Blue Lock บลูล็อค

“ริน!! ตลอดสี่ปีที่ฉันไม่อยู่ที่นี่ นายน่ะ! มัวแต่ทำอะไรอยู่?”

ประโยคสั้น ๆ จาก ‘อิโตชิ ซาเอะ’ ในช่วงต้นเรื่องของภาค ‘ปะทะชุด U-20 🇯🇵’ จากอนิเมะกีฬาสุดปากแซ่บอย่างเรื่อง ‘บลูล็อค (Blue Lock)’ ⚽ เขากำลังถามไถ่กับน้องชายของเขาอย่าง ‘อิโตชิ ริน’ ทั้งเรื่องของความสามารถและทัศนคติเกี่ยวกับฟุตบอลในช่วงที่พวกเขาได้แยกจากกันไป

หลังจากห่างกันเป็นเวลาเกือบ 4 ปี ซาเอะได้โอกาสไปสัมผัสกับมาตรฐานระดับโลกในฐานะเยาวชนของสโมสร ‘เลอแอร์ 🇪🇸’ หนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ ทำให้ความสามารถและตัวตนของเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซาเอะมีนิสัยเย็นชากับริน หลังจากได้รับรู้ถึงเหตุผลบางอย่างทางฟุตบอลของริน จนทำให้เขาพลั้งปากกับน้องชายไปว่า

“อย่าเอาฉันไปเป็นเหตุผลในการเล่นฟุตบอลของนาย ฟังแล้วอยากจะอ้วก ถ้าอยากจะเลิกเล่นนัก ก็เลิกมันไปเลย!!”

ประโยคนี้ถือว่าแรงมาก ซาเอะควรพูดกับรินแบบนี้จริงหรือ? วันนี้ผู้เขียนจะพาไปตีความในประเด็นดังกล่าวและรวบรวมเหตุผลสำคัญของพี่น้องคู่นี้ ว่ามันเหมาะสมจริงหรือที่พี่ชายต้องพูดแบบนี้กับน้อง? อย่ารอช้า!! ขอพาไป SUM UP ประเด็นทางความสัมพันธ์ระหว่างซาเอะและรินจากเรื่องบลูล็อคกันเลย

เหตุผลทาง ‘ความสัมพันธ์’ ของริน

‘อิโตชิ ริน’ มีเป้าหมายในการเล่นฟุตบอลจากการถูกพี่ชายอย่าง ‘อิโตชิ ซาเอะ’ ชวนให้เขามาเล่นด้วยกันในวัยเด็ก พวกเขามีเป้าหมายร่วมกันคือการเป็น “กองหน้าอันดับหนึ่งของโลก” ซึ่งรินขอเป็นอันดับสองรองจากพี่ชายตัวเอง และมีเป้าหมายสำคัญคือ “แชมป์ฟุตบอลโลก”

รินปลาบปลื้มในตัวพี่ชายเป็นอย่างมาก เพราะซาเอะคอยปกป้องและสั่งสอนทักษะด้านฟุตบอลให้กับริน ด้วยพรสวรรค์ของซาเอะ ทำให้เขาได้รับโอกาสไปเป็นนักเตะระดับเยาวชนที่ประเทศสเปน ทั้งสองจำเป็นต้องแยกทางจากกัน โดยรินได้สัญญาไว้ว่าจะพัฒนาตัวเองแทนที่ของซาเอะ และจะตามรอยพี่ชายเพื่อทำตามเป้าหมายของพวกเขา

จะเห็นได้ว่าหลายเหตุผลของริน “ยึดติด” กับซาเอะมากเกินไปจนกลายเป็นอุดมการณ์มากกว่าเป็นเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายอาจเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่อุดมการณ์จะเปลี่ยนแปลงได้ยาก หากยึดติดมันมากเกินไป ทำให้สิ่งนี้อาจเป็นชนวนของปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับริน โดยมีพี่ชายที่แสนดีกลายเป็นผู้ทำร้ายจิตใจของเขาเอง

จุดแตกหักของพี่น้องในช่วง ‘หิมะยามค่ำคืน’

หลังจากผ่านไปแล้วเกือบ 4 ปี ซาเอะได้เดินทางกลับไปหารินเพื่อจะพูดเรื่องสำคัญบางอย่างกับน้องชาย เขาเปลี่ยนไปจากเดิม ดูเย็นชาเหมือนหิมะที่กำลังร่วงโรยในเวลานั้น ทุกอย่างเงียบสงบท่ามกลางสองชายหนุ่มที่มีสิ่งสำคัญจะสื่อถึงกันต่อจากนี้ 

ซาเอะได้พบความจริงจากประสบการณ์ระดับโลก มีคนที่เก่งกว่าเขาอยู่มากมาย ทำให้เขาเปลี่ยนเป้าหมายเป็น “กองกลางอันดับหนึ่งของโลก” แทน สะท้อนให้เห็นถึงอาการ “Goal Disengagement” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่เผชิญกับโอกาสที่เป็นไปไม่ได้ หรือมันเป็นไปได้ยาก จนต้องเปลี่ยนเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นหวังหรือโทษตัวเองจนเกินไป

แต่รินที่ได้ยินเป้าหมายใหม่ของซาเอะกลับไม่พอใจในเหตุผลนี้ เขายังเชื่อมั่นในตัวพี่ชายของเขา ซาเอะที่ได้ยินมันเหมือนแทงใจดำจากสิ่งที่เขาได้เจอมาและได้ยอมรับความจริงเหล่านั้น แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยเหตุการณ์ที่ซาเอะต้องเผชิญ แต่การแสดงออกของเขาก็ทำให้เราเข้าใจได้ว่า ซาเอะต้องเจอกับความผิดหวังบางอย่างมา

เพื่อทำให้รินได้เข้าใจสิ่งนี้ เขาจึงได้ท้าดวลตัวต่อตัวกับริน โดยมีเงื่อนไขว่าถ้ารินเอาชนะเขาได้ เขาจะกลับไปมีเป้าหมายเดิม แต่ถ้าเขาชนะ เขาจะยึดตามเป้าหมายใหม่ที่ได้ตั้งเอาไว้ ซึ่งซาเอะกับความสามารถระดับโลกสามารถเอาชนะรินได้อย่างง่ายดาย และจากการดวลครั้งนี้ทำให้เขารับรู้และเข้าใจอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับเขาและน้องชายอย่างริน

สิ่งที่เขาค้นพบคือ รินยึดติดในตัวเขามากเกินไป ซึ่งหากวิเคราะห์จริง ๆ จะพบว่าซาเอะไม่ได้ปิดกั้นเป้าหมายหรือความพยายามของรินเลย แต่เป็นรินเองนั่นแหละที่ชอบยกเหตุผลโดยมีซาเอะอยู่ในนั้นเสมอ ซาเอะอาจคาดหวังว่ารินจะทำเป้าหมายแทนเขาได้ แต่มันก็เป็นไปได้ยากหากไม่แก้ไขสิ่งนี้

เขาจึงตัดสินใจด้วยวิธีเลวร้ายที่สุด นั่นคือ “ตัดความสัมพันธ์” ไปเลย หากให้ความหวังทั้ง ๆ ที่รู้ว่ารินยังยึดติดอยู่กับเขา อาจไม่มีทางที่ทั้งเขาและรินจะเก่งขึ้นกว่านี้ได้ เป้าหมายที่วางเอาไว้ก็อาจไม่เป็นความจริง เขาเลยกล่าวกับรินไว้ว่า 

“นายไม่มีค่าสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว ชีวิตของฉันไม่ต้องการนายอีกแล้ว” 

คำตอบนี้สร้างความปวดใจให้กับรินเป็นอย่างมาก กลายเป็นรินเริ่มแค้นในตัวพี่ชายของตัวเอง และต้องการจะทำลายความปรารถนาทุกอย่างของซาเอะ ในขณะเดียวกันซาเอะเองก็หันมาโฟกัสกับตัวเองมากขึ้น แม้เป้าหมายบางอย่างเปลี่ยนไป แต่เขายังมีอีกเป้าหมายอย่างแชมป์ของโลกรอคอยอยู่

หลายคนอาจทราบกันดี โดยเฉพาะแฟน ๆ ของการ์ตูนเรื่องนี้ว่าจริง ๆ แล้ว รินเองก็มีบางสิ่งที่ซาเอะก็รับรู้ตัวตนของน้องชายคนนี้ หากใครอยากให้ผู้เขียนได้นำเสนอเบื้องลึกของรินก็สามารถคอมเมนต์ใต้เนื้อหานี้ได้ บางทีตัวตนที่แท้จริงของริน อาจเหมาะสมกับปัจจัยในการเป็นกองหน้าอันดับหนึ่งได้ และซาเอะอาจจะเชื่อในสิ่งนั้น เพียงแต่รินต้องเลิกยึดติดกับซาเอะให้ได้เสียก่อน

แล้วทุกคนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กันบ้างไหม? จริง ๆ แล้วซาเอะก็มีเหตุผลบางอย่าง แม้ว่าหลายคนอาจมองว่าเพราะการ์ตูนเรื่องนี้ขึ้นชื่อเรื่อง “การถากถาง” แต่ทุกการกระทำย่อมมีเหตุผลของมันเสมอ เราอาจไม่จำเป็นต้องทำเหมือนซาเอะ เพียงแค่เข้าใจสถานการณ์แล้วเลือกใช้การสื่อสารที่เหมาะสมก็พอ

อ้างอิง