11 พฤษภาคม วันเพลงลูกทุ่งไทย

เชื่อเหลือเกินว่าเมื่อเกิดเป็นคนไทยไม่ว่าจะในภูมิภาคไหน เราทุกคนล้วนเคยได้ยินเพลงที่มีเสียงร้องแบบใช้ลูกเอื้อนลูกคอ ภาษาง่าย ๆ ตรงไปตรงมา ดนตรีที่มีผสมผสานกันไประหว่างไทยและสากล รวมถึงเนื้อหาที่มีความใกล้ชิดกับแรงงานและความเป็นชนบท ลักษณะเหล่านี้คือความพิเศษที่ ‘เพลงลูกทุ่ง’ มีและหาเปรียบเทียบกับเพลงแนวอื่น ๆ ได้ยาก

เพลงลูกทุ่งอยู่กับเราทุกยุคทุกสมัย และอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรากเหง้าที่สะท้อนความเป็นคนไทยผ่านการถ่ายทอดวิถีชีวิตพื้นบ้านได้อย่างดี ซึ่งเพื่อเป็นการสืบสานให้เพลงลูกทุ่งไทยยังคงได้รับความสำคัญสืบไป รวมถึงเพื่อรำลึกถึงบรมครูที่ได้ให้กำเนิดเพลงลูกทุ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทาง ครูนคร ถนอมทรัพย์ ศิลปินแห่งชาติ พร้อมด้วยอีก 9 องค์กรจึงได้มีมติร่วมกันก่อตั้ง ‘วันเพลงลูกทุ่งไทย’ ในปีที่ผ่านมา โดยกำหนดให้วันที่ 11 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันสำคัญที่จะระลึกถึงประวัติศาสตร์เพลงลูกทุ่งเช่นนี้

วันนี้ SUM UP จึงขอพาทุกคนไปร่วมสำรวจประวัติศาสตร์รากเหง้าของเพลงลูกทุ่งในแต่ละยุคสมัยไปด้วยกัน พร้อมทั้งไขข้อสงสัยว่า เพราะเหตุใดเพลงลูกทุ่งจึงยังสืบสานตำนานอย่างเหนียวแน่นมาจนถึงทุกวันนี้

การใช้คำว่า ‘ลูกทุ่ง’ มาเรียกแนวเพลงครั้งแรกนั้นมีการบอกเล่าที่แตกต่างกันไป บ้างก็ว่าเกิดขึ้นโดย จำนงค์ รังสิกุล หัวหน้าฝ่ายรายการสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรม ได้จัดรายการเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตในท้องทุ่ง ผ่านการให้นักร้องแต่งตัวแบบชาวบ้านชนบท และมีฉากหลังเป็นทุ่งนา บ้างก็ว่าปรากฏขึ้นครั้งแรกในชื่อของภาพยนตร์เพลงที่สร้างโดยบริษัทภาพยนตร์ไทย (ไทยฟิล์ม) แต่ที่อาจเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดอาจเป็นเพลง สาวชาวไร่ ที่ ครูเหม เวชกร ได้ประพันธ์ไว้สำหรับประกอบการแสดงละครวิทยุในชื่อเดียวกัน ซึ่งเพลงนี้ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเพลงลูกทุ่งเพลงแรกของไทย

ช่วงปี พ.ศ. 2481 – 2507 เรียกได้ว่าเป็น ‘ยุคต้น’ หรือ ‘ยุคบุกเบิก’ เพลงลูกทุ่ง โดยในแรกเริ่มนั้นมักฉายภาพถึงวิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่ายท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของชนบท โดยมีการแฝงค่านิยมบางประการและความรักของหนุ่มสาว ซึ่งในยุคนี้มีนักร้องที่มีคุณูปการต่อวงการเพลงลูกทุ่งไทยมากมาย เช่น คำรณ สัมบุณณานนท์, ชาญ เย็นแข และ ปรีชา บุญญเกียรติ เป็นต้น

ถัดมามีการนำเสนอเพลงลูกทุ่งผ่านรายการโทรทัศน์ จึงทำให้เพลงลูกทุ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ซึ่งเนื้อเพลงยังมีทั้งแบบคงเดิม เพิ่มเติมคือหลากหลายและพูดถึงแสงสีในเมืองมากขึ้น โดยนักร้องชื่อดังอย่าง สุรพล สมบัติเจริญ ราชาแห่งเพลงลูกทุ่งก็อยู่ในยุคนี้เช่นเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการจากไปของเขานั้นทำให้วงการลูกทุ่งเปลี่ยนแปลงไปมาก ในแง่หนึ่งก็คือเป็นการเปิดโอกาสให้นักร้องและวงดนตรีใหม่ ๆ เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทั้งยังรวมถึงปรากฏการณ์การเกิด ‘วงลูกทุ่งของนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย’ ที่ทำให้กลุ่มคนในเมืองเริ่มเปิดใจฟังเพลงลูกทุ่ง หลังจากที่เพลงลูกกรุงผูกขาดคนเมืองมาเป็นเวลานาน

ด้วยการแข่งขันกันอย่างห้ำหั่นระหว่างเพลงลูกทุ่งและเพลงลูกกรุง เพลงลูกกรุงจึงขยับไปอีกขั้นด้วยการเริ่มมีการนำมาประกอบภาพยนตร์ เช่น ‘มนต์รักลูกทุ่ง’ ก็เป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญในยุคนั้น 

ถัดมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 กระแสความคิดและทัศนคติในการใช้ชีวิตของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไป ในวงการเพลงก็มีการเกิดขึ้นของ ‘เพลงเพื่อชีวิต’ เช่นเดียวกัน เพลงลูกทุ่งจึงผนวกเอาความเพื่อชีวิตนี้มาบอกเล่าเรื่องราวของชาวนาชาวไร่อย่างสะท้อนชีวิต รวมถึงเผยแพร่อุดมการณ์บางอย่างในช่วงเวลานั้นเช่นเดียวกัน

ต่อมาไม่นานนักหลังจากเกิดเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เนื้อหาเพลงลูกทุ่งแบบเพื่อชีวิตมีน้อยลงเนื่องด้วยการปิดกั้นจากรัฐ ดังนั้นเพลงลูกทุ่งเนื้อหาแนวชีวิตประจำวัน การเกี้ยวพาราสี และวิถีชีวิตแบบสนุกสนานจึงกลับมาได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งยุคนี้เองยังมีนักร้องรุ่นใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก รวมถึงเริ่มเป็นยุคที่การแสดงคอนเสิร์ตและหางเครื่องได้รับความนิยมถึงขีดสุด ดังนั้นจึงทำให้วงการเพลงลูกทุ่งแข่งขันกันในเรื่องของแสง สี เสียง และเทคนิคในการแสดงให้อลังการงานสร้างมากยิ่งขึ้น ในแง่ของเนื้อเพลงก็เริ่มสะท้อนปัญหาใหม่ ๆ ของสังคมในขณะนั้น โดยเฉพาะเรื่องของแรงงานไทยในต่างประเทศ 

ถัดมาเมื่อเพลงสตริงและแนวร็อกเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นหลังได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ ดังนั้นเพลงลูกทุ่งจึงต้องปรับตัวตามตลาด ซึ่งการขึ้นมาประสบความสำเร็จของ ‘แม่ผึ้ง’ (พุ่มพวง ดวงจันทร์) ยิ่งตอกย้ำดนตรีสมัยนิยมในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำลายเส้นแบ่งระหว่างรสนิยมการฟังเพลงสตริงและเพลงลูกทุ่งของผู้ฟังได้ ด้วยความนิยมจากทุกเพศทุกวัย การทำให้เพลงเป็นเรื่องสากลไม่แบ่งชนชั้น รวมถึงการบอกเล่าเนื้อหาผ่านมุมมองผู้หญิงที่กล้าเปิดเผยตัวตนขัดกับค่านิยมในยุคสมัย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เพลงของพุ่มพวงได้รับความนิยมถึงขีดสุด โดยในยุคนี้เองยังมีนักร้องอีกหลายท่านที่เราคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี เช่น สายัณห์ สัญญา, สุรชัย สมบัติเจริญ และศรเพชร ศรสุพรรณ

ถึงแม้ว่าการเสียชีวิตของพุ่มพวงจะทำให้วงการเพลงลูกทุ่งได้รับผลกระทบเพราะเสียโอกาสในการพลิกฟื้นภาพจำของเพลงลูกทุ่งว่าไม่ได้ล้าสมัยอีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นนักร้องลูกทุ่งใหม่ ๆ ก็ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นโดยมีแนวทางของพวกเขาเองมาจนถึงปัจจุบัน ที่เราคุ้นชื่อกันก็จะมี ยุ้ย ญาติเยอะ, สุนารี ราชสีมา, จินตรา พูลลาภ หรือขยับเข้ามาหน่อยก็ยังมี ต่าย อรทัย และตั๊กแตน ชลลดา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง

ขนาดที่ว่าในปัจจุบันยังมีวงลูกทุ่งทีป๊อปอย่าง New Country ที่เป็นวงสายเลือดใหม่มาสานต่อเพลงลูกทุ่งให้ยังคงอยู่และไปได้กับยุคสมัยในปัจจุบัน พร้อมเป็นเมล็ดพันธุ์ที่งอกเงยให้เพลงลูกทุ่งไทยไปยังวงกว้าง

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเพลงลูกทุ่งยังคงอยู่กับวงการเพลงไทยเราเสมอมา และอาจอยู่ตลอดไป โดยที่ยังมีทั้งอุดมการณ์ วิถีชีวิต ลมหายใจที่แฝงฝังอยู่ในนั้น เพราะลูกทุ่งไม่ใช่แค่เพลง แต่คือชีวิต ความฝัน และความหวังของคนไทย

อ้างอิง

AUTHOR

หนังสือ ไพ่ทาโรต์ กาแฟส้ม แมวสามสี และลิเวอร์พูล