โมสต์ วิศรุต ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร

‘โมสต์ – วิศรุต หิมรัตน์’ ผู้ชายเรียล ๆ เท่ ๆ แบบไม่ต้องประดิษฐ์อะไร ใคร ๆ รู้จักโมสต์กับบทของ “จ้อย” ในละครบุพเพสันนิวาส และในบทของ “มาร์ช” กับผลงานหนังที่เดินทางไปทั่วโลกอย่าง “ผีใช้ได้ค่ะ” 

สิ่งที่ทำให้โมสต์น่าสนใจ คือ เขาเป็นนักแสดงที่ไม่ค่อยพูดเยอะ ไม่ขายความว้าวแบบทั่วไป แต่ขายตัวตนที่ซื่อสัตย์กับงานตรงหน้า เป็นคนจริงจังกับการแสดง เรียนรู้หน้างาน เข้าใจตัวละครแบบค่อย ๆ ซึมเข้าไป ไม่ใช่แบบแอกติงจัดจ้าน แต่เป็นพลังเงียบ พลังที่มาจากสายตา ท่าทาง รายละเอียดเล็ก ๆ ที่แหลมคมและร้ายกาจพอตัว

การกลับมาของเขาครั้งนี้อยู่ในบท ‘ฤกษ์’ ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่อง ‘ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร’ บทที่พาเขาไปไกลกว่าเดิมในเชิงการแสดง “ฤกษ์” ไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนเลว ไม่ใช่แค่เหยื่อ และไม่ใช่เพียงผู้กระทำ แต่เป็นมนุษย์ที่เดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างทุกความเป็นไปได้ เป็นตัวละครที่ต้องอาศัยพลังภายในอย่างหนัก ต้องแสดงความขัดแย้งที่ไม่มีอยู่ในบทสนทนา แต่ซ่อนอยู่ในลมหายใจ ความลังเล และความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ข้างในมากกว่าสิ่งที่พูดออกมา ถ้าใครที่ได้ดูแล้ว จะรู้ว่าโมสต์ทำทุกอย่างออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เพราะ “ฤกษ์”  ไม่ใช่แค่คนที่หลงทาง แต่เป็นคนที่มีสายสัมพันธ์ผูกไว้กับโลกใบเดิมของเขา หนึ่งในนั้นคือ “มิตรภาพกับตี๋” ที่ไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่เป็นจุดที่กำหนดทางเลือก ชะตา และความเจ็บปวดของเขาในเรื่อง มิตรภาพที่ทั้งจริง ทั้งซื่อตรง ทั้งเต็มไปด้วยความผูกพันแบบผู้ชายที่ไม่ต้องพูดเยอะ แต่พร้อมยืนเคียงกันในเวลาเจอเรื่องยาก ๆ เป็นสายสัมพันธ์ที่ทำให้ตัวละครนี้มีเลือดเนื้อ มีหัวใจมากกว่าที่เห็นภายนอก ยิ่งเมื่อความรัก ความซื่อสัตย์ และความผิดพลาดเดินมาชนกัน ฤกษ์จึงกลายเป็นตัวละครที่เสียงเงียบของเขาดังขึ้นมากกว่าที่คำพูดจะบอกได้ โมสต์เล่นบทนี้เหมือนคนที่กำลังพยายามเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ของเพื่อนคนหนึ่งที่รักมากกับชีวิตที่กำลังจะหลุดมือไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่ชัดเจนที่สุดจากบทสนทนา คือ ‘ฤกษ์’ ไม่ใช่ตัวละครที่อยู่ลำพัง เขามีอาโป เก้า และพี่อุ๋ย เป็นแรงหนุนสำคัญทุกวันในกองถ่าย และมีโมสต์ที่พยายามฟังเขาอย่างเงียบ ๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย

นี่คือบทสัมภาษณ์ที่เสียงของโมสต์จะดังที่สุด และเราขอให้คุณได้ยินทั้งหมดนั้นด้วยตัวเอง

เริ่มต้นจากการแคสต์ที่คิดว่าไม่ใช่บทนี้

“ตอนนั้นไปแคสต์งานตามปกติเลยครับ คิดว่าไปแคสต์อีกบทหนึ่งด้วยซ้ำ แต่ว่าพี่อุ๋ยน่าจะเห็นความเข้ากันอะไรบางอย่างในตัวฤกษ์ แล้วก็ได้เล่นครับ”

การตีความ ‘ฤกษ์’ คนที่คิดเยอะกว่าที่พูดออกมา

“ฤกษ์เป็นคนที่ control ทุกอย่างเวลาทำภารกิจ เหมือนมีอะไรในหัวเขาเยอะ วางแผนตลอด

ส่วนผมก็ทำความเข้าใจตัวบทก่อนว่า คนคนนี้ต้องการอะไรที่สุด ปัญหาใหญ่ที่สุดคืออะไร ทำไมเขาเลือกทางนี้ ก็เป็นการตีความมากกว่า พอถึงตอนถ่าย บทจะพาเราไปเอง ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นระดับไหน รอดูสถานการณ์หน้างาน ความเป็น ความตายมันเป็นประมาณนี้”

“พี่อุ๋ย” ผู้กำกับที่ทำให้พื้นที่ปลอดภัย

ดีมากครับ พี่อุ๋ยใจดีมาก เรารู้ว่าเราค่อนข้างใหม่ในการทำหนัง ซึ่งกองนี้ตั้งแต่ผู้กำกับลากไปจนถึงทุกหน้าที่เลย ผู้กำกับ ผู้ช่วย เซต เทคนิคต่าง ๆ เขาแน่นหนากันมานานแล้ว เราเหมือนเด็กคนหนึ่งโผล่มา แต่แทนที่มันจะกดดัน พวกเขาทำให้ทุกอย่างมันเอื้อต่อผมมาก มันไม่มีโมเมนต์แบบ “เฮ้ย เราต้องพยายามเพื่อที่ไม่ถ่วงพวกเขา” เพราะพี่อุ๋ยทำให้รู้สึกว่า “ไม่เป็นไร มีเวลา สบาย ๆ ทำให้มันง่าย ๆ” คือรู้สึกว่าพี่อุ๋ยทำหน้าที่ตรงนี้กับนักแสดงกลุ่มนี้ได้ดีมาก การทำงานมันกดดันจริง ๆ แต่ว่าเขาทำให้เห็นว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราค่อย ๆ ทำไป”

“อาโป” ที่คอยจูนกันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

“อาโปตั้งใจทำงานมาก เป็นการทำงานด้วยกันที่สนุกมากครับ แล้วอาโปดังมาก ดีใจที่ได้ร่วมงานกันนะครับ เราเคยเจอกันมาก่อนตามงานต่าง ๆ ทำให้การเริ่มงานด้วยกันเป็นความสบายใจที่มากขึ้น แล้วอาโปก็ช่วยผมเยอะมาก ผมจะเป็นคนเงียบ ๆ อาโปก็จะคอยจูนหลาย ๆ อย่างให้ ตั้งแต่เริ่มงาน คอยคุย คอยเช็ก คอยโทรถาม “ปัญหามีอะไรตรงไหนมั้ย / ช่วยแก้ตรงไหนมั้ย” เราบอกว่า “ปัญหาคือตรงนี้” อาโปตอบ “โอเค มันน่าจะเป็นอย่างนี้ ๆ” เขาเป็น supporter ที่ดีมากครับ”

 ‘ดาว’ ตัวละครของ ‘เก้า’ อีกหนึ่งแรงสำคัญในเรื่อง

“น้อง friendly มาก คอยถาม คอยเช็กตลอด เก้าปรับตัวเก่ง ไม่ค่อยมีเงื่อนไข ทั้งที่งานหนัก อุปกรณ์อันตราย แต่เขาก็ลงมากระโจนไปด้วยกัน ส่งให้เราไปต่อได้ดีมากขึ้น ประทับใจตรงนี้มากครับ เพราะความลุยของเขา”

เป็นส่วนหนึ่งของตำนาน ‘ตี๋ใหญ่’

“ดีใจอยู่แล้ว ดีใจมาก ๆ แต่คิดทบทวนทีไรก็แปลกใจมากกว่า ไม่อยากจะเชื่อว่าเราได้รับไม้ในการเล่าเรื่องของคนคนนี้ รู้สึกว่าเป็นแจ็กพ็อตเหมือนกันที่ได้ทำโปรเจกต์นี้”

สรุปความเป็น ‘ฤกษ์’ ใน 3 คำ

“คิดไม่ออก แต่ถ้าผมนึกถึงฤกษ์ ผมจะมีเพลงนี้อยู่ในหัวครับ If I Can Dream ของ Elvis Presley ครับ เพราะฤกษ์ดูมีความฝัน เพลงนี้ช่วยให้เราเล่าเรื่องของฤกษ์ได้ดีขึ้น”

ความยากของคนที่ทำผิดเพื่อจะเริ่มต้นใหม่

“ผมคิดว่าฤกษ์ก็คงมองสิ่งที่ทำไม่ได้ดีนักหรอก อาจใช้คำว่า “ถูก” ไม่ได้ 100% แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นเงื่อนไขที่เขาไม่มีอย่างอื่นให้เป็น สิ่งที่จะเป็นตัว start ชีวิตใหม่ให้เขา ก็เลยต้องทำสิ่งนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไปทำในสิ่งที่ดีได้ แต่ว่าตอนจะเริ่มมันไม่มีวิธีอื่น ก็เลยอาจจะต้องยอมทำผิดครั้งสุดท้ายสักครั้งหนึ่ง

มันยากตรงที่รู้อยู่แก่ใจว่าจริง ๆ มันไม่ดี แต่ว่าผมเชื่อว่าคนเรามันน่าจะมีหลายโมเมนต์ในชีวิต จริง ๆ มันไม่มีตัวเลือกอื่น แล้วพอมันมีทางให้เลือกแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า เราก็เลือกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไป ก็คิดว่าฤกษ์เหมือน ๆ กัน คือ เขาก็คงรู้ว่ามันไม่ดี แต่ว่าต้องทำ เพราะมันอยู่ข้างหน้าแล้ว”

เคยมีจังหวะในชีวิตที่รู้สึกเหมือนฤกษ์มั้ย (ถูกผลักให้ต้องเลือกสิ่งที่ไม่อยากเลือก) แล้วทำยังไงกับมัน

จริง ๆ อาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่มีทั้งสิ่งที่อยากทำ และสิ่งที่ไม่อยากทำตลอดเวลา ผมว่ามันก็คล้าย ๆ กับฤกษ์เหมือนกัน ก็คือทำสิ่งที่ไม่อยากทำเพราะว่าอยากได้เงิน ก็เลยก็คิดว่าน่าจะคล้ายกัน เพียงแต่ว่าความกดดันไม่ได้เหมือนฤกษ์ แต่ว่ารับ job เป็นมือปืนเหมือนกัน เป็นสิ่งเดียวกัน 

ค้นพบบางอย่างกับการแสดงเรื่องนี้

น่าจะเป็นเรื่องของ action เพราะส่วนใหญ่งานอื่น ๆ จะเป็นการพูด dialogue กัน หรือแม้แต่กระทั่งปกติอยู่ในเซต เราก็ค้นพบว่าถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์ของเซตของอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็น มันก็จะช่วยทำให้เราดูดีขึ้นในผลงานที่ออกมา เรื่องนี้มีอุปกรณ์เยอะมาก ตอนแรก ๆ ผมก็ตะกุกตะกักกับการใช้อุปกรณ์ แต่ช่วงหลัง ๆ เราก็ปรับตัวได้ แล้วบางที่เราก็รู้จักลวดลาย และใช้มันเพื่อส่งเสริมการแสดงของเรา เพราะตัวละครนี้ต้องถือปืน แต่ว่าเราจะทำยังไงให้มันมีเอกลักษณ์ ให้มันมีภาพจำ ให้มันดูดีขึ้น เพื่อเสริมตัวเรามากขึ้น

ใช้เวลาเท่าไรและอย่างไร ในการ “เชื่อ” ตัวละครนี้อย่างสนิทใจ

ใช้เวลาจนถ่ายเสร็จเลยครับ จริง ๆ เราก็เจออะไรในตัวฤกษ์ใหม่ในทุก ๆ วัน มันก็เป็นการค้นหาอยู่ทุกวัน สมมติว่าวันนี้เราถ่าย scene นี้แรก ๆ ของหนัง เราก็อาจจะรู้จักอยู่ประมาณหนึ่งจากการทำการบ้านมาก่อนหน้า
แต่พอเราเริ่มไปเจอ scene ที่มันลึก ๆ หรือว่ามันเป็นจุด climax ของตัวฤกษ์ มันก็เหมือนเราได้เรียนรู้ตัวฤกษ์จากการทำงานในวันนั้นเหมือนกัน ว่า “อ๋อ เรานึกว่าเขาจะทำอย่างนี้ แต่จริง ๆ เขาก็แค่ทำอย่างนี้” มันก็จะเจอสิ่งนี้จนกระทั่ง scene สุดท้าย จนปิดกล้องเลย จนวันสุดท้ายของการถ่ายทำ ตัวเองก็ยังได้เห็นโมเมนต์ใหม่ ๆ ของตัวละครนี้อยู่

เราก็เข้าใจฤกษ์รอบด้านมากขึ้น มีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจเขามาก ๆ ในสิ่งที่เขาทำ ในสิ่งที่เขาต้องเจอ ว่าทำไมเขาถึงมาตกระกำอะไรอย่างนี้ มันเหมือนเรานั่งทำการบ้านตอนแรก เราก็เข้าใจประมาณหนึ่ง สมมติเป็น 6 เหลี่ยม เราจะเข้าใจ 2 ด้าน แต่พอเข้าใจเต็มที่ มันก็คือเข้าใจรอบด้านเลย ทั้งสุข ทั้งทุกข์ และทั้งหมดของเขา

การเล่นเป็นฤกษ์เปลี่ยนวิธีที่มองมนุษย์หรือมองความยุติธรรมไปบ้างมั้ย

ก็ได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าทำไมบางทีเราไม่ค่อย happy กับเจ้าหน้าที่ในชีวิตจริง ทำไมเขาถึงปฏิบัติกับเราแบบนี้ หนังเรื่องนี้มันเหมือนยกตัวอย่างให้เห็นว่า เพราะเขาต้องเจอกับอะไรแบบนี้ เขาเลยต้องปฏิบัติแบบนี้ หมายความว่า การจะจับตี๋ใหญ่ หรือถ้าจะจับโจรที่มันร้ายกาจมาก ๆ มันก็ต้องทำด้วยวิธีเดียวกันกับฝั่งโจรเหมือนกันต่อให้เป็นตำรวจก็ตาม

หมายถึงว่าเขาก็ต้องเผยด้านเถื่อนอะไรออกมาบ้างเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าตำรวจจะเป็นคนไม่ดีนะ แต่ว่ามันมีทั้งระบบของการทำงานที่กดดันเขา ทั้งสถานการณ์รุนแรงที่เขาต้องเจอ ก็เข้าใจมากขึ้น พอได้เห็นตัวละครตำรวจในเรื่องนี้ ได้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว ตำรวจกับโจรไม่ได้ต่างกันเลย หมายถึงว่า ความแรงของตำรวจกับโจรมีเหมือนกัน เพียงแต่ว่าตำรวจเขามีกฎหมาย”

ประทับใจอะไรในกองถ่ายภาพยนตร์ ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร

การทำงานเรื่องนี้ค่อนข้างทำงานได้ตรงตามกรอบเวลาที่วางไว้ เชื่อว่านักแสดงหลายคนจะ happy ถ้าได้ทำงานตามตาราง รู้สึกว่าทุกคนดูสดใส ไม่ค่อยมีความอ่อนล้าในการทำงาน แล้วก็ประทับใจที่ทุกคนตั้งใจมาก เหมือนทุกคนในกองมีภารกิจเดียวกัน แต่ว่ามีหน้าที่ไม่เหมือนกัน แล้วก็พยายามปรับเพดานของหน้าที่ตัวเองให้มากที่สุด เพื่อให้มันดีที่สุด ก็รู้สึกประทับใจ มันเดือดดี

ซีนที่ชอบที่สุด

คิดว่าก็คงเป็นฉากที่ต้องฆ่าตี๋ใหญ่ ผมรู้สึกว่า หนึ่งมันเป็นฉากที่ดีที่สุดในเรื่อง แล้วก็สองคือมันเป็นสิ่งที่อยู่ในสูตรสำเร็จของตี๋ใหญ่ คือทุกคนรู้ว่าตี๋ใหญ่ตาย แต่ละเวอร์ชันมันก็ให้เหตุผลซัปพอร์ตสิ่งนี้คนละแบบ คนละการตีความกัน ก็รู้สึกว่าฉากนี้จะเป็นไฮไลต์ของเรื่องนี้เหมือนกัน

ถ้าพูดกับฤกษ์ได้…

“อยากบอกว่า…ขอให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คิดว่าอยากให้กำลังใจเขา อย่างน้อย ๆ เขาเดินตามเส้นทางที่ผิดมานานแล้ว แต่ว่าอย่างน้อย ๆ เสี้ยวหนึ่งของเขาก็มีความใฝ่ฝันถึงอนาคตที่ดีกว่า ผมว่าสำหรับโจรคนหนึ่ง แค่นี้มันก็อะไรที่ยิ่งใหญ่แล้ว”

แล้วถ้าได้พูดกับตี๋ใหญ่…

อาจจะฟังดูแย่หน่อย แต่อยากจะบอกว่าไปให้สุดเลยพี่ (หัวเราะ) เต็มที่เลย ชีวิตไปให้สุดทางของพี่เลย”

ฝากถึงคนดูว่า ทำไมต้องดู ‘ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร’ 

ชวนทุกคนมาลองเปิดใจดู “ตี๋ใหญ่” ในเวอร์ชันของพี่อุ๋ย มันจะเป็นการตีความของพี่อุ๋ย ซึ่งผมรู้สึกว่ามันดีมากเลยที่งานนี้มันอยู่ในมือของพี่อุ๋ย เพราะว่าด้วยรูปแบบเรื่องตี๋ใหญ่ เรื่องยุคสมัย วัฒนธรรม หรือแม้แต่เรื่องราวของความรุนแรง โจร อะไรต่าง ๆ ผมว่ามันถูกคนมาก ๆ เพราะพี่อุ๋ยถนัด แล้วเขาก็เป็นคนจากช่วงเวลานั้น เขารู้จริง ๆ อะไรที่มันใช่หรือไม่ใช่ มาดูว่าเขาสะท้อนภาพในวันนั้นให้คนในวันนี้เห็นกันยังไง สิ่งที่คนดูจะเห็นในหนังตี๋ใหญ่เวอร์ชัน 2025 ทุกอย่างที่เห็นมันผ่านมาจากคนที่อยู่ในยุคนั้น ที่เคยเหตุการณ์ไล่ล่าตี๋ใหญ่ มันคุ้มค่ามากครับ”

เมื่อบทสนทนาจบลง สิ่งที่ยังค้างอยู่ในอากาศไม่ใช่คำพูดของโมสต์ แต่เป็น “น้ำหนักของความคิด” ที่เขาไม่ได้เอ่ยออกมา โมสต์เป็นนักแสดงประเภทที่ไม่ต้องอธิบายมาก แต่สิ่งที่เขาแสดงออกผ่านแววตาและน้ำเสียงกลับทำงานแทนคำพูดทั้งหมด เราเห็นความพยายาม ความไม่มั่นใจเล็ก ๆ ที่เขาไม่ซ่อน และความตั้งใจเงียบ ๆ ที่ค่อย ๆ ผลักตัวเองให้ไปไกลกว่าเดิมในทุกบทบาท

‘ฤกษ์’ อาจดูเป็นคนที่ทำผิดเพราะโลกบังคับ แต่จากที่โมสต์เล่า เขาคือคนที่ “ยังอยากจะมีชีวิตที่ดี” อยู่นะ แม้จะผิดหลายครั้งแล้วก็ตาม มันน่าสนใจมากที่นักแสดงพูดน้อยคนหนึ่งสามารถมองทะลุเปลือกของตัวละครที่แข็งกระด้างละเอียดได้ขนาดนี้ และแปรมันเป็นการแสดงที่ทั้งหนัก แน่น และไม่พยายามสวยงามเลยแม้แต่วินาทีเดียว

สิ่งที่งดงามยิ่งกว่าบทบาท คือวิธีที่โมสต์พูดถึงอาโป เก้า พี่อุ๋ย และเพื่อนร่วมงานทุกคน ด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังมหาศาล งานหนึ่งชิ้นจะไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่คนคนเดียว และโมสต์ทำให้เราเห็นว่างานที่ดีเกิดจากความอบอุ่นในกอง ความห่วงใยเล็ก ๆ และความเป็น “ทีมเดียวกัน” มากกว่าความโดดเด่นของใครคนหนึ่ง

สุดท้าย เมื่อวาง ‘ฤกษ์’ ลง โมสต์ก็กลับมาเป็นคนเรียบง่ายเหมือนเดิม แต่เรารู้ว่าลึก ๆ เขากำลังเติบโตขึ้นอีกหนึ่งก้าวใหญ่ ๆ บทนี้ไม่เพียงทำให้คนดูเห็นด้านใหม่ของเขา แต่ทำให้เราเห็นมนุษย์ที่กำลังเติบโตอย่างเงียบ ๆ คนหนึ่ง นักแสดงที่ไม่ได้ต้องการเสียงดัง แค่ต้องการทำงานออกมาให้ดีที่สุดในแบบของเขาเอง

ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร Netflix

รับชม ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร
ที่ Netflix เท่านั้น

AUTHOR

ทะเล จำปี ดนตรี ทราย และ ฉัน

ความสำเร็จอยู่ที่ไหน
ความสำเร็จอยู่ที่ไหน