วันนี้ (13 มิถุนายน 2568) เวลาประมาณ 4:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ได้เกิดเสียงระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นหลายครั้ง ก่อนที่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลจะประกาศอย่างเป็นทางการว่า นี่คือการเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำลายโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งทางอิสราเอลจะโจมตีต่อเนื่องไปอีกหลายวันหากมีความจำเป็น พร้อมทั้งสั่งประกาศภาวะฉุกเฉิน เตรียมรับมือหากอิหร่านมีการตอบโต้กลับ
สำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่า หลังเกิดเสียงระเบิดขึ้นหลายครั้ง มีเพลิงไฟและควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติในกรุงเตหะรานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สำนักงานใหญ่ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่านได้รับความเสียหาย ขณะที่ประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากตื่นตระหนกตกใจ และออกมารวมตัวกันบริเวณภายนอกอาคาร
ถึงแม้ทางอิสราเอลจะประกาศโจมตีพื้นที่โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองนาตันซ์ ห่างจากเมืองเตหะรานประมาณ 225 กิโลเมตร แต่ก็มีรายงานว่าการโจมตีของอิสราเอลได้สร้างผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัยและเมืองอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและในนั้นมีเด็กด้วย แต่ถึงอย่างนั้นขณะนี้ยังไม่มีรายงานจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างชัดเจน
ทางด้านสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีในครั้งนี้ ภารกิจหลักคือการปกป้องกองกำลังที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวเท่านั้น หลังจากเมื่อวานนี้ (12 มิถุนายน 2568) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งประกาศอพยพเจ้าหน้าที่ชาวอเมริกันออกจากตะวันออกกลาง เนื่องด้วยคำเตือนของอิหร่านที่บอกว่า หากการเจรจราเรื่องนิวเคลียร์รอบที่ 6 ล้มเหลว อิหร่านจะโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
ขณะที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวชื่นชมและขอบคุณทรัมป์สำหรับการกล้าที่จะเผชิญหน้าและเจรจากับอิหร่านในเรื่องโครงการอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากอิสราเอลตระหนักดีว่าการพัฒนาหรือครอบครองของที่อันตรายขนาดนี้เป็นภัยต่อโลก แต่ถึงอย่างนั้นทรัมป์ก็กล่าวอย่างชัดเจนว่า จะพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในการเจรจาครั้งนี้ให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางการทหารหลายคนคาดการณ์ว่า อาจมีการโจมตีตอบโต้กันระหว่างอิหร่านและอิสราเอลอีกครั้ง ขณะที่ผู้นำคนอื่น ๆ ทั่วโลกเริ่มแสดงความเป็นกังวลต่อเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมออกมาเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งรุนแรง และหันมาพูดคุยเจรจากันอย่างสันติ ท่ามกลางความตึงเครียดของไฟสงครามอันยืดเยื้อยาวนานในแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ดูเหมือนว่าถ่านไฟเก่าจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ที่มา
