เชื่อว่านักฟังเพลงในไทยคงไม่มีใครไม่รู้จักกับเจ้าของฉายา ‘เจ้าพ่อเพลงรัก’ ที่มีผลงานแสนอมตะ ฟังเมื่อไหร่ก็เพราะเมื่อนั้น อย่าง ‘บอย โกสิยพงษ์’ นักแต่งเพลง นักร้อง โปรดิวเซอร์ และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลง Bakery Music และ LOVEiS ผู้ซึ่งเขินทุกครั้งที่คนรอบข้างเรียกเขาด้วยฉายาแบบนั้น เพราะจริง ๆ เขาเชื่อว่าตัวเองไม่ใช่คนแบบนั้น เพียงแต่ที่ทุกอย่างออกมาเป็นในแบบที่มันเป็นได้ ทั้งการแต่งทำนองที่ติดหู แต่งเนื้อร้องที่ลึกซึ้งกินใจแฟนเพลงทั่วประเทศ เขาบอกเสมอว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้ามอบให้กับเขา
แม้จะดูนามธรรม จับต้องไม่ได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาให้สัมภาษณ์ หรือจัดเวิร์กช็อปเรื่องการแต่งเพลง และก็ได้มอบมุมมองที่น่าสนใจจากประสบการณ์เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานเพลงมาอย่างโชกโชน วันนี้เราจะขอ SUM UP แนวทางการแต่งเพลงที่น่าสนใจของบอย มาให้ทุกคนได้เข้าใจที่มาที่ไปของผลงานในแบบของเขากัน
เริ่มต้นจากเนื้อหาแรกที่ ‘แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข’ เขียนเอาไว้ในหนังสือ ก่อนความฝันจะล่มสลาย บท เข้าถ้ำโยดาและยูเรก้าโมเมนต์ ซึ่งเขาได้มีโอกาสเข้าห้องอัดเพลง ดูกระบวนการทำงานของบอยช่วงที่กำลังแต่งเพลงในอัลบั้ม BoydPod Bitter Sweet (2550)
ขั้นตอนแรกคือการที่บอยจะทำพาร์ตดนตรีทั้งหมดที่อเมริการ่วมกับ David Vasquez คนทำเพลงคู่บุญของเขา ก่อนจะนำดนตรีทั้งหมดมาเปิดในสตูดิโอ และเริ่มต้นร้องทำนองออกมาเลย แสตมป์เล่าว่านี่คือกระบวนการทำงานที่ดูไร้ตรรกะ เพราะบอยจะร้องภาษาสมมติโดยไม่มีการคิดคำนวณใด ๆ ทั้งสิ้น ปล่อยทุกอย่างออกไปด้วยเมโลดีที่คิด ณ ขณะนั้น
สมมติว่าบอยกำลังจะแต่งเพลง รักคุณเข้าอีกแล้ว
เนื้อเพลงที่เราได้ยินจริง ๆ ร้องว่า “เก็บ เพลง รัก นี้ ไว้ เป็น ของ ขวัญ”
บอยจะร้องตอนแต่งทำนองว่า “ซัม โฟล ล้อบ เกิ๊บ สะ เกิ๊บ สะ เกิ๊บ”
แสตมป์เล่ามุมมองของตัวเองไว้ว่า เมื่อบอยร้องภาษาสมมติที่ไร้แรงดึงดูดทางความคิดไปด้านใดด้านหนึ่ง จะทำให้สิ่งที่กำลังคิดในหัวไม่สามารถมีเกณฑ์ใดใช้ตัดสินความถูกผิดในกระบวนการได้ จึงทำให้ทำนองของบอยมีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ และไม่เหมือนใคร
โดยเนื้อหาดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากบอยแล้วในรายการ คุยคุ้ยเพลง by ป๋าเต็ด ทาง Youtube Channel ป๋าเต็ด ว่า “คือเวลาผมแต่งเพลง ผมจะใช้ความรู้สึกจากปฏิกิริยาตอบโต้ของตัวเองที่มีต่อเสียงที่ได้ยิน หรือ Chord Progression (ทางเดินคอร์ด) ที่มีอยู่ เราได้ยินอะไรก็จะร้องลงไปเลย ดังนั้นพอเราตอบโต้แบบที่ไม่มีโอกาสคิด ภาษามันก็อาจจะฟังไม่รู้เรื่อง คนเลยเอาไปพูดกันว่าเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว” รวมถึงยังได้เปิดรูปแบบการร้องภาษาสมมตินี้ให้ฟังในรายการอีกด้วย ซึ่งจริง ๆ ก็เหมือนเราฮัมเพลงดำน้ำตามดนตรี ไหลไปตามอารมณ์และความรู้สึกของเรา ณ ขณะนั้นเท่านั้นเอง ฉะนั้นข้อสำคัญอีกอย่างก็คือดนตรีที่แต่งมา จะพาเราให้ฮัมไปทางไหนต่างหาก
ถัดมาช่วงการแต่งเนื้อร้องของบอย เมื่อเขาได้เมโลดีภาษาสมมติมาแล้ว แสตมป์เล่าต่อในหนังสือว่า บอยจะเริ่มนั่งฟังและนึกตามว่าเรื่องราวควรจะแทนด้วยคำพูดอะไรดี ตามแผนที่โครงสร้างการแต่งเพลงป๊อป ที่มีการกำหนดองค์ประกอบของเพลงไว้หลัก ๆ แล้ว จาก Intro – Verse – Pre – Chorus – Verse 2 – Pre 2 – Chorus – Bridge – Solo – Chorus – Outro เป็นอันจบกระบวนการ ซึ่งอาจจะไม่ต้องไล่ลำดับไปตามนี้ก็ได้เช่นกัน แต่ใจความสำคัญที่แสตมป์กล่าวไว้คือ ในท่อนต่าง ๆ จะเป็นหมุดปักเอาไว้เสมอว่าถึงตรงนั้นจะเล่าอะไร ต่อด้วยอะไร และเนื้อหาทั้งหมดจะสรุปเป็นประโยคเพียงประโยคเดียวได้ว่าอย่างไร
เมื่อเห็นโครงคร่าว ๆ แล้ว บอยก็จะตะลุยร้องไปตามเมโลดีที่วางไว้ แล้วภาษาสมมติก็จะกลายร่างเป็นภาษามนุษย์ที่สามารถเล่าเรื่องราวตามโครงที่วางไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจำเป็นต้องใช้หัวใจ และความรู้สึกเยอะมากในการทำให้เรื่องราวดังกล่าวลื่นไหล เล่าเรื่องราวแบบไม่ได้เล่า และร้องเพลงแบบไม่ได้ร้องขนาดนั้น
จริง ๆ แล้วบอยก็ได้เล่าไว้ในรายการ คุยคุ้ยเพลง by ป๋าเต็ด ว่า วิธีการแต่งเพลงแบบนี้คือวิธีการที่ชาวเบเกอรี่ใช้กันบ่อย นั่นคือการแต่งเพลงจากบนลงล่าง ไล่ไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ซึ่งปกติเวลาบอยได้รับโจทย์ให้แต่งเพลงโฆษณา ก็มักจะต้องถูกตีกรอบว่าเนื้อหาแต่ละส่วนต้องเล่าคำ ข้อความ สโลแกน หรือประโยคอะไรบ้าง พอมาแต่งเพลงของตัวเองเลยพยายามจะไม่มีกรอบมากำหนดมาก ตั้งใจความหลักไว้อย่างเดียว แล้วปล่อยให้เพลงพาไปเลย อย่างเช่นในเพลง สัญญา, ผ้าเช็ดหน้า, Pass The Love Forward, Live & Learn หรือเพลงอื่น ๆ อีกมากมายของเขา
ซึ่งป๋าเต็ดก็รู้สึกถึงความเป็นที่มาที่ไปในการทำเพลงแบบบอยเช่นกันว่า เขาเป็นคนทำเพลงที่ไม่ได้คิดท่อนจำ ไม่ได้มีคำตีหัวเข้าบ้าน แต่บอยคือคนแต่งเพลงที่เน้นให้คนจำเป็นเรื่องทั้งเรื่องจากเนื้อหาทั้งเพลง ที่ทำให้คนจดจำวิธีการเล่าในแบบของเขาได้เป็นอย่างดี อย่างที่เรารู้กันว่าเพลงของเขานั้นทรงคุณค่ามากแค่ไหน และเขาก็เป็นหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญให้ผู้คนในวงการเพลงมากมายมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา
- https://www.youtube.com/watch?v=wG1ednY0iVw
- https://adaymagazine.com/boy-kosiyapong/
- หนังสือ ก่อนความฝันจะล่มสลาย โดย แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข (2556)
