มิตรแท้ที่จริงใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับธรรมะ เพราะธรรมะที่แท้ไม่มีคำปลอบใจฉันใด มิตรแท้ที่จริงใจก็ไม่มีจริงฉันนั้น จิตใจมนุษย์ยากจะหยั่งถึง สลับซับซ้อนและอันตรายกว่าเขาวงกตในการประลองเวทไตรภาคีแฮรี่พอตเตอร์ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงรับบทเป็น ‘ผู้กระทำ’ สลับกับบท ‘โดนทำร้าย’ เมื่อคุณโดนหักหลังหนึ่งครั้ง คุณจะระวังตัวมากขึ้น เล่ห์เหลี่ยมมากขึ้น จนบางครั้งเหลี่ยมคมนั้นก็ไปเผลอบาดใครเข้าจนกลายเป็นแผลแห่งการหลอกลวง ส่งต่อกันเหมือนเชื้อโรค หรือที่เลวร้ายกว่านั้นประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมก็ขัดเกลาให้คุณกลายเป็นพาหะนำโรคเสียเอง หลอกลวง เชื่อมโยง ชักใยเหล่าไก่อ่อนหน้าใหม่ในสนามเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เพื่อที่จะไม่กลับไปเจ็บช้ำเหมือนที่เคยผ่านมา แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดี
ศาสตราจารย์ อานิตา เคลลี (Anita Kelly) อธิบายในบทความที่โพสต์ลงเว็บไซต์ Psychology Today ว่านักวิจัยได้ศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมระหว่าง “ผู้ชักใยและผู้ถูกหลอกลวง” พบว่า ผู้ที่ซื่อสัตย์และอ่อนน้อมถ่อมตนมีสิทธิ์ถูกใช้ประโยชน์และล่อลวงได้ง่าย โดยเฉพาะบุคคลที่มีลักษณะจริงใจ ยุติธรรม และไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ในทางกลับกันลักษณะของผู้ชักใยหลอกลวงมักจะไม่ซื่อสัตย์ หยิ่งยโส และขาดความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายิ่งเราเป็นคนดีมากเท่าไหร่ ผู้ชักใยก็จะหลอกลวงได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิดที่มีความสนิทสนม มีความไว้วางใจ มีความซื่อสัตย์ ยิ่งเหมาะแก่การหลอกล่อหาผลประโยชน์ แค่คำพูดชี้นำเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะหลอกล่อให้ฝ่ายตรงข้ามยอมทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ
ศาสตราจารย์อานิตายังกล่าวเสริมอีกว่า ผู้ชักใยไม่ไว้ใจใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พวกเขามักคิดว่าคนรอบข้างเข้ามาเพื่อหวังกอบโกยผลประโยชน์เช่นกัน ด้วยชุดความคิดแบบนี้เอง ที่ทำให้พวกเขามักมองคนอื่นด้วยเลนส์สองชั้นเสมอ หวาดระแวง ไม่ไว้ใจใคร และพร้อมตีสองหน้าเสมอ ซึ่งคุณลักษณะแบบนี้ทำให้พวกเขาเป็น ‘ตัวอันตราย’ โดยเฉพาะในสังคมแห่งการทำงานที่มีเรื่องผลประโยชน์ในเชิงประจักษ์ ที่เหล่าแกะตัวน้อยไร้เดียงสาผู้น่ารักรู้ทันและหาวิธีป้องกันไว้สักเล็กน้อยก็ดี หากคุณรู้ตัวว่ากำลังถูกหลอกใช้นั่นไม่สายเกินกว่าที่จะแก้ไข และนำตัวเองออกมาจากวังวนที่แสนโสมมนี้
ให้อภัยตัวเองที่ถูกหลอก
ถึงแม้มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการให้อภัยใครก็ตามไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง แต่คุณอย่าลืมว่าต้นตอของเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของคุณหากวัดกันที่เจตนา ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจาก ‘ความไม่รู้’ ซึ่งไม่ได้แปลว่ามันผิด ทุกคนมีสิทธิที่จะ ‘เรียนรู้’ และแก้ไขมันจากความผิดพลาด ดังนั้นโอบกอดตัวเองและให้อภัยกับเรื่องที่ผ่านมา ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ แต่เราทำให้ปัจจุบันส่งผลดีกับอนาคตของตัวเราเองได้อย่างแน่นอน เพราะหากเราไม่ยอมรับสิ่งที่พลาด เราจะไม่สามารถทำสิ่งที่ดีกว่าได้อีกเลย
อย่ากลับไปเป็นเหยื่อของผู้ชักใยอีก
เมื่อรู้ทันเขาแล้วก็อย่ากลับไปเป็นเหยื่อของเขาอีก หากเขาหลอกใช้คำพูดของคุณด่าทอคนอื่น เพื่อไม่ให้มือของเขาเปื้อนเลือด สิ่งที่ต้องทำคือ พูดด้วยใจของตนเองเพื่อตนเองเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องพูดเพื่อใครอีก ไม่จำเป็นต้องเป็นหมากในเกมของใคร ปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม และถอยออกมาจากเขาหนึ่งก้าว ทุกครั้งที่เขาร้องขอให้คุณทำอะไรที่มีแนวโน้มสนับสนุนผลประโยชน์ส่วนตัวของเขา หรือหากผู้ชักใยพยายามเอาเปรียบคุณผ่านการกระทำบางอย่าง คุณอาจพูดอย่างประณีประนอมในครั้งแรก และพูดอย่างตรงไปตรงมาในครั้งต่อไป เพื่อให้เขาหยุดหลอกใช้คุณเสียที
เรียนรู้และเท่าทันคนหลอกลวง
แน่นอนวิธีนี้จะไม่ขจัดผู้ชักใยในชีวิตคุณออกไปหมดจดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันดีกว่าที่คุณสามารถรู้ทันคนเหล่านี้ได้ และก้าวนำเกมของพวกเขาไปก้าวหนึ่งอยู่เสมอ คุณต้องพยายามสังเกตสีหน้า แววตา ท่าทาง และคำพูดที่สื่อไปถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งคุณอาจต้องลองผิดลองถูกไปก่อนในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะว่าคนที่มันไม่จริงใจ ไม่นานมันจะค่อย ๆ แสดงธาตุแท้ออกมาอย่างแน่นอน อย่าเชื่อเสียงซุบซิบนินทาในวงออฟฟิศมาก แต่ก็อย่าได้นิ่งนอนใจไป เพราะบางข้อเท็จจริงก็มีความจริงแอบแฝงอยู่ในนั้น ใช้ประสบการณ์ในการมองคนให้เป็นประโยชน์
อย่าอายที่เป็นคนขี้คิดมาก
ถึงแม้การคิดมากจะทำให้คนรอบข้างมองว่าคุณเป็นคนจริงจังและเคร่งเครียดเกินไป แต่มันมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการคัดกรองคนที่ผ่านเข้ามา เพราะเราไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าใครบ้างที่สามารถไว้ใจได้ ใครบ้างที่ผ่านเข้ามาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ โดยเฉพาะในสังคมที่ฉาบฉวยนั้นไม่มีอะไรแน่นอน ไม่แปลกหรอกถ้าคุณจะใช้เวลาในการสแกนคนแปลกหน้าที่เพิ่งพานพบ และไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่ขนาดนั้น หากมีคนกล่าวหาว่าคุณไม่เชื่อใจพวกเขา เพราะมันเป็นวาทะกรรมที่คนโกหกมักใช้บ่อย ๆ และพยายามโน้มน้าวให้คุณคิดว่าการคิดมากไปเกี่ยวกับพวกเขาเป็นสิ่งที่ผิด หรือพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตร
อย่างไรก็ตามคุณไม่จำเป็นต้องกีดกันคนทั้งจักรวาลให้ออกไปจากโลกของคุณ เพราะอย่าลืมว่ามีหลายคนที่จริงใจและซื่อสัตย์อยู่ในสังคมนี้ สิ่งที่ต้องทำก็แค่มีวิจารณญาณมากขึ้น ฟังหูไว้หูมากขึ้น และเป็นคนดีให้ถูกจังหวะ โดยใช้ประสบการณ์และเซ้นต์ส่วนตัวให้มีประโยชน์ในการคัดกรองคน อย่าปล่อยให้ใครมาเป็นปลิงสูบเลือดเนื้อและจิตใจอย่างสิ้นเปลือง เพียงเพราะการเป็นคนดีเกินไป แต่เลือกเป็นคนดีที่ฉลาดดีกว่า
ที่มา
