ทุกวันนี้ ‘ศิลปิน’ ในวงการดนตรี คือบุคคลสาธารณะที่ใช้ทักษะที่ตัวเองมีสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เข้าไปกระแทกใจผู้รับสารให้ได้ แต่ทุกอย่างไม่ได้จบแค่ตรงนั้น เพราะมันยังมีองค์ประกอบมากมายรายล้อมอยู่ที่จะทำให้ทุกอย่างของศิลปินคนนั้น ๆ ซื้อใจคนฟังได้ ไม่ใช่แค่ผลงาน แต่อาจหมายถึงตัวตน
เราจึงเห็นศิลปินนักร้องมากมายในยุคนี้ที่ไม่ใช่แค่ต้องร้องเพลงให้เพราะ แสดงโชว์บนเวทีให้ถึงเครื่อง แต่ยังต้องทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่จะช่วยขับเน้นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในบุคลิกภาพ หรือความสามารถด้านอื่นที่วงการดนตรีไม่ใช่เวทีที่จะแสดงออกได้โดยตรง และยังนับรวมไปถึงเวทีต่าง ๆ ในวงการดนตรีเองก็ต้องขยับตัวเองออกไปเรื่อย ๆ เพื่อเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ฟังด้วยหลากหลายแนวทางที่ไม่ซ้ำใคร แตกต่าง และเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริง
น่าสนใจอย่างมากที่ศิลปินจำนวนไม่น้อยเลือกใช้เวทีในการแสดงออกถึงตัวตนในวงการดนตรี ด้วยการทำ ‘นิทรรศการ’ ขึ้นมาในฐานะกิจกรรมทางการตลาด ท่ามกลางการเติบโตของพื้นที่แห่งโลกศิลปะแห่งความรื่นรมย์ที่คว้าใจคนเมืองได้อยู่หมัดมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเปลี่ยนจากการให้ผู้ฟังใช้เพียงหูรับรู้มิติของเสียงเครื่องดนตรีและเสียงร้อง มาเป็นการพาพวกเขามายังพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่สามารถรับรู้ความเป็นศิลปินได้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 แบบเต็มตา
โดยแนวทางการสร้างสรรค์เรื่องราวภายในนิทรรศการของแต่ละศิลปินก็แตกต่างกันไปตามวาระและโอกาสซึ่งเราจะหยิบเอานิทรรศการของศิลปินที่น่าสนใจมายกตัวอย่างในบทความนี้เพื่อให้พอเห็นภาพความเป็นไปได้ของการต่อยอดความเป็นศิลปินสู่พื้นที่สร้างสรรค์อื่น ๆ กัน
เริ่มจาก ‘The EXhibition’ ของ ‘แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข’ เป็นนิทรรศการที่ขยายออกมาจาก Music Video เพลง ‘มนุษย์ลืม’ (2559) ที่เล่าเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งและอดีตแฟนสาวของเขา ในบรรยากาศของงานนิทรรศการที่เล่าเรื่อง ‘แฟนเก่า’ ในมิวเซียมที่เต็มไปด้วยผลงานจากช่วงเวลาสำคัญ ๆ ของทั้งคู่ เพียงแต่แตะต้องมันไม่ได้ เพราะมันอยู่ตรงนั้นในฐานะของงานศิลปะ สิ่งนี้เลยสามารถนิยามได้ว่าช่วงเวลาสำคัญทั้งหลายเป็นได้แค่ความทรงจำของคนรักเก่าที่ไม่อาจกลับไปสัมผัสมันได้อีก
Music Video นี้ถ่ายทำที่ Do Visual Lab ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจัดทุกอย่างเสมือนนิทรรศการจริง ๆ เลย ดังนั้นหลังจากที่มันถ่ายทำเสร็จสิ้น พื้นที่นี้ก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นนิทรรศการที่นำเสนอพร็อปที่ใช้ใน Music Video ทั้งหมดเอาไว้ ความน่าสนใจก็คือการต่อยอดเนื้อหาที่ถูกเล่าขยายในเพลงให้กลายมาเป็นงานจริง ๆ ที่ผู้คนสามารถมาเดินดู พินิจพิเคราะห์ และสัมผัสกับสิ่งที่ร้อยเรียงเป็นเนื้อเดียวกันกับสิ่งที่ดูและฟังมาในโลกออนไลน์
นี่คือตัวอย่างที่ดีในการต่อยอดคอนเทนต์ในฐานะของเพลงหนึ่งเพลงให้กลายเป็นสิ่งสืบเนื่องที่ช่วยเสริมประสบการณ์ให้กันและกันได้อย่างสมบูรณ์ และตัวศิลปินเองก็จะได้ฐานแฟนใหม่ ๆ เพิ่มเติมขึ้นได้ด้วยจากการออกแบบประสบการณ์นี้เพื่อให้พวกเขาได้รับกลับไป
หลังจากนั้นมา ‘นิทรรศการ’ ของวงการดนตรีก็เริ่มจะกลายเป็นอะไรที่ใหญ่มากขึ้นกว่านั้นหลายเท่า ทั้งการเลือกวาระและโอกาสในการจัด เพื่อทำให้เนื้อหาเดิมที่หนักแน่นอยู่แล้วดูหนักแน่นเพิ่มเติมไปอีกขั้น และการนำเสนอประเด็นภายในที่มีเส้นเรื่องมากขึ้น รวมถึงมีเนื้อหาในการเล่านานพอให้ผู้คนที่เข้าชมได้ใช้เวลาร่วมกันกับนิทรรศการในแบบที่ควรจะเป็น
อย่างเช่นโอกาสของการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของ ‘ปัน-สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม’ ศิลปินหนุ่มจากค่าย Universal Music Thailand ด้วยนิทรรศการชื่อ ‘PUN ALBUM EXHIBITION INSTALLATION VISUAL & SOUND’ ซึ่งนำเพลงทั้ง 14 เพลงภายในอัลบั้ม ‘PUN’ (2567) มาร้อยเรียงจนกลายเป็นงานที่ทำให้ผู้เข้าชมได้รู้จักอัลบั้มใหม่ของเขาไปพร้อมกัน โดยเป็นใจความเดียวกันกับนิทรรศการของ ‘COCKTAIL’ ที่ชื่อ ‘COCKTAIL FATE EXHIBITION’ นิทรรศการดนตรีและศิลปะที่เล่าเรื่องแนวคิดการทำอัลบั้ม ‘FATE’ (2565) และการทำวงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
หรือโอกาสของการเฉลิมฉลองวาระสำคัญของ COCKTAIL ในฐานะการปล่อยอัลบั้มสุดท้ายก่อนยุติการทำวงอย่างเป็นทางการ ในนิทรรศการเชิงประสบการณ์ ‘COCKTAIL, YOURS EVER, LIFETIME EXHIBITION’ ที่บอกเล่าวิธีคิดในการทำงานของวงจนถึงอัลบั้มสุดท้าย ‘YOURS EVER’ (2567) ซึ่งได้เสียงตอบรับจากแฟน ๆ เป็นอย่างดี
และนิทรรศการล่าสุดจากศิลปินที่ยืนระยะมากว่า 30 ปี ของ ‘PARADOX’ ในนิทรรศการชื่อ ‘PARADOXXXHIBITION’ ที่จะจัดขึ้นปลายเดือนนี้ เพื่อปูพื้นฐานความรู้สึกของผู้คนให้อินตามกับเรื่องราวตลอดเวลาที่ผ่านมา ก่อนจะเข้าสู่ห้วงของการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ‘PARADOX อภินิห่านคอนเสิร์ต: 30 ปีแสง แรงทะลุจักรวาล’ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ และการปล่อยผลงานสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 8 ‘ETERNITY & INFINITY’ ในอนาคตข้างหน้า
ท้ายที่สุดแล้ว ‘นิทรรศการ’ น่าจะกำลังกลายเป็นวิธีการสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับแฟน ๆ ที่คลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นอย่างดี และในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ก็จะมาช่วยขยายความของคำนิยามของนิทรรศการศิลปะยุคใหม่ที่จำเป็นจะต้องสอดรับกับโลกทุนนิยม ในฐานะของสิ่งประกอบสร้างความรู้สึกระหว่างกันของแฟนคลับและศิลปินในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตและผลิบานต่อไปได้อย่างแข็งแรง
ที่มา
- https://minimore.com/b/dw2jS/2
- https://www.japaikin.com/theexhibition-stamp/
- https://www.facebook.com/share/p/12LWXJ3YtnZ/
- https://www.facebook.com/share/p/1AL54cz2HZ/
- https://atime.live/efm/news/1418
