ดูเหมือนว่าตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาจะกลายเป็นประเด็นร้อนระดับภูมิภาค จนทำให้ข่าวผลการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 ที่ประเทศมาเลเซียเงียบหายจากหน้าสื่อไปชั่วขณะ ทั้ง ๆ ที่ปีนี้ครบรอบ 10 ปีของการเปิดประชาคมอาเซียน ทำให้ในการประชุมครั้งนี้มีอะไรใหม่ ๆ ที่บรรดาชาติสมาชิกร่วมกันผลักดันและนำเสนอ ท่ามกลางความแปรเปลี่ยนของการเมืองและเศรษฐกิจโลก ตลอดจนปัญหาภายในต่าง ๆ ที่กลายเป็นความท้าทายใหม่ที่อาเซียนต้องเผชิญ และผ่านพ้นไปให้ได้
ในการประชุมอาเซียนครั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการลงนาม “ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์” ของบรรดาผู้นำ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน เพื่อรับรองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ในปี ค.ศ. 2045 ภายใต้แนวคิด “ยืดหยุ่น สร้างสรรค์ มีพลวัต และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งมีการผลักดันแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเชื่อมโยง
ซึ่งการกำหนดวิสัยทัศน์ในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมสังคมและวัฒนธรรมที่เหนียวแน่น อันมีพื้นฐานอยู่บนเอกลักษณ์ร่วมกัน การส่งเสริมความมั่นคงทางการเมือง สันติภาพในบรรดาชาติสมาชิก (ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้) การวางตำแหน่งในประชาคมอาเซียนเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม ดิจิทัล การเติบโตที่ยั่งยืน และการเสริมสร้างสถาบันอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน และความเชื่อมโยงดิจิทัล
วิสัยทัศน์ดังกล่าวที่ครอบคลุมไปอีก 20 ปีข้างหน้านี้จะช่วยให้อาเซียนมีบทบาทระดับภูมิภาคในกิจการระดับโลกมากขึ้น, เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจสีเขียว, เกิดการรวมทุกฝ่าย ทั้งภาคสตรี เยาวชน และชุมชนชายขอบที่ถูกละเลย ให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วยกัน พร้อมสร้างความยั่งยืนและความยืดหยุ่นขององค์กรในการรับมือด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ โรคระบาด และการปกป้องสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจและไม่พูดถึงไม่ได้ คือ การนับถอยหลังเข้าสู่การเป็นชาติสมาชิกลำดับที่ 11 ของ ติมอร์-เลสเต ประเทศเกิดใหม่ที่มีอายุ 23 ปี หลังจากแยกตัวออกมาจากอินโดนีเซีย และผ่านความขัดแย้งมามากมาย แต่ล่าสุด นายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ได้กล่าวนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า รัฐบาลติมอร์-เลสเตมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนงานเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องศักยภาพในการมีส่วนร่วมและการพัฒนา รวมทั้งการยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกก็ตาม
แต่การสนับสนุนติมอร์-เลสเตจากเหล่าบรรดาชาติสมาชิกอาเซียนถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ซึ่งขณะนี้กำลังมีการเตรียมดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อรองรับการเป็นสมาชิกใหม่ โดยคาดว่าในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ ประเทศมาเลเซียในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ อาเซียนจะถึงคราวต้อนรับติมอร์-เลสเตเป็นประเทศสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการ
จะเห็นได้ว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ผ่านมามีการผลักดันความร่วมมือของชาติสมาชิกและการวางวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก รวมไปถึงการประชุมครั้งนี้ได้เห็นพัฒนาการใหม่ ๆ ขององค์กร ในการตอบรับชาติสมาชิกใหม่ ที่เคยเผชิญกับความขัดแย้งกับชาติสมาชิกมาก่อน จนกระทั่งได้รับการสนับสนุนให้เข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนอย่างเป็นทางการในไม่ช้า
สำหรับการประชุมอาเซียนรอบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ หากมีความคืบหน้าใด ๆ เพิ่มเติม SUM UP จะรีบนำมารายงานให้ท่านผู้อ่านทุกคนได้รับทราบโดยทันที
ที่มา
- https://www.facebook.com/TNNWorld/posts/วิสัยทัศน์-asean-2045-our-shared-future-คืออะไร-ที่นายกฯ-แพทองธารเพิ่งลงนามไปที่/1129531899189594/
- https://thaipublica.org/2025/05/asean-leaders-sign-the-kuala-lumpur-declaration-on-asean-2045/
- https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/96867
- https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/96772
- https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1151222/?bid=1
- https://www.tnnthailand.com/world/200521/
