ทุกคนเคยได้ยินคำว่า “ภาพถ่ายหรือเรื่องราวในหนังสือเป็นตัวสะท้อนเรื่องราวภายในสังคมที่พวกเขาอยู่” หรือไม่? ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องจริง และไม่ใช่เรี่องแปลกอะไร เพราะมนุษย์มักจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของตนเองไม่ว่าจะในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม 

โดยอีกหนึ่งรูปแบบของการถ่ายทอดเรื่องราวออกภายในสังคมก็คือ ‘ศิลปะข้างถนน’ หรือที่เราคุ้นชินกันในชื่อของ ‘Street Art’ ซึ่งไอ้เจ้า ‘Street Art’ คือการถ่ายทอดศิลปะลงบนกำแพงพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งทั้งเทคนิคในการวาดและเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารออกไป ขึ้นอยู่กับตัวของผู้วาด หรือศิลปินทั้งสิ้น วันนี้ทีมงาน SUM UP จึงอยากชวนทุกคนมาพูดคุยกับ ‘เสรี แก้ววิเชียร’ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Lopburui ศิลปะข้างถนน จังหวัดลพบุรี กลุ่มคนที่มีความตั้งใจอยากใช้ศิลปะเพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาที่เมืองลพบุรี ในวันที่ลพบุรีกำลังมีปัญหา ‘ลิงล้นเมือง’ และความเป็น ‘เมือง’ ที่กำลังจะตาย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจระดับจังหวัด 

ก้าวแรกของการทำ ‘Street Art’ ในเมืองเก่า

‘เสรี’ ได้เล่าให้พวกเราฟังถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาหยิบจับงาน ‘Street Art’ เพราะตัวเองมีพื้นฐานด้านงานศิลปะมาตั้งแต่สมัยประถม และเมื่อเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัยก็ได้เลือกเรียนต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ พอเรียนจบว่าก็ได้เป็นครูสอนศิลปะ แต่พอมาถึงจุดหนึ่ง ‘เสรี’ เริ่มมองเห็นว่า เวลานักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในตัวเมืองลพบุรีก็มาเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วรีบกลับ เพราะนอกจากแลนด์มาร์คต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรให้เที่ยวต่อ บวกกับปัญหาลิงลพบุรีที่ล้นเมืองขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำให้เมื่อเทียบเคียงกับจังหวัดใกล้เคียงอย่างอยุธยา นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาอยู่ได้ทั้งวัน จึงได้เกิดการรวมตัวจากรุ่นพี่รุ่นน้องคณะศิลปกรรมก่อตั้งเพจ Lopburui เพื่อรวมตัวของกลุ่มคนในเครือข่ายขึ้นมาเพื่อรังสรรค์งาน ‘ศิลปะข้างถนน’ (Street Art) เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยี่ยมชมเมืองลพบุรี

ในจุดแรกที่ทีม ‘Lopburui’ บุกลุยลงไปวาดก็คือ ‘มาลัยรามา’ ก่อนอื่นต้องอธิบายเพิ่มเติมก่อนว่า ‘มาลัยรามา’ ในอดีตเป็นโรงหนังที่อยู่ใกล้กับศาลพระกาฬและปรางค์สามยอด ที่มีลิงจำนวนมหาศาลอาศัยอยู่ โดยในสมัยก่อนราคาตั๋วจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 บาท และจะฉายหนังควบ แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่รกร้างและได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับลิงบางส่วน ทาง ‘เสรี’ จึงได้ติดต่อไปที่เจ้าของเพื่อทำการขออนุญาตใช้พื้นที่ซึ่งก็คือกำแพงสำหรับการสร้างงานศิลปะ (ประด็นนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องกฏหมาย หากสร้างงานในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่อาจจะมีความผิดได้) โดยเหตุผลที่เลือกจุดนี้เป็นจุดแรกเพราะว่าเป็นเส้นทางที่รถไฟสายเหนือจะผ่านทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบ ทำให้เมื่อประชาชนที่สัญจรผ่านไปมามองเห็นภาพวาดต่าง ๆ และนี่ก็คือการประชาสัมพันธ์ให้คนนอกมองเห็นว่าเมืองลพบุรีมีอะไรน่าสนใจบ้าง 

หลังจากที่ใช้เวลาในการสร้างงานศิลปะข้างถนนอยู่ประมาณเดือนเศษ ๆ ผลตอบรับ 3 เดือนแรกค่อนข้างเป็นไปได้ด้วยดี เพราะมีประชาชนจำนวนหนึ่งมายืนต่อคิวถ่ายรูป Street Art หลังโรงหนังเก่าร้างอย่าง ‘มาลัยรามา’ หลังจากนั้นทีม ‘Lopburui’ จึงได้ค่อย ๆ ทยอยสร้างงานศิลปะตามสถานที่ต่าง ๆ ภายในเมืองลพบุรี เช่น ปรางค์แขก, การประปาส่วนภูมิภาค สาขาลพบุรี เป็นต้น 

‘เสรี’ ได้อธิบายเพิ่มต่อว่าอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่อยากทำงานศิลปะข้างถนนเพราะอยากให้ใครก็สามารถเสพงานศิลปะได้ และต้องการให้ศิลปะอยู่ใกล้กับผู้คนมากที่สุด เพราะลพบุรีไม่ได้มีหอศิลป์เหมือนกรุงเทพฯ การที่ยกศิลปะที่สะท้อนเรื่องราวทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม ประเพณี ของคนในพื้นที่มาอยู่ในที่สาธารณะ ทำให้ไม่ว่าคุณเป็นใคร ทำอาชีพอะไร ก็สามารถเสพงานศิลปะได้โดยไม่ต้องนั่งรถไปถึงกรุงเทพฯ 

‘ลิงลพบุรี’ ที่สะท้อนผ่านงาน ‘Street Art’

หากเดินชมรอบเมืองลพบุรีก็จะเห็นว่างาน ‘Street Art’ ในเมืองเต็มไปด้วยการเล่าผ่าน ‘ลิง’ นั่นก็เพราะสัญลักษณ์และภาพจำของเมืองลพบุรีคือ ‘ลิง’ ซึ่งปัจจุบันได้มีปัญหาในการหาเส้นแบ่งพื้นที่ระหว่างลิงกับคนว่าควรเป็นอย่างไร เพราะการมีลิงในจำนวนที่มากเกินไปถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนในพื้นที่บางส่วนว่า ทำให้ลพบุรีดูโทรม เศรษฐกิจย่ำแย่ และกำลังเป็นเมืองที่จะตาย ซึ่ง ‘เสรี’ ในฐานะของคนลพบุรีได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ปัญหาลิงลพบุรีเป็นปัญหาที่ใหญ่และซับซ้อน ปัญหาเศรษฐกิจบางส่วนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเกิดจากลิงจริง ๆ ในสมัยก่อนลิงไม่ได้มีเยอะเท่าปัจจุบัน ทำให้การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือเยี่ยมชมโบราณสถานต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างปลอดภัย และในบางครั้งลิงก็เข้ามารบกวนการทำงาน ‘Street Art’ ของทีมด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาทำลายรูปวาดบางส่วน การเข้ามาปีนเล่นจนรูปเก่าอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการมีลิงลพบุรีหากอยู่ในปริมาณที่พอดีก็อาจจะช่วยให้เมืองลพบุรียังคงเอกลักษณ์ตรงนี้ไว้ได้

ปัจจุบันทีม ‘Lopburui’ ยังคงสร้างสรรค์งานตามท้องถนนไปเรื่อย ๆ ด้วยการลงทุนกันเอง อาจจะมีภาครัฐและคนในพื้นที่เข้ามาสนับสนุนบ้างบางส่วน เช่น การให้ใช้รถกระเช้า, อาหาร, อุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน เป็นต้น ดังนั้น ‘Street Art’ ในเมืองเก่าอย่างลพบุรีก็พอจะทำให้เห็นเราว่าวิธีการทำงานของมันก็คือสื่อสารเรื่องราวในพื้นที่แต่ละแห่งไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน แม้กระทั่งปัญหา ทั้งนี้ ‘ปัญหาลิงลพบุรี’ ก็ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องหาแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาวให้สำเร็จให้ได้

ภาพ : เพจ Lopburui