จู่ ๆ ที่โกดังย่านคลองเตยก็มีงาน Open House บริษัทสตาร์ทอัปหน้าใหม่ที่ชื่อ ‘Thunder Express’ เกิดขึ้นมา พนักงานในเสื้อคลุมสีเหลืองดำเดินวุ่นทั่วงาน ที่ด้านหลังเสื้อเขียน Motto ว่า ‘ส่งทันใจ ส่งทันเด้อ’ อีกทั้งยังเป็นงานเปิดตัวบริษัทขนส่งสินค้าที่มีผู้คนมาร่วมส่งของกันจนเนืองแน่นเต็มพื้นที่



แท้จริงแล้วนี่คืองานเปิดตัวซีรีส์เรื่องใหม่ของ Netflix ‘สงคราม ส่งด่วน’ ซีรีส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวจริงเพียงบางแง่มุมของการทำธุรกิจ Flash Express จากชีวิตของชายหนุ่มชาวดอยที่ก่อตั้งบริษัทเพียงไม่นานก็ทำให้บริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของไทยได้ โดยหยิบเอาเพียงแก่นบางอย่างมาสร้างเป็นเส้นเรื่องใหม่ที่ไม่ได้อ้างอิงเส้นเรื่องเดิมของธุรกิจบนโลกความจริง ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวของโลกจำลองแห่งการแข่งขันทางธุรกิจ การหักหลัง การต่อสู้ การฝ่าฟัน การเผชิญความยากลำบากจนกลายมาเป็นธุรกิจยูนิคอร์นหมื่นล้านของ ‘Thunder Express’ แบรนด์จำลองภายในซีรีส์
‘สงคราม ส่งด่วน’ เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยชีวิตของ ‘สันติ’ เด็กหนุ่มยากจนจากดอยวาวีผู้มีความฝันในการถีบตนเองและครอบครัวให้พ้นจากความยากจนให้ได้ เขากำฝันมาที่กรุงเทพฯ พร้อม ‘ภาษาจีน’ เป็นทุนตั้งต้นจากที่แม่สอนมาแต่เด็ก ที่นี่เขาพบโอกาสว่าค่าขนส่งพัสดุระหว่างไทยกับจีนแตกต่างกันมาก จึงยอมทุ่มหมดหน้าตัก ก่อตั้งบริษัท ‘Thunder Express’ แล้วกระโจนลงสู่สมรภูมิธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ท้าชนคู่แข่งทุนยักษ์ที่เคยหักหลังเขาอย่างเจ็บแสบ นำไปสู่การเผชิญหน้ากับบททดสอบจากเบื้องบนที่ประดังประเดมาจากทุกทาง ท่ามกลางสนามรบของส่วนแบ่งตลาดมูลค่าหมื่นล้านที่ดุเดือดเลือดพล่านและบ้าระห่ำจนแทบลืมหายใจ



‘วรรณ-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์’ โปรดิวเซอร์จาก GDH เล่าถึงที่มาที่ไปของการทำซีรีส์เรื่องนี้ ว่ามาจากการที่เธอได้ฟังพอดแคสต์เรื่องของแบรนด์สตาร์ทอัปขนส่งแบรนด์ดังกล่าว และอยากหยิบเรื่องราวนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างโลกใหม่ เพราะธุรกิจนี้มันน่าสนใจ ขณะที่ฟังก็ตรงกับช่วง COVID-19 พอดี เป็นช่วงที่ธุรกิจนี้บูมมาก ๆ อีกทั้งเธอเพิ่งรู้ว่ามีคนไทยเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทนี้อยู่ด้วย
หลังจากได้ฟังเรื่องราวและเห็นว่าจุดเริ่มต้นมาจากเด็กชายชาวดอย สู่เจ้าของบริษัทสตาร์ทอัปหลักหมื่นล้าน เธอจึงอยากรู้ว่าเรื่องราวระหว่างทางจะเป็นแบบไหนได้บ้าง และความมันส์ของซีรีส์อีกเรื่องเลยคือธุรกิจขนส่งสินค้าด้วยมอเตอร์ไซค์น่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของซีรีส์มีกลิ่นอายของความแอ็กชันผสมอยู่ด้วยได้
ด้วยต้นไอเดียแบบนี้ ทำให้ซีรีส์จึงอยากใช้คำว่า ‘Inspired by a true story’ มากกว่า ‘Based on a true story’ เพราะอยากสร้างโลกของตัวละครให้มันเหนือจริงแบบสุดทางไปเลย เพื่ออรรถรสทางความบันเทิงเป็นอันดับแรก จึงเป็นเหตุผลของการตั้งชื่อตัวละครใหม่ และตั้งชื่อแบรนด์จำลองใหม่เพื่อให้โลกของบริษัทสตาร์ทอัปขนส่งภายในเรื่องดูออกว่าเป็นเรื่องแต่งไปเลย ไม่ได้เป็นเหมือนกรณีของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ในภาพยนตร์เรื่อง Top Secret วัยรุ่นพันล้านนั่นเอง



ทางด้าน ‘ไก่-ณฐพล บุญประกอบ’ ผู้กำกับซีรีส์เรื่องนี้เปิดเผยว่า ใช้เวลาเขียนบทถึง 2 ปี ต้องไปสัมภาษณ์เรื่องราวชีวิตจริงจากคนต้นเรื่องในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ไปถึง 4 ชั่วโมง และเขารู้ทันทีว่าชีวิตของเจ้าของแบรนด์ที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเรื่องนี้จะส่งต่อ ‘แรงบันดาลใจ’ ไปสู่ผู้ชมได้อย่างแท้จริง แม้เรื่องราวภายในซีรีส์จะแตกต่างจากโลกความจริงของการเดินทางในธุรกิจดังกล่าวก็ตาม รวมไปถึงในแง่ของการทำงานกำกับครั้งนี้มันต่างจากงานกำกับสารคดีที่เขาเคยทำอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขาได้เรียนรู้และลองทำอะไรมากมายในโปรเจ็กต์นี้
นอกจากนี้ภายในงานยังมีนักแสดงอย่าง ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ (รับบท สันติ), เจนเย่-เมธิกา จีรนรภัทร (รับบท เสี่ยวหยู), ดร.พลัง โลกศิลป์ (รับบท รุ่ยเจี๋ย), เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ (รับบท คณิน), พีช-พชร จิราธิวัฒน์ (รับบท เคน) และนักแสดงสมทบเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศของกล่องลังพัสดุที่ถูกติดทับด้วยเทปปิดกล่องสีเหลืองสด เสมือนการบอกเป็นนัยว่า ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ กำลังจะขนส่งความสนุก ความตื่นเต้น และความมันส์ของธุรกิจสุดซิ่งนี้ถึงหน้าจอ Netflix ที่บ้านคุณแล้วนั่นเอง



