ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ‘ธุรกิจสื่อ’ น่าจะเป็นธุรกิจหลัก ๆ ที่ถูก Disrupt มากที่สุด ภายในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2025 จึงได้ชวน 3 บุคคลที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงสื่อ ได้แก่ คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา Co-Founder, Managing Director Cloud & Ground Co.,Ltd, คุณทีปกร วุฒิพิทยามงคล CMO Thairath และคุณนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว TODAY มานั่งพูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับความท้าทาย ทิศทางสื่อ และการต่อยอดธุรกิจสื่อ โดยมีสาระที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
ประเด็นแรกเป็นเรื่องความท้าทายของวงการสื่อ คุณช้างน้อยเล่าว่า ความท้าทายของสื่อในปัจจุบันก็คือ เส้นแบ่งของสื่อ อินฟลูเอนเซอร์ และคนธรรมดา มันมีความพร่าเลือนอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าใครก็สามารถเป็นสื่อได้ บวกกับรูปแบบการบริหารองค์กรก็เปลี่ยนไป รูปแบบองค์กรแบบใหม่จะเกิดขึ้น ไร้รูปแบบมากขึ้น องค์กรจะลีนขึ้น พนักงานน้อยลง อีกข้อหนึ่งก็คือ ลูกค้าของสื่อเป็น Business to Business ลูกค้าจะเข้ามาซื้อโฆษณา แต่ในปัจจุบันลูกค้าสามารถทำเองได้
ส่วนทางด้านคุณแชมป์ก็เล่าความท้าทายในมุมของตัวเองว่า ในฐานะที่ตัวเองดูแลทางฝั่งของทีวี ซึ่งเป็นฝั่งที่มีความท้าทายค่อนข้างสูง รวมถึงดูทางฝั่งออนไลน์ และหนังสือพิมพ์ สิ่งที่เห็นก็คือการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงสื่อออนไลน์ โดยไทยรัฐมีสื่อที่ครอบคลุมทั้งฝั่งแมสและฝั่งเฉพาะทาง ความท้าทายก็คือ จะทำอย่างไรให้สื่อที่กว้างมาก ๆ ยังมีจุดยืนอยู่บางจุด รวมถึงสื่อที่เฉพาะทางจะทำอย่างไรให้กว้างขึ้น การบริหารทั้ง 2 อย่างนี้ บวกกับการบริหารความสัมพันธ์กับการทำธุรกิจกับลูกค้า จึงถือว่าเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทาย
คุณเอมเล่าว่า ทูเดย์ เป็นสำนักข่าวในเครือเวิร์คพอยท์ที่เน้นกลุ่มคนดูเป็นคนเมือง เวลาทำคอนเทนต์จึงเลือกประเด็นที่คนเมืองสนใจ เพราะคำว่าคนเมืองก็มีหลายเลเยอร์ นอกจากนี้ในช่วงที่ออกแบบทีมข่าว คุณเอมก็เน้นไปที่คอนเทนต์โดยที่ไม่มีความรู้เรื่องการขายเลยตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา จึงค่อย ๆ ศึกษาต่อยอดเรื่องนี้
ถัดมาเป็นประเด็นเกี่ยวกับการเซตทิศทางของธุรกิจสื่อ คุณช้างน้อยเล่าว่า อันดับแรกเลยก็คือ สื่อจะต้องหาที่ยืนที่ใช่ ที่มีความยั่งยืน หรือที่เรียกว่า ‘ไปตั้งแถวใหม่’ อย่างในซีรีส์เรื่องสงครามส่งด่วน ถัดมาก็คือ สร้างแบรนด์ต้องชัด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึง The Cloud คนก็จะนึกถึงงานคราฟต์ที่มีความละเมียดละไม พอสร้างแบรนด์ชัดแล้ว ลูกค้าที่เป็น B2B ก็จะเลือกสื่อที่มีตัวตนคล้าย ๆ เขา
ทางด้าน คุณแชมป์เล่าว่า การเซตทิศทางของสื่อต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของบรรณาธิการบริหาร อีกส่วนหนึ่งเป็นการเซตร่วมกันกับทีมการตลาด คุณแชมป์เล่าต่อว่า บรรณาธิการบริหารจะเป็นตัวตน เป็นเนื้อเป็นหนังของสื่อเหล่านั้น ดังนั้นหากทิศทางการทำงานไม่ชัด กองบรรณาธิการก็อาจจะไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น มันเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างตัวตนของกองกับแนวทางการทำธุรกิจ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก อย่าง ‘ไทยรัฐ’ เป็นสื่อที่ยืนเพื่อปากท้องคนไทย และเป็นชีพจรของประเทศ
คุณเอมเล่าว่า งานของเราเป็นทั้ง บก. ด้วย เป็น Marketing ด้วย และเป็นส่วนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งทิศทางก็คือการลีนให้ได้มากที่สุด เพราะไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต ข้อดีของสื่อที่มาใหม่ก็คือ ขนาดองค์กรจะเล็ก จึงค่อนข้างมีความคล่องตัว โจทย์ของทูเดย์ก็คือการพยายามปักธงให้ลูกค้าและคนดูนึกถึง ลำดับถัดไปก็คือการพัฒนาความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งสื่อเป็นธุรกิจที่มีความแตกต่างจาก Product อื่น ๆ คือ ต่อให้มาร์เก็ตติ้งคิดออกว่าจะทำแบบนี้ แต่พอโยนไปให้กองทำ กองไม่สามารถทำได้ มันจึงไม่เหมือนการผลิตสินค้าแบบอื่น ๆ เลยต้องมีการปรับจูนในส่วนนี้ด้วย
ประเด็นถัดมาเป็นเรื่องแนวทางในการทำงานกับลูกค้า คุณช้างน้อยเล่าว่า The Cloud จะแตกต่างจากสื่ออื่น ๆ อยู่พอสมควร พวกเรามีกฎเหล็กก็คือ ลูกค้าที่จะมาลงใน The Cloud ต้องเป็นสิ่งที่เราอยากทำ ซึ่งมันจะไปตรงกับเรื่องแบรนด์ดิงเราตรงกันไหม ความสนใจเราตรงกันไหม คุณช้างน้อยย้ำว่า ธุรกิจสื่อเป็นธุรกิจ B2B แต่ตอนนี้อยากจะชวนคิดให้เป็น B2B2C อย่าง The Cloud ตั้งต้นมาเป็นบริษัทสื่อ แต่เราก็เริ่มทำ Festival เองด้วย นั่นก็คือ Thailand Coffee Fest ทั้งนี้พอนักเล่าเรื่องลงมาทำงานแบบนี้มันมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น The Cloud จึงหวังว่าการเล่าเรื่องสตอรี่ของเราจะสร้างให้วงการท่องเที่ยว อาหาร หรืออื่น ๆ มูลค่าที่สูงขึ้น
ทางด้านคุณแชมป์เล่าต่อว่า ลูกค้าของไทยรัฐค่อนข้างหลากหลายตามแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ สื่อมี 2 เส้นรายได้แรกคือ B2B ซึ่งทางไทยรัฐก็ยังคงเก็บไว้พร้อมกับรักษาสมดุลระหว่างบรรณาธิการบริหารและฝั่งขาย เป็นโจทย์ที่ต้องแก้ทุกวัน ในขณะเดียวกันก็ได้เปิดเส้นรายได้ที่เป็นอีเวนต์ อย่างปีที่แล้วมีการจัดอีเวนต์เมรัยไทยแลนด์ โดยเป็นงานที่ถอด DNA ของไทยรัฐออกมาที่อยากจะสนับสนุนคนตัวเล็กตัวน้อย งานนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนกลุ่มสุราชุมชน นอกจากนี้ไทยรัฐก็มีการทำสินค้าขาย ไทยรัฐก็จะยังคงรักษาตัวตนไปพร้อมกับผลักดันให้ไปสู่เส้นรายได้ต่าง ๆ
คุณเอมเล่าต่อว่า ทูเดย์เกิดมาในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก การจะขยายทีมไปเพื่อทำอีเวนต์เลยยังไม่กล้า บวกกับเคยลองทำมาบ้างแล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่เข้ามือ ดังนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่การทำสื่อให้ดีที่สุด อาจจะต้องขยายแบรนด์ไปก่อน หากทูเดย์มีตัวตนที่ชัดเจนแล้วก็ค่อยเปิดทางให้มากขึ้น คุณเอมเล่าเพิ่มว่า ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณลูกค้าที่สามารถพูดคุยคอนเทนต์ รวมถึงการบิดวิธีเล่ากันตอนขาย
ถัดมาเป็นเรื่องการเข้ามาของ AI คุณช้างน้อยเล่าว่า ตอนทำธุรกิจ ตนยึดคาถาอยู่ 3 คำ คือ หายาก, Copy ไม่ได้ และมีคุณค่า ซึ่ง AI เป็นสิ่งที่ไม่ได้หายากและไม่ได้แตกต่าง ถ้าเราหา 3 อย่างนี้เจอ เราก็จะแตกต่างและไม่เหมือนคนอื่น ส่วนคุณแชมป์เล่าว่า ตนคิดคล้าย ๆ พี่ช้างน้อย และพบว่านักข่าวที่ลงพื้นที่มีคุณค่าสุด ๆ เพราะ AI ไม่มีแขน ไม่มีขา และไม่สามารถรับรู้เรื่องราวตอนลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล สิ่งที่ผลิตซ้ำไม่ได้มันมีคุณค่ามาก ๆ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ ตัวตนในฐานะอะไร เรายืนอยู่เพื่ออะไร ส่วนคุณเอมเล่าว่า AI เข้ามาช่วยงานไม่ได้อยู่ในระดับรุกล้ำหรือแทนที่ใครในทีม อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของทูเดย์คือ ภาษาในการเขียน ทดลองแล้วว่าการนำ AI มาเขียนมันไม่คราฟต์หรือสื่อสารได้ดีเท่านักเขียน
ท้ายที่สุดเป็นประเด็นเรื่อง คนทำสื่อในยุคนี้ควรมีอะไร? คุณช้างน้อยเล่าว่า ยุคนี้เป็นยุคที่พร่าเลือนมาก สื่อก็พร่าเลือน, อินฟลูเอนเซอร์ก็พร่าเลือน, AI ก็พร่าเลือน และความพร่าเลือนนี้จะค่อย ๆ ทวีความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเราควรรู้ว่าเราคือใคร และเราควรมีแบรนดิงที่ชัดเจน ส่วนคุณแชมป์เล่าว่า เราไม่ควรยึดติดอยู่กับกระบวนท่า ลองเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ส่วนคุณเอมเล่าว่า การมีแก่นที่ชัดเจนและการกล้าทดลองทำสิ่งต่าง ๆ น่าจะเป็นทักษะสำคัญที่คนทำสื่อควรต้องมี
