นับว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก หลังจากที่ทาง ‘สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ’ (สศช.) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสังคมไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจคือ ‘คนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคแบบติดหรู’ และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยก่อหนี้เกินตัวได้ง่ายมากขึ้น
อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลในปี 2567 พบว่า 1 ใน 3 ของคนไทยนิยมใช้จ่ายไปกับการซื้อสินค้าหรูหรา (Luxury) และบริการในระดับพรีเมียม ซึ่งผู้ชายมีความต้องการที่โดดเด่นกว่าผู้หญิงและนิยมซื้อสินค้าติดหรูประเภทอุปกรณ์เทคโนโลยี ส่วนผู้หญิงจะมีความต้องการซื้อสินค้าหรูหราประเภทเครื่องดื่ม, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, สกินแคร์ และเครื่องแต่งกาย เป็นต้น
ทั้งนี้ สาเหตุมาจากความต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ต้องการการยอมรับจากสังคม และต้องการแสดงสถานะทางสังคม นอกจากนี้กว่า 50% เป็นกลุ่มคนที่มีเงินออมฉุกเฉินน้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งมีแนวโน้มที่ติดอยู่ในวงจรหนี้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงมาก ๆ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะถดถอย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความรู้เกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน
ทีนี้พอถอยออกมาดูภาพรวมจะพบว่า ภาวะหนี้สินครัวเรือนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 มีมูลค่ารวมสูงถึง 16.42 ล้านบาท ขยายตัว 0.2% และชะลอตัวลงมาต่อเนื่องกัน 6 ไตรมาสติด ๆ ทั้งนี้จากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงมาอยู่ที่ 88.4% จาก 88.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งในช่วงที่มีโรคโควิด-19 ระบาด หรือในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ปัญหาหนี้ครัวเรือนเคยพุ่งสูงถึง 89.3% ต่อ GDP โดยในบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย (อปธ.) ได้เรียกสิ่งนี้ว่า ‘จุดเปราะบางในระบบเศรษฐกิจ’
ทั้งนี้ ‘หนี้ครัวเรือน’ มีความสัมพันธ์กับการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ ยกตัวอย่างเช่น หนี้ครัวเรือนจะลดการบริโภคลงเพราะไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเต็มที่หรือหนี้ครัวเรือนอาจทำให้เกิดการผิดชำระหนี้และส่งผลต่อระบบการเงิน จนในที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ อ้างอิงข้อมูลจาก อปธ. ที่ได้เคยเสนอแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเอาไว้ 3 ทางได้แก่ การเพิ่มรายได้ของภาคครัวเรือน, ปลดหนี้เดิม และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน ซึ่งทั้ง 3 ทางอาจจะต้องอาศัยหลายหน่วยงาน หลายภาคส่วน ในการช่วยกันแก้ไข้ปัญหาอย่างรอบด้าน นอกจากนี้การใช้มาตรการทางนโยบายต่าง ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจจะต้องคิดอย่างรอบด้าน
อ้างอิง
- https://www.pier.or.th/blog/2024/0201/
- https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/Article_1Jan2022_2.html
