แม้จะผ่านมาแล้วหลายสัปดาห์ แต่กระแสเพลงดังอย่าง ‘I’m ok // not ok’ ของ บอย โกสิยพงษ์ และ ป๊อด ธนชัย ได้ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดซึ้งผ่านบทเพลงแนว “บัลลาด” กับเนื้อหาแสนกินใจจากมิวสิกวิดีโอสุดพีคที่ได้นำ 2 ตัวละครหลักจากเรื่อง ‘เพื่อนสนิท’ อย่าง ‘ดากานดา’ และ ‘หมู’ หรือ ‘ไข่ย้อย’ โคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง
นับเป็นเวลาเกือบ 20 ปีของการแยกทาง เมื่อไข่ย้อย (เลือก) กลับไปคืนหนังสือ “เจ้าชายน้อย “ ให้กับอีกตัวละครอย่าง ‘นุ้ย’ และทิ้งความคิดถึงครั้งสุดท้ายส่ง (คืน) ผ่าน ‘จดหมาย’ ถึงดากานดา กลายเป็นตอนจบที่ได้ทิ้งความรู้สึกค้างคาไว้ให้กับคนดูถึง “การจากลา” โดยไม่ได้กลับมาเจอกันอีกเป็นเวลายาวนาน
จนกระทั่งเพลงนี้ได้เชิญดากานดามานั่งสัมภาษณ์พร้อมกับ ‘เครื่องจับเท็จ’ ที่เป็นตัวแปรสำคัญของเพลงนี้ เมื่อเวลาผ่านมาถึงนาทีที่ 2.34 การมาถึงของแขกคนพิเศษ เมื่อเธอได้ลืมตาแล้วพบกับเพื่อนสนิทอย่างไข่ย้อยอีกครั้ง ห้วงเวลาอันแสนเงียบสงบร่วมประสานกับการขับร้องเข้าถึง ‘อรรถรส’ ได้ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกภายในของตัวละคร แม้จะยังไม่ได้เอยบทสนทนากัน แต่รับรู้ได้ถึงความลึกซึ้งอย่างลงตัวได้สื่อออกมาผ่านบทเพลงนี้ ❤️
วันนี้ SUM UP ขอพาทุกท่านไปเข้าใจถึงรายละเอียดทั้งหมดในเพลงนี้ ที่ถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างทรงพลัง จนกลายเป็นกระแสเพลงดังชั่วข้ามคืน เพราะมันได้กลั่นออกมาอย่าง ‘กลมกล่อม’ จาก ‘ความรู้สึกไม่ชัดเจน’ ภายในใจ สะท้อนผ่าน ‘ความขัดแย้งทางอารมณ์’ นำไปสู่คำตอบสำคัญของไข่ย้อยและดากานดาว่า
ไข่ย้อย (หมู) : “แกโอเคเปล่า?”
ดากานดา : “โอเค”
บทเพลง : “เก็บคำถาม (ตอบ) ไว้ ทั้งที่ ฉัน (ไม่) โอเคเลย” ❤️//💔
สารตั้งต้นจาก “Stand by Me”
โดราเอมอน : “โนบิตะ สะบักสะบอมเลย 🥹”
โนบิตะ : “ฉันชนะแล้ว นายเห็นหรือเปล่า คราวนี้นายก็ไม่ต้องเป็นห่วงฉันแล้วนะ จริงมั้ย 😄”
หนึ่งในฉากสุดซึ้งของสองเพื่อนรักจากการ์ตูนญี่ปุ่นระดับตำนาน ‘ความผูกพัน’ อันแสนลึกซึ้งส่งต่อมาถึงบอย โกสิยพงษ์ เขาได้เปิดเผยว่าที่มาของความรู้สึกที่กระทบกับใจจากฉากนี้ ทำให้เขาได้นำความประทับใจนี้มาถ่ายทอดกลายเป็นเพลง I’m ok // not ok อย่างที่ทุกคนได้ฟังกันแล้ว
โดยเรื่องราว ‘สารตั้งต้น’ มาจากภาพยนตร์ในจักรวาลของ ‘โดราเอมอน’ อย่าง ‘Stand by Me’ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อโดราเอมอนจะต้องลา ‘โนบิตะ’ เพื่อกลับไปยังโลกอนาคตโดยที่เขายังคงห่วงเพื่อนรักคนนี้อยู่ ซึ่งเป็นตัวแทนของ ‘ความอ่อนแอ’ หรือ ‘คนขี้แพ้’ จนทุกคนจะจดจำประโยคที่ว่า “โดราเอมอน! ช่วยฉันด้วย!”
พี่บอยได้กล่าวไว้ว่า โนบิตะจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้โดราเอมอนรู้สึก “สบายใจที่จะจากไป” ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของเรื่อง เมื่อโนบิตะได้เอาชนะคู่ปรับอย่าง ‘ไจแอนท์’ ได้ด้วยตัวเขาเอง แล้วได้กล่าวประโยคข้างต้นที่สื่อเป็นนัยว่า “ฉันโอเคเลย” 😄 ทำให้โดราเอมอนรับรู้ถึงความตั้งใจของโนบิตะ แล้วได้ลาจากไปนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
พี่บอยได้เก็บช่วงท้ายของเรื่องราวไว้… แต่เราจะไปกันต่อ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่แท้จริงของสารตั้งต้นตัวนี้ แม้ว่าโนบิตะจะยอมรับการจากไปของเพื่อนรัก แต่มีอยู่ท่อนหนึ่งของเพลงได้บอกไว้ว่า “แสนจะเป็นห่วงจากใจดวงนี้ ไม่รู้จะมีวันที่ได้พบอีกไหม” สื่อถึงความในใจว่าจริง ๆ แล้ว “มันไม่โอเคเลย” 🥹 จากความรู้สึกของโนบิตะ
จึงเกิดได้เป็นของวิเศษในช่วงท้ายเรื่องอย่าง ‘น้ำยาพูดโกหก’ ซึ่ง ‘การโกหก’ คือการบิดเบือนในความจริง ทำให้โนบิตะดันพูดในช่วงท้ายว่า “โดราเอมอน เขาไม่ได้กลับมาแล้วล่ะ ผมไม่มีวันจะได้เจอเขาอีก” เมื่อคำบอกกล่าวดันใช้ร่วมกับของวิเศษทำให้โดราเอมอนกลับมาหาเพื่อนรักคนนี้อีกครั้ง
และความรู้สึกที่แท้จริงของโนบิตะก็ได้เอยออกมาเป็นคำพูดว่า “ฉันน่ะ ไม่มีความสุขสักนิด ไม่มีความสุขที่สุดจริง ๆ นะ ไม่มีความสุขตลอดไปเลยล่ะ นับจากนี้โดราเอมอนกับฉันจะไม่อยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว” นั่นคือ “การโกหกที่ชัดเจน” เพราะพวกเขาไม่ได้อยากแยกจากกันไปเลย และการโกหกนี้เป็นเพียงการแสดงออกที่กลบ ‘ความรู้สึกในใจ’ ได้อย่างชัดเจน
นั่นทำให้พี่บอยได้แนวคิดสำหรับบทเพลงนี้ด้วยการให้คู่ร้องอย่างพี่ป๊อดและบิวกิ้นได้ถ่ายทอดความรู้สึกแยกออกเป็นมิติที่แตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องของ ‘เนื้อเพลง’ และ ‘โทนเสียงเปียโน’ ที่สื่อถึงคนสองคนจากคนละมิติ ที่สื่อถึงกันผ่านความรู้สึกในช่วงเวลาเดียวกันจนกลายมาเป็นสารตั้งต้นแรกของเพลงนี้ ก่อนนำไปสู่การถ่ายทอดอรรถรสผ่านมิวสิกวิดีโอสุดพิเศษจากภาพยนตร์ไทยเรื่องดังที่ผ่านเวลามายาวนานเกือบ 20 ปี
ห้วงอารมณ์และความรู้สึกจาก “เพื่อนสนิท”
ไข่ย้อย : “ดากานดา ฉันรักแกว่ะ ❤️”
ดากานดา : “แกมาทำอะไรเอาตอนนี้ 💔”
เรื่องราวทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่องเพื่อนสนิทเกิดขึ้นมาจากบทสนทนานี้ นำไปสู่เรื่องราวการเดินทางของหมูหรือไข่ย้อย เดินทางไปเกาะพะงันเพื่อลบเลือน ‘ความรู้สึกผิดหวัง’ จากการถูกปฏิเสธโดยเพื่อนสนิทที่เขาหลงรักอย่างดากานดา แล้วดันไปประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางด้วยเรือ ทำให้เขาจึงต้องอยู่รักษาตัวที่นั่น
จากนั้นก็ทำให้เขาได้พบกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับพยาบาลชื่อ ‘นุ้ย’ จนเกิดเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ หากลองวิเคราะห์จริง ๆ แล้วต้นเหตุทั้งหมดมาจาก “ความรู้สึกไม่ชัดเจน” ตั้งแต่แรกของไข่ย้อย ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกดำเนินมาถึงจุดของ ‘การแยกทางกัน’ ของเขาและเพื่อนสนิทอย่างดากานดา ปล่อยให้ตอนจบทิ้ง ‘ความค้างคา’ เอาไว้เกือบ 20 ปี
แม้ว่าจะรับรู้ว่าไข่ย้อยได้เดินทางไปตามเส้นทางใหม่กับนุ้ย และทิ้งความรู้สึกดี ๆ ที่ส่งไปถึงดากานดา โดยที่ทั้งสองอาจไม่ได้พบกันอีกแล้ว ทำให้ ‘พีท ทสร’ ได้ ‘ครีเอท’ ความสัมพันธ์ครั้งนี้ จากการติดต่อของพี่บอยให้มาช่วยคิดคอนเซ็ปต์ในงานชุดนี้ ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดต่าง ๆ จากบทความของเพจ ‘The Cloud’ ไว้ว่าตอนที่ฟังเดโม่ครั้งแรกทำให้เขานึกถึง “เพื่อนสองคนที่รักกันมาก แต่วันหนึ่งต้องจากกันไป”
เขาได้นึกถึงภาพยนตร์เพื่อนสนิท และเพิ่มไอเดียด้วยการนำเครื่องจับเท็จมาจับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวละคร หลังจากที่พวกเขากำลังจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งในเพลงนี้ ทำให้พีทและทีมงาน ‘Flare Bangkok’ ได้เริ่มสร้างมิวสิกวิดีโอนี้ด้วยความเรียบง่าย แต่สื่อผ่าน ‘ภาษากาย’ ของตัวละคร ทำให้มิวสิควิดีโอตัวนี้เป็นตัวสานต่อคำตอบที่ค้างคาจากช่วงเวลานั้น เข้าถึงความรู้สึกของผู้รับชมเพลงนี้ได้เป็นอย่างดี
ความรู้สึกของดากานดาเมื่อได้พบไข่ย้อยอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เธอคือคนตอบคำถามของการจากลา และเธอเองก็รู้สึกผิดที่ไม่เลือกไข่ย้อยในวันนั้น จนทำให้เรื่องราวทั้งหมดได้เกิดขึ้น เพราะ “ความรู้สึกไม่ชัดเจน” ข้างในใจของสองตัวละคร ทั้งไข่ย้อยที่กลัวเสียความเป็นเพื่อน และดากานดาได้เลือกคนที่ไม่ใช่ ทำให้พวกเขาต้องแยกจากกันทั้งที่ข้างใน “มันไม่โอเคเลย” 💔
❤️ // 💔 “กลมกล่อม” ส่งท้าย
ผู้เขียนชอบเหตุผลของพี่บอยผ่านบทเพลงนี้ เขาบอกว่า “หากคุณคิดถึงใคร หรือมีใครที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ แต่ยังไม่เคยบอกเขา … ลองตัดสินใจส่งเพลงนี้ให้เขาฟังดูนะครับ บางทีเสียงเพลงอาจพูดแทนความรู้สึกที่เรายังพูดไม่ออกก็ได้” หลังจากได้ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอินไปกับมัน สิ่งที่ผู้เขียนได้รับคือการรู้ถึง ‘คุณค่า’ จากเพลงนี้ ทำให้ตัดสินใจตามเก็บรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจ ‘สาร’ ของเพลง ทำให้ได้รู้ถึง ‘ความรู้สึกภายในใจ’ โดยเฉพาะ ‘ความสัมพันธ์’ ที่มีต่อใครสักคน ซึ่งบางครั้งมันไม่สามารถชัดเจนกับ ‘ความรู้สึก’ ได้จริง 🥹
ทำให้เรื่องราวต่าง ๆ จากความไม่ชัดเจนได้ถูกเพลงนี้ช่วยตอบแทนความชัดเจนเหล่านั้น ด้วย ‘ทำนอง’ และ ‘เรื่องราว’ เรียบเรียงกลายเป็นคำตอบของความขัดแย้งทางอารมณ์ แล้วทุกท่านจะค่อย ๆ ยอมรับตามความเป็นจริง ผ่านองค์ประกอบที่รวมกันเป็นเพลงบัลลาดอันแสนกลมกล่อม ที่สามารถส่งต่อเพลงนี้ถึงใครสักคนภายในใจของคุณได้ ❤️
ผู้เขียนขอใช้พื้นที่ตรงนี้อยากขอบคุณพี่บอย พี่ป๊อด บิวกิ้น โดราเอมอน โนบิตะ หมูหรือไข่ย้อยโดยพี่ซันนี่ ดากานดาโดยพี่นุ่น คุณพีทและทีมงาน Flare Bangkok บทความและสัมภาษณ์ดี ๆของคุณศิวะภาค เจียรวนาลี จาก The Cloud ที่ทำให้เรื่องราวของเพลงนี้มันช่างกลมกล่อม จนทำให้ผู้เขียนรู้สึก “โอเค” บ้างแล้ว แม้ว่าภายในใจจะยังมีเรื่อง “ไม่โอเค” อยู่บ้างก็ตาม 🙏🏻❤️🩹
อ้างอิง
- https://youtu.be/AXA8jTk1tFc
- https://www.facebook.com/share/p/1A37hfYcdV/
- https://www.facebook.com/share/v/19986M8o2y/
- https://readthecloud.co/boydpod-mv-im-ok-not-ok
