The Devil Wears Prada 2

เจ้าแม่นิตยสารแฟชั่นอย่าง Miranda Priestly หนึ่งในตัวละครสุดไอคอนิกจาก The Devil Wears Prada ยังคงเป็นตำนานและถูกนำมาพูดถึงอยู่เสมอ ถึงความเป็นตัวแม่ นายหญิงที่เป็นตัวแทนของความเนี๊ยบ มีวิสัยทัศน์ และเป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่หากมองจากวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบ ก้าวเท้าเข้าสู่การทำงานใหม่ ๆ อาจจะรู้สึกว่านี่แทบจะเป็นเจ้านายเป็นพิษอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น กลับพบว่าการเป็น Miranda Priestly นั้น ไม่ง่ายเลย

เพราะความเห็นของ “หล่อน” นั้น สำคัญที่สุดต่ออุตสาหกรรมแฟชั่น

เราต่างรู้กันดีว่า Miranda Priestly คือ บรรณาธิการบริหารของนิตยสารแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการ คำพูดที่เหมือนจะเป็นการยกยอ ชื่นชม หรือส่งเสริมให้เหล่าผู้ทำงานภายใต้การบริหารของเธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เธอพอใจนั้น จริง ๆ แล้วซ่อนเอาไว้ด้วยการเป็นกุญแจสำคัญของอุตสาหกรรมนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอจึงไม่ใช่แค่เจ้านายที่ต้องถูกตามใจอย่างไร้เหตุผล แต่เธอคือจุดพลิกผันคนสำคัญของอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านของโลก

“อย่างไรก็ตาม ‘สีฟ้า’ หมายถึงเงินหลายล้านดอลลาร์และงานนับไม่ถ้วน น่าขันที่เธอคิดว่าได้เลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเธอไม่อยู่ในวงการแฟชั่น ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว เธอกำลังสวมเสื้อที่ถูกเลือกให้โดยคนที่นี่ จาก ‘เรื่องพวกนี้’ ที่เธอว่า”

ดังนั้น หากเราลองมองในมุมของคนที่ทุกการตัดสินใจสามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบได้ผ่านการเลือกสิ่งต่าง ๆ ให้ตีพิมพ์ลงไปในทุก ๆ ฉบับ ความละเอียด ความคิดสร้างสรรค์ และแรงกดดันมหาศาลต่างถูกผูกเอาไว้ที่ตัวเธอคนเดียว นั่นคือภาระงานที่เป็นมากกว่าเจ้านายที่เอาแต่ใจ

ผู้ช่วยต่างหากที่ควรทำให้สภาพแวดล้อมการทำงานเป็นไปอย่างสะดวกและราบรื่น

การเข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยของ Miranda ทำให้ Andrea ต้องดูแลและจัดการสิ่งต่าง ๆ มากมายให้ Miranda ทำงานอย่างราบรื่น และหลายครั้งเป็นการเข้าไปจัดการเรื่องส่วนตัวรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจองดินเนอร์ นัดประชุมผู้ปกครอง จองทริปไปเที่ยวกับลูก ๆ แม้กระทั่งการไปรับน้องหมากลับบ้าน

“การแสดงของคู่แฝดเยี่ยมมาก พวกเขาเล่นเพลงของ ราล์ฟ เบอร์นินอฟ ทุกคนชอบมาก ยกเว้นฉัน เพราะมันน่าเศร้าที่ฉันไม่ได้ดู …. รู้มั้ย ทำไมฉันถึงได้จ้างเธอ….”

แม้สถานการณ์จะชวนสงสัยว่า แล้วจะให้ Andrea ทำอย่างไรได้ ในเมื่อ Miranda ติดพายุอยู่ที่ Miami แต่หากเราตรวจดูขอบเขตงานของผู้ช่วยแล้ว การทำตารางนัดหมายและการเดินทางย่อมต้องครอบคลุมถึงการตรวจดูการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าด้วย โดยเฉพาะหากเจ้านายต้องการการจัดการตารางชีวิตของเธอให้ไม่กระทบกับการทำงาน ผู้ช่วยควรจะตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจะสามารถจัดตารางได้เหมาะสมได้หรือไม่ ในเมื่อตำแหน่งผู้ช่วยของ Miranda คืองานที่สาว ๆ นับล้านยอมตายเพื่อให้ได้มา ดังนั้นขอบเขตการทำงานย่อมไม่ง่ายเลยทีเดียว

เพราะในมุมคนทำงานที่เติบโต คือการบริหารความเสี่ยงทั้งงาน และชีวิตของตัวเอง

“หย่าอีกครั้ง ฉาวโฉ่เต็มหน้า เดาได้เลยว่าพวกเขาจะเขียนว่ายังไง นายหญิงจอมจู้จี้ บ้างาน ราชินีหิมะไล่ส่งนายพริสลีย์อีกคนแล้ว พวกเขาควรจ่ายเงินให้ฉันที่ทำให้เขียนข่าวได้ แต่ฉันไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะเขียนถึงฉันว่ายังไง แต่กับลูกฉัน มันไม่แฟร์กับพวกเขาเลย”

การทำงานจะต้องตั้งอยู่บนความละเอียด มาตรฐานสูง และมุ่งสู่ความเป็นสากลอย่างไร สิ่งที่ Miranda ทำเพื่อไม่ใช่เพียงแค่การรักษา Runway เอาไว้ แม้ว่าจะต้องยอมกีดกันความก้าวหน้าของเพื่อนร่วมงานก็ตาม เธอมองไปที่เป้าหมายมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว เพื่อให้องค์กรสำเร็จลุล่วง และคงไว้ซึ่งความเป็น “เบอร์หนึ่ง” ของอุตสาหกรรมที่จะไม่มีวันมีใครมาล้มลงได้

แต่การมองไปที่เป้าหมายมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสามารถรักษาสมดุลของการทำงานและชีวิตส่วนตัวเอาไว้ได้ สุดท้ายแม้จะเป็นนายหญิงจอมจู้จี้แค่ไหน สิ่งที่ทำให้ Miranda อ่อนไหวที่สุดคือการที่เธอถูกโจมตีไปสู่ครอบครัวและเรื่องส่วนตัว ความกดดันต่าง ๆ ส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวของเธอให้แหลกสลายไม่ได้ต่างไปจากตัวละครอื่น ๆ ที่ต่างก็โดนโลกของการทำงานทำร้ายอย่างแสนสาหัสไม่ต่างกัน

AUTHOR

นักคิด นักเขียน นักสร้างคอนเทนต์ ตัวปัญหาของกระแส ชาวเกย์ผู้แปลกแยก และนักเล่าเรื่องในรูปแบบที่แตกต่าง หลงใหลวัฒนธรรม Pop ทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์และดนตรี และยังเป็นผู้กำกับอิสระ นักดนตรีและนักแต่งเพลง รวมถึงแอดมินเพจที่ประสบความสำเร็จในโซเชียลอีกด้วย เก่งซะไม่มี