เพราะกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เมืองศิวิไลซ์ แต่ยังเต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายมากมายที่รอการค้นหา ซึ่งมีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี อย่างที่ชีวิตคนกรุงฯ น่าจะได้เห็นและสัมผัสอยู่ในทุกวัน โดยหลายครั้งหน้าตาของชีวิตคนกรุงก็มักจะถูกถ่ายทอดออกมาในฐานะงานออกแบบ หรือผลงานสร้างสรรค์ที่ยั่วล้อสังคมอยู่บ่อยครั้ง อย่างงานออกแบบที่เราหยิบมาเล่ากันในวันนี้ที่มีสไตล์จัดจ้าน และคิดว่าเป็นอีกหนึ่งแว่นที่ใช้มองเมืองกรุงได้อย่างน่ารักน่าหยิกสุด ๆ

นี่คือ ‘Bangkok Pains The Board Game’ เกมกระดานที่ออกแบบโดยทีม ‘Invisible Ink’ Creative Agency ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ที่สิงคโปร์และกรุงเทพฯ เกิดจากไอเดียการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่คนทั้งโลกทั้งรักทั้งชัง ดูเหมือนจะเป็นอาการไบโพลาร์ แต่เวลาเราเงยหน้าดูอาคารสูงลิ่วในเมืองใหญ่ สายไฟก็จะพรางตากวนใจเล่นบ้าง เดินเท้าในตรอกซอกซอยสำรวจชีวิตผู้คน ทางเดินที่เท้ากำลังเหยียบก็มีจุดต่างระดับพรางตาให้สะดุดเล่น ทุกความหงุดหงิดจากชีวิตประจำวันเหล่านั้นนั่นเองที่ประกอบรวมกันให้กลายเป็นเกมนี้

ทีม ‘Invisible Ink’ เล่าจุดเริ่มต้นการทำเกมนี้ไว้ในหน้าเว็บไซต์ว่ามันมาจากแนวคิดปั่น ๆ ในวันโกหกเมื่อ 1 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ที่พวกเขาโพสต์หน้าตาของบอร์ดเกมจำลองที่ชื่อ ‘The Bangkok Pain: A BKK Survival Board Game’ บอร์ดเกมที่มีหน้าตาช่องตาเดินเหมือนเกมเศรษฐี แต่เปลี่ยนช่องตาเดินจากสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองกลายเป็นรูปสัญลักษณ์แทนปัญหาและสิ่งที่พบเจอจากวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ทั้งทางเท้าที่วางแผ่นปูพื้นบิดเบี้ยว สายไฟพันยุ่งเหยิง ฝาท่อที่เปิดคาไว้โดยไร้ที่มาที่ไป พร้อมทั้งบัตรเสี่ยงโชคในชื่อ ‘SU-KHIT (สู่ขิต)’ และ ‘SA-THU (สาธุ)’ ที่เพิ่มความยั่วล้อจิกกัดเข้าไปจนมีคนสนใจมากพอสมควร

หลังจากการออกทริปของบริษัท ไอเดียนี้ก็ดูจะเกิดขึ้นได้จริงและไม่ใช่บอร์ดเกมจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อวันโกหกอีกต่อไป

‘ความเจ็บปวด’ คือคำหลักที่หยิบมาใช้สร้างบอร์ดเกมสะท้อนชีวิตคนกรุงเทพฯ ขึ้นมา พวกเขาใช้เวลาลองเล่นบอร์ดเกมหลาย ๆ แบบเพื่อหาจุดที่ดีและน่าหยิบมาใช้ จนกลายเป็นเกมที่สามารถสะท้อนหลากหลายแง่มุมของชีวิตในกรุงเทพฯ ได้ โดยมองผ่านความเจ็บปวดและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ชาวเมืองต้องเจอ อย่างการจ่ายค่าเช่า การเปลี่ยนอาชีพ และความประหลาดใจที่ไม่คาดคิด รวมถึงความลำบากในการเดินทางด้วย อีกทั้งพวกเขายังทดลองเล่นมันในหลายเวอร์ชันอีกหลายครั้ง เพื่อทำให้ตัวเกมสะท้อนความสุขและความทุกข์ได้อย่างเท่าเทียมกันในเกมเดียว

หลังจากตัวเกมนิ่งแล้ว สิ่งต่อไปที่พวกเขาทำคือสร้างภาพลักษณ์และหน้าตาของเกมให้น่าดึงดูด ผ่านการเลือกใช้ชุดสีเจ็บ ๆ มาใช้แทนภาพลักษณ์ของเกม อย่างสีแดง (#ED3224), เขียว (#27A95F), น้ำเงิน (#2E5AE5), เหลือง (#FEDA00) และชมพูสด (#FB50C3) รวมถึงชุดภาพกราฟิกกว่า 100 ภาพวาดที่มัดรวมชีวิตของคนกรุงมาใส่ไว้แบบครบถ้วน

อีกทั้งโทนของเกมยังเล่า ‘ความเจ็บปวด’ ด้วยความตลกขบขันที่ถูกสะท้อนผ่านชุดการ์ดเสี่ยงโชค ‘Pain and Gain (ได้หรือเสีย)’ ที่มีการ์ดอย่าง ‘Tasty Tuk-Tuk’ ที่คุณจะเสีย 1,000 บาท เพราะรถตุ๊กตุ๊กนี้มีค่าเดินทางที่สูงกว่าเงินที่คุณจ่ายไปกับมื้อเที่ยงเสียอีก หรือการ์ด ‘ATM Agony’ ที่จะทำให้คุณเสีย 500 บาท เพราะตู้เอทีเอ็มกินธนบัตรที่คุณหยอดเข้าไป รวมถึงยังมีชุดการ์ด ‘Travel (ท่องเที่ยว)’ ที่ทำให้คุณได้เจอโชคดีหรือเผชิญโชคร้ายก็ได้เช่นกัน ชุดการ์ด ‘ทำงาน (Career)’ และ ‘ที่อยู่อาศัย (Property)’ ที่จะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของคุณในเมืองหลวงแห่งนี้อีกด้วย

‘Bangkok Pains The Board Game’ เล่นได้ตั้งแต่ 2-6 คน เป้าหมายของเกมคือหยิบตัวเดินของคุณ อย่าง น้ำปลาทิพรส จานส้มตำ เก้าอี้ซักผ้า ไปจนถึงชามตราไก่ เดินไปตามช่องตาเดินต่าง ๆ เพื่อหาว่าผู้เล่นคนไหนที่จะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ 1 ปีได้โดยมีเงินมากที่สุดและมีความเครียดน้อยที่สุด โดยการใช้ชีวิตในเมืองกรุงแห่งนี้คุณจะต้องเลือกบัตรอาชีพที่คาดว่าจะจ่ายค่าเช่าได้เมื่อผ่านช่อง ‘Pay Rent’ อีกทั้งยังมีช่องตาเดินและบัตรเสี่ยงโชคอีกมากมายที่จะพาชีวิตของคุณขึ้นสุด ลงสุด ในโลกกรุงเทพฯ (จำลอง) แห่งนี้

ที่สำคัญคือเกมนี้จำหน่ายล็อตแรกหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใครอยากซื้อ สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้กับ Invisible Ink ในราคา 1,999 บาท หรือทดลองเล่นได้ที่ The Commons Thonglor, The Commons Saladaeng, BambooESC ก็ได้เช่นกัน

เพราะกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เมืองศิวิไลซ์ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น และนั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่คนให้ความสนใจกับเกมนี้จนขายหมดได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และนั่นก็แปลว่าคนส่วนมากเก็ตว่าภาพของกรุงเทพฯ ถูกสะท้อนผ่านมุมมองความเจ็บปวดได้จริง ๆ ความเจ็บปวดที่ไม่มีทางรักษาหายได้ เพราะมันลุกลามและเรื้อรังมาเป็นเวลาช้านาน ทางเดียวที่เราจะมีความสุขกับมันได้ อาจเป็นการมองความขมขื่นให้กลายเป็นเรื่องตลกอย่างที่เกมนี้กำลังทำ หรือหลายโปรเจ็กต์กำลังเป็นอยู่นั่นเอง

ที่มา

AUTHOR

Content Creator

พนักงานมือใหม่ที่สนุกกับการหาเรื่องมาเล่า ไม่มีสิ่งที่ชอบตายตัว มีแต่สิ่งที่ชอบแล้ว และกำลังหาสิ่งใหม่ที่ชอบต่อไป