วันนี้ (28 ธันวาคม 2568) ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ‘นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้ง ‘น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล’ และ ‘นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ รองหัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 และ 3 รวมถึง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมาเพื่อสมัคร สส. พร้อมทั้งรอการจับสลากหมายเลขพรรคที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2569
นายณัฐพงษ์ได้เปิดเผยว่า สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนไม่ได้มาจากโควตาวงการเมืองใด และเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถมาจากหลากหลายแวดวง เมื่อถูกถามว่าตั้งเป้าจะคว้าที่นั่ง สส. แบบบัญชีรายชื่อเอาไว้ที่เท่าไหร่ นายณัฐพงษ์ได้ตอบว่า ตั้งเป้าสูงสุดที่จะทำให้พรรคมีความเข้มแข็งในการจัดตั้งรัฐบาล ที่จะทำให้เราไม่ต้องถูกฉีกสัญญาอีกต่อไป เมื่อถูกถามว่ารู้สึกกดดันหรือไม่ เพราะครั้งที่แล้วสามารถคว้ามาได้ถึง 14 ล้านเสียง นายณัฐพงษ์ได้ตอบว่า ไม่ได้มีความกดดัน เพราะตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่มาจนถึงพรรคประชาชน เราถูกหลายคนวิเคราะห์และเราก็ทำได้มากกกว่าเป้าที่ถูกวิเคราะห์มาได้เสมอ ซึ่งครั้งนี้ก็มั่นใจอย่างมากว่าจะได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ดูถูกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชน เพราะไม่มีพรรคการเมืองใดที่จะเป็นเจ้าของประชาชนตลอดไป ดังนั้น แม้ทางพรรคจะมีความมั่นใจขนาดไหน ก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเราต้องลงไปพบปะพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้มากที่สุด
เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ว่า พรรคประชาชนถอยเรื่องมาตรา 112 และในอนาคตมีโอกาสจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ได้ตอบว่า อยู่ที่คุณอนุทินว่าจะยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็เป็นคุณอนุทินเองที่ตั้งเงื่อนไขโดยบิดเบือนคำพูด ผมว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ควรจะจบได้แล้ว เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วว่าไม่ให้ใช้ประเด็นแก้ไขมาตรา 112 ในการหาเสียง ทั้งคุณอภิสิทธิ์และคุณอนุทินไม่ควรใช้เรื่องนี้มาเป็นการหาเสียงอีกต่อไป
เมื่อถูกถามย้ำว่า หากพรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับ 2 และพรรคประชาชนเป็นอันดับ 1 ยังมีโอกาสที่จะจับมือกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ก็ได้ตอบว่า อยู่ที่เขายอมรับเงื่อนไข ซึ่งเงื่อนไขถูกตั้งไว้ชัดเจนมาก หนึ่งก็คือรัฐมนตรีหากพัวพันกับสีเทา ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การพนันออนไลน์ หรือเครือข่ายสแกมเมอร์ เรายึดหลักการที่ว่า มาตรฐานทางด้านการเมืองต้องสูงกว่ามาตรฐานทางด้านกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องรอหลักฐานหรือคดีจนถึงที่สิ้นสุด คนที่อยู่ในอำนาจควรแสดงความรับผิดชอบ นอกจากนี้นายณัฐพงษ์ได้ย้ำจุดยืนเดิมว่า จะไม่มี สส. จากพรรคประชาชนคนไหนโหวตหนุนคุณอนุทิน รวมถึงแคนดิเดตทุกคนที่มาจากพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถูกถามว่า ในอนาคตพรรคประชาชนจะมีการผลักดันการแก้ไขมาตรา 112 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ได้ตอบว่า ขึ้นอยู่กับการที่สังคมเราจะตกผลึกเรื่องนี้ ซึ่งทางพรรคประชาชนเองจะขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุน เขาเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่จะเข้าคูหาและโหวตให้กับพรรคประชาชนรู้ดีว่าจุดยืนของพรรคคืออะไร สำหรับการนิรโทษกรรมผู้ต้องขังทางการเมืองและผู้ต้องขังคดี 112 นายณัฐพงษ์ระบุว่า ควรจะต้องนิรโทษกรรมทุกกลุ่ม เพราะวัตถุประสงค์ของการนิรโทษก็คือการหาทางออกให้กับสังคม ถ้านิรโทษกรรมเป็นบางส่วนก็จะไม่เกิดความเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มีการจัดลำดับพรรคที่จะจับหมายเลข ช่วงเวลาประมาณ 10:30 น. ก็ได้เริ่มมีการทยอยจับเบอร์พรรค โดยพรรคประชาชนเองจับได้เบอร์ 46 ซึ่งเบอร์นี้จะถูกใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ต่อไป
