ถนนนิมมาน ถนนช้างม่อย เชียงใหม่ ประเทศไทย

นอกจากเทศกาล ประเพณี วัฒนธรรม วัดวาอาราม โบราณสถาน และธรรมชาติแห่งขุนเขาลำเนาไพรแล้ว เมื่อมาเที่ยวเชียงใหม่ หลายคนย่อมนึกถึงที่เที่ยวสุดชิคโดนใจวัยรุ่นอย่างแน่นอน และหนึ่งในที่เที่ยวที่คนต่างจังหวัดต้องมาให้ได้ย่อมหนีไม่พ้น ‘ถนนนิมมานเหมินทร์’ ถนนสายฮิปสเตอร์ที่อยู่คู่วัยรุ่นเชียงใหม่มากว่า 20 ปี และอีกหนึ่งสถานที่ที่กำลังมาแรงและไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ ‘ถนนช้างม่อย’ ถนนสุดคูลที่อยู่คู่ขนานกับ ‘ถนนท่าแพ’ ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของชาวต่างชาติ ซึ่งก่อนที่ทุกคนจะตีตั๋วขึ้นเหนือ วันนี้ SUM UP จะชวนมาทำความรู้จักกับความเป็นมาของถนน 2 สายนี้ก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

นิมมานเหมินทร์ จากถนนตัดใหม่ หมู่บ้านจัดสรร สู่ศูนย์กลางความอาร์ตของเชียงใหม่หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง

สำหรับถนนนิมมานเหมินทร์ เรียกว่ามีประวัติความเป็นมาเก่าแก่พอ ๆ กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เลยทีเดียว ย้อนกลับไปเมื่อทศวรรษที่ 2500 เมื่อตระกูลนิมมานเหมินทร์ ครอบครัวคหบดีและนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังของเชียงใหม่ได้บริจาคที่ดินเชิงดอยสุเทพให้แก่ภาครัฐ เพื่อก่อสร้างเป็นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรกของไทย โดยได้มีการตัดถนนผ่านที่ดินบริเวณดังกล่าวเพื่อเชื่อมถนนซูเปอร์ไฮเวย์กับกองบิน 41 ก่อนจะมีการสร้างหมู่บ้านจัดสรรในเวลาต่อมา

ด้วยผังเมืองบริเวณดังกล่าวเป็นแบบตาราง ทำให้การเดินทางไปในแต่ละซอยค่อนข้างง่าย ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาอยู่อาศัย รวมไปถึงกลุ่มศิลปินอิสระ ทำให้ในช่วงทศวรรษ 2530 – 2540 เกิดเป็นชุมชนศิลปินอิสระขึ้นบนถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 1 ซอยดังกล่าวจึงเต็มไปด้วยสตูดิโอและอาร์ตแกลเลอรีเกิดขึ้นจำนวนมาก

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ทำให้กลุ่มศิลปินอิสระในชุมชนนิมมานเหมินทร์ ซอย 1 รวมตัวกันเพื่อหาพื้นที่จัดแสดงและขายผลงานศิลปะ นำไปสู่การเกิดขึ้นของเทศกาลศิลปะชื่อดังอย่าง NAP หรืองานนิมมาน ซอย 1 เฟสติวัล ในปี พ.ศ. 2542 เพื่อยกระดับถนนนิมมานเหมินท์ให้กลายเป็นศูนย์กลางความอาร์ตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ก็ยังมีการเปิดร้านกาแฟของกลุ่มศิลปินอิสระและคอมมิวนิตีมอลล์บนถนนสายดังกล่าว นำไปสู่การขยายตัวของร้านกาแฟบนถนนนิมมานเหมินทร์ จนสามารถดึงดูดร้านกาแฟดังทั้งไทยและสหรัฐอเมริกา อย่าง ร้านกาแฟวาวี และ สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ เข้ามาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้

ส่งผลให้ถนนอันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านจัดสรรที่เงียบเหมาในอดีต กลายเป็นที่เที่ยวสุดอาร์ต เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานบันเทิง อาร์ตแกลเลอรี สตูดิโองานศิลปะ Co-working Space โรงแรม ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าอย่าง เมญ่า ไลฟ์สไตล์ และ วัน นิมมาน เป็นต้น

ช้างม่อย จากชุมชนการค้าในอดีต สู่คอมมิวนิตีเรโทรที่กำลังมาแรงของคน GEN Z

เรียกได้ว่าถนนช้างม่อยมีประวัติเก่าแก่มาตั้งแต่ยังเป็นอาณาจักรล้านนาเลยทีเดียว เพราะตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ได้ระบุเอาไว้ว่า ในปี พ.ศ. 1825 ได้มีการเจาะกำแพงเมืองชั้นในขึ้นเพื่อสร้างประตูเมืองและถนนสายใหม่ออกไปถึงแม่น้ำปิง โดยที่มาของชื่อถนนก็มาจากอากัปกิริยายาของช้างเผือก สัตว์คู่บุญของเจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่ตามตำนานเล่าว่า ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดพระยืน เมืองลำพูน

เมื่อเข้าสู่สมัยของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ถนนช้างม่อยก็ได้มีการตัดถนนใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนการค้า หลังจากมีการสร้างตลาดวโรรส หรือ กาดหลวงขึ้น ทำให้ถนนช้างม่อยกลายเป็นย่านการค้าสำคัญที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรป ร้านค้าของเจ้าสัวชาวจีนที่อพยพเข้ามา และสถานบันเทิงในอดีต เช่น โรงภาพยนตร์ศรีนครพิงค์

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ถนนช้างม่อยก็ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเชียงใหม่ได้เข้ามาเปลี่ยนอาคารตึกแถวโบราณบนถนนช้างม่อยที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ Brewginning Coffee ที่ปลุกกระแสให้คนแวะมาเที่ยว ดื่มกาแฟ พร้อมถ่ายรูป เช็กอิน ร้านขายเครื่องหวายเก่าแก่จนกลายเป็นกระแสไปทั่วโซเชียล, The Haven Playground พื้นที่สาธารณะใจกลางชุมชน ที่เนรมิตโกดังเก่าให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นในร่ม ห้องสมุดสำหรับเด็ก โรงภาพยนตร์กลางแปลง ที่รองรับการจัดกิจกรรมสังสรรค์อื่น ๆ, The Goodcery Space ร้านกาแฟที่รวบรวมแกลเลอรีงานศิลปะ สตูดิโอของศิลปิน สถาปนิก และร้านขายสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศเข้าด้วยกัน

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ การมาของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ หรือ Chiang Mai Design Week ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชียงใหม่ (CEA เชียงใหม่) ได้เลือก “ถนนช้างม่อย” ให้เป็นสถานที่จัดงานมาหลายปีแล้ว โดยเปลี่ยนอาคารเก่าแก่ให้กลายเป็นพื้นที่ทดลองทางศิลปะและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนิทรรศการ การฉายภาพยนตร์ และมินิคอนเสิร์ต

ปัจจุบัน ทั้งถนนนิมมานเหมินท์และถนนช้างม่อยต่างติดอันดับที่ดินที่มีราคาแพงมากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างปี พ.ศ. 2566 – 2569 โดยถนนช้างม่อยมีราคาประเมินอยู่ที่ 180,000 – 250,000 บาทต่อตารางวา ขณะที่ถนนนิมมานเหมินทร์ มีราคาประเมินอยู่ที่ 200,000 บาทต่อตารางวา ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จของคนในชุมชนที่ยกระดับชุมชนตัวเองขึ้นมาได้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความนิยมที่สามารถแสดงเป็นมูลค่าได้ของ 2 ถนนท่องเที่ยวชื่อดังได้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา

AUTHOR

นักออกแบบกราฟิกจากเชียงใหม่ สนใจในเสียงดนตรี ภาพยนตร์ และความเป็นไปของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ไปพร้อมกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น