวนทางกับงบประมาณ 8 ล้านบาทอย่างสิ้นเชิง การใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อ “งานเผา” ที่ AI สร้างโดยไม่มีการตรวจสอบแก้ไข ถือเป็นการบ่งชี้ถึงความล้มเหลวในการกำกับดูแลโครงการ สู้ไม่ได้แม้กระทั่งระบอบนาซีในปี 1936 โดยในปี 2025 เราทุ่มเงินหลายล้านบาทเพื่อผลิตงานที่เพียงแต่เปิดโปงความไร้ระเบียบและความไม่เป็นมืออาชีพของฝ่ายจัดงานต่อหน้าสาธารณชน 

ความแตกต่างระหว่าง “ประสิทธิภาพ” กับ “ความไร้ประสิทธิภาพอันน่าอับอาย”

ความล้มเหลวที่ใหญ่หลวงกว่าดราม่าออนไลน์คือ ความผิดพลาดทางเทคนิคและพิธีการที่เกิดขึ้นต่อหน้าทีมกีฬาจากประเทศเพื่อนบ้านในสนามแข่งขันจริง เหตุการณ์เหล่านี้ได้กัดกร่อนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพที่ “พร้อม” และ “เป็นมืออาชีพ” อย่างรวดเร็ว ขณะที่สนาม ‘ราชมังคลากีฬาสถาน’ ซึ่งเป็นสนามกีฬาหลัก มีการขอใช้งบประมาณปรับปรุงไปกว่า 125 ล้านบาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลชายรอบแรกคือความล้มเหลวพื้นฐานที่สุดของระบบ ไม่ว่าจะเป็นเพลงชาติขัดข้อง โดยในนัดเปิดสนามระหว่าง ลาว-เวียดนาม ระบบเครื่องเสียงกลับมีปัญหา ทำให้ดนตรีเพลงชาติของทั้งสองทีมไม่ดังขึ้น ทำให้ทีมนักกีฬาต้องยืนร้องเพลงชาติกันแบบสด ๆ กลางสนาม 

‘นายก้องศักด ยอดมณี’ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต้องออกมาชี้แจงทันทีว่า เป็นความผิดพลาดของระบบเสียงและไม่ใช่ปัญหาลิขสิทธิ์ การไม่สามารถเปิดเพลงชาติให้ประเทศผู้มาเยือนได้ถือเป็นความล้มเหลวร้ายแรงด้านมารยาททางการทูตและการจัดงาน ในขณะที่ฮิตเลอร์คิดค้นพิธีกรรมระดับโลกอย่างการวิ่งคบเพลิงเพื่อสร้างความขลัง แต่เรากลับไม่สามารถทำพิธีการพื้นฐานที่สุดให้สมบูรณ์ได้เลยแม้แต่น้อย

ในนัดต่อมาระหว่าง ติมอร์ เลสเต-ไทย ซึ่งมีการแข่งขันในช่วงค่ำ พบว่าไฟสนามติดเพียงบางส่วน มีรายงานว่าหลอดไฟหลายดวงเสีย และไม่มีสต๊อกสำรองสำหรับเปลี่ยน จนต้องเร่งประสานงานไปยืมหลอดไฟจากสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

แม้จะมีการใช้จ่ายด้วยงบประมาณ 125 ล้านบาทในการปรับปรุงไปแล้ว แต่ยังต้องเผชิญกับปัญหา “ไฟดับ” และการต้อง “ยืมหลอดไฟ” จากต่างจังหวัดมาใช้ คือหลักฐานที่ชัดเจนว่าเงินไม่ได้ถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารงานขาดความพร้อมอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ยังมีการวิจารณ์ว่า ป้ายสปอนเซอร์ในสนามมีขนาดใหญ่กว่าโลโก้ซีเกมส์อย่างเห็นได้ชัด นี่คือการยืนยันทางสายตาว่า การให้ความสำคัญในอีเวนต์นี้อาจมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางการค้า และผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าการยกระดับภาพลักษณ์กีฬาของชาติ บทเรียนที่มืดหม่นแต่ชัดเจนจากการเปรียบเทียบครั้งนี้ก็คือ ความทะเยอทะยานระดับชาติในการสร้างหน้าตาให้ประเทศนั้นไร้ความหมาย หากปราศจากความสามารถในการบริหารจัดการขั้นพื้นฐาน ความใส่ใจ รวมไปถึงความโปร่งใสอย่างเห็นได้ชัด

ฮิตเลอร์ในงานโอลิมปิก
ฮิตเลอร์ในงานโอลิมปิก

ฮิตเลอร์แสดงให้เห็นว่า การจะควบคุมการรับรู้ของโลกได้นั้น ต้องอาศัยความพิถีพิถันและการทุ่มเทอย่างหนักในทุกรายละเอียด ตั้งแต่สถาปัตยกรรมไปจนถึงการผลิตภาพยนตร์ ในทางกลับกัน การจัดการของไทยในปี 2025 ได้แสดงให้เห็นว่า งบประมาณที่ใหญ่โตไม่ได้รับประกันถึงประสิทธิภาพ ความล้มเหลวในการจัดงานกีฬาขนาดใหญ่สามารถทำลายภาพลักษณ์ของประเทศเจ้าภาพได้จริง และอาจส่งผลให้ภาพลักษณ์นั้นแย่ลงกว่าเดิม 

เมื่อการจัดงานระดับภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือในอาเซียนถูกทำลายด้วยความผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพลงชาติไม่ได้ ป้ายโปรโมตใช้ AI ทำงานแบบรีบ ๆ หรือไฟสนามดับในค่ำคืนสำคัญ มันได้ส่งสัญญาณไปยังทั้งภูมิภาคและโลกภายนอกว่า ระบบบริหารจัดการของเรามีช่องโหว่ร้ายแรง

อันที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องมีสถาปนิกนาซีผู้ยิ่งใหญ่ หรือผู้กำกับโฆษณาชวนเชื่อระดับรางวัลออสการ์ เพื่อจัดกีฬาซีเกมส์ให้ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ คือการบริหารงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ให้สามารถรับประกันได้ว่าเงิน 8 ล้านบาทจะถูกใช้ไปเพื่อจ้างมนุษย์มาทำกราฟิกที่ถูกต้อง เงิน 125 ล้านบาทจะทำให้อุปกรณ์ในสนามใช้งานได้จริง และที่สำคัญที่สุด ผู้จัดงานต้องจำให้ขึ้นใจว่าการเคารพเพื่อนบ้านขั้นพื้นฐานที่สุด คือการเปิดเพลงชาติของพวกเขาให้ดังชัดเจน

อ้างอิง

AUTHOR

ชอบเล่าเรื่องการเมือง ชอบพบเจอผู้คน สนุกกับการพูดคุย ชอบดูการ์ตูน อ่านหนังสือ ที่สำคัญติดบ้าน ติดดิน แต่ไม่ติดลม